23 เทคนิคครู…ดึงความสนใจนักเรียนให้ได้ผลภายในเสี้ยววินาที!

นักเรียนก็คือเด็ก เด็ก มักจะขัดเกลาง่ายเสมอ หากว่ามีวิธีการ เครื่องมือที่ดี ผมคิดว่าการสอนจะมีคุณค่ามากยิ่งขึ้น แต่อาจต้องใช้พลังงานของครูมากหน่อย แต่คุ้มค่าแน่นอน ครับ ครูหนึ่ง ครูภาษาไทย: ชุมชนแห่งการเรียนรู้ – PLC 1.เป้าหมายนั้นสำคัญนัก 2.สร้างทีม 3.ใช้สีสัน 4.นำไปใช้ 5.ให้โอกาส 6.ระดมไอเดีย 7.สาธิต 8.เกม 9.เผยแพร่ 10.แข่งขัน 11.เวลา 12.บทบาท 13.ไม่อ้างเกรด 14.อดทน 15.ความล้มเหลว 16.กฏ 17.อารมณ์ 18.อุปกรณ์ 19.Story Board 20.ถาม 21.ขอความช่วยเหลือ 22.พลัง 23.สถานการณ์ ขอบพระคุณที่มา เพจ ครูภาษาไทย: Read More …

9 รูปแบบการจัดห้องเรียนคุณภาพสำหรับการสอนนักเรียน!

ห้องสี่เหลี่ยนแคบ ๆหากเด็กนั่งจำเจ ก็น่าเบื่อไม่น้อย ถ้าคุณครูมีห้องเรียนที่ดูแลประจำ ครูลองเปลี่ยนห้องให้เหมาะสมกับบริบทการสอน แต่ละประเภทดูนะครับ ผมเชื่อว่าไม่หนักเกินไป แต่จะเพิ่มอรรถรสการสอนได้มากเลยครับ ลองนำไปใช้ดูนะครับ ครูหนึ่ง ครูภาษาไทย: ชุมชนแห่งการเรียนรู้ – PLC 1.แบบบรรยาย/แบบห้องสอบ 2.แบบบรรยาย 3.ห้องเรียนแบบอภิปราย 4.ห้องเรียนกิจกรรมกลุ่ม 4.2แบบกิจกรรมกลุ่ม/2 5.ห้องเรียนแบบเน้นศูนย์กลาง 6.ห้องเรียนแบบเน้นเสนองาน 7.ห้องเรียนแบบระดมสมอง 8.พื้นที่โล่ง เหมาะกับการทำกิจกรรม 9.ห้องเรียนธรรมชาติ ขอบพระคุณที่มา ครูภาษาไทย: ชุมชนแห่งการเรียนรู้ – PLC

5 เทคนิคการสอนแบบเรียนปนเล่น (อ่านเลย!)

เทคนิคการสอนเรียนปนเล่น ผู้เผยแพร่   อ.อัชลีย์    พูลวัน  หัวหน้าหมวดวิชาพิมพ์ดีด ที่มา…อ.พัชรี  ทิพย์รัตน์ เทคนิคการสอนเรียนปนเล่น  นี้ เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่เพื่อนครูจะนำไปเป็นแนวทาง  และปรับปรุงประยุกต์ใช้ให้เข้ากับเนื้อหาวิชาของแต่ละคน  ในการจัดการเรียนการสอนวิชาพิมพ์ดีดไทย  เทคนิคการสอนเรียนปนเล่นอย่าเพิ่งตกใจ  ว่าเรียนไปด้วยเล่นไปด้วยแล้วอย่างนี้เด็กจะได้รับความรู้หรือเปล่าขั้นตอนสำคัญๆ  มีดังนี้ เริ่มเข้าสู่บทเรียนด้วยเรื่องทั่วๆไป (เล่าเรื่องตลกๆ ) ซึ่งขั้นตอนนี้เป็นเทคนิคส่วนตัวของผู้สอนที่ต้องฝึกฝน  ซึ่งเป็นเรื่องไม่ยาก  เรียนรู้กันได้ เข้าสู่บทเรียนด้วยเนื้อหาตามแบบแผนการสอนและสังเกตบรรยากาศ พฤติกรรมผู้เรียนขั้นตอนนี้สำคัญมาก  เด็กจะได้รับเนื้อหามากน้อยแค่ไหนขึ้นอยู่กับครูผู้สอน  ที่จะต้องนำ EQ มาร่วมกับ IQ ให้ได้  มีมุขตลกมาสอดแทรก  และที่สำคัญครูต้องตามทันมุขต่างๆ  ที่นักเรียนนำมาพูดกัน ขณะจัดกิจกรรมการเรียนการสอน ครูจะต้องปล่อยให้นักเรียนมีการทำกิจกรรมร่วมกันแม้จะเป็นงานเดี่ยว  แต่นักเรียนก็สามารถที่จะมีปฏิสัมพันธ์ร่วมกับผู้อื่นได้  เด็กสามารถเคลื่อนที่ภายในห้อง  แต่ไม่ใช่สร้างความวุ่นวาย ขั้นสุดท้าย ซึ่งสามารถสรุปและตรวจสอบได้ว่าการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนในคาบนั้น  ประสบความสำเร็จมากน้อยเพียงใด  Read More …

12 วิธีสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ที่เป็นบวก!(บทความสำหรับครู)

สอนนักเรียนก็ว่ายากแล้ว การสร้างแรงกระตุ้นให้นักเรียนอยากเรียนรู้นั้นยากยิ่งกว่า การสร้างแรงกระตุ้นให้นักเรียนกระตือรือร้นอยากจะฝึกฝนและเรียนรู้ด้วยตนเองเป็นสิ่งที่ท้าทายมากไม่ว่าคุณจะสอนเด็กป. 2 หรือเด็กโตในโรงเรียนอาชีวะก็ตาม อย่างไรก็ดี มีวิธีการมากมายที่คุณสามารถทำให้การเรียนเป็นเรื่องสนุก ตื่นเต้น และทำให้พวกเขารู้ว่าสิ่งที่คุณสอนนั้นสำคัญกับชีวิตพวกเขาได้ ถ้าคุณอยากรู้ว่าทำอย่างไรคุณถึงจะสร้างแรงกระตุ้นให้นักเรียนได้ ก็มาเริ่มขั้นตอนแรกในบทความนี้กันเลย 1.เข้าใจว่าทำไมการสร้างแรงกระตุ้นให้นักเรียนถึงเป็นเรื่องท้าทาย. เรื่องของเรื่องก็คือ ในชีวิตของนักเรียนพวกเขาต้องเจอะเจอผู้คนต่าง ๆ มากมายที่ทำตัวเป็น “ครู” ของพวกเขา ทุกคนและทุกสิ่งต่างพยายามเหลือเกินที่จะกระตุ้นให้พวกเขาคิด ทำงาน และเป็นคนที่โลกภูมิใจ แรงกระตุ้นและอิทธิพลต่าง ๆ ที่ถาโถมเข้ามาในชีวิตบีบให้พวกเขาต้องค้นหาตัวตน และเป็นธรรมดาที่พวกเขาจะระแวงทุกคนที่พยายามเข้ามามีอิทธิพลในชีวิตของพวกเขา พอพวกเขารู้สึกได้ถึงแรงกระตุ้นและอิทธิพลต่าง ๆ พวกเขาก็มักจะตอบโต้แรงกดดันจากสภาพแวดล้อมที่เข้ามาอย่างต่อเนื่องด้วยการยึดถือคติสำคัญที่ว่า “ฉันจะยอมให้คุณมีอิทธิพลกับฉันก็ต่อเมื่อคุณพิสูจน์ให้ฉันเห็นว่าคุณมีค่าพอ” คตินี้เป็นกลไกที่พวกเขาสร้างขึ้นมาเพื่อให้ตัวเองมั่นใจได้ว่า คนที่ใช่จะเข้ามาหาพวกเขาในเวลาที่เหมาะสม คติที่ว่านี้ก็เป็นคติที่ดี แต่จะน่าวิตกก็ต่อเมื่อพวกเขาดันไปประทับใจคนที่สร้างอิทธิพลไม่ดี หรือเมื่อคนดีไม่พยายามมากพอที่จะทำให้พวกเขาประทับใจ 2.สร้างความประทับใจในแง่บวก. ถ้าคุณอยากสร้างแรงบันดาลใจให้นักเรียน คุณก็ต้องพิสูจน์ให้พวกเขาเห็นว่า คุณมีค่าพอที่จะรับฟัง วันแรกพวกเขาอาจจะระแวงคุณ แต่คุณก็สามารถสร้างความไว้วางใจและความเคารพจากพวกเขาได้โดยการทำตัวให้โดดเด่นออกมาจากพวกเขา คุณไม่สามารถสร้างความเคารพและความไว้ใจได้ถ้าคุณทำตัวกลมกลืนไปในภูมิหลังชีวิตที่มืดมัว คุณต้องโดดเด่นเพื่อให้ได้รับและดึงความสนใจของพวกเขาไว้ Read More …

24 เทคนิคการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือ (co-operative learning)

อาร์ซต และนิวแมน (Artzt and Newman. 1990 : 448 – 449) กล่าวว่า การเรียนแบบร่วมมือ (co-operative learning) เป็นวิธีที่ผู้เรียนทำการแก้ปัญหาร่วมกันเป็นกลุ่มเล็ก ๆ  สมาชิกทุกคนในกลุ่มมีความสำคัญต่อความสำเร็จหรือความล้มเหลวของกลุ่ม เพื่อบรรลุเป้าหมายสมาชิกทุกคนจึงช่วยเหลือซึ่งกันและกันให้เกิดการเรียนรู้และแก้ปัญหา ครูเป็นผู้คอยให้ความช่วยเหลือจัดหาและชี้แนะแหล่งข้อมูลในการเรียนตัวนักเรียนเองจะเป็นแหล่งความรู้ซึ่งกันและกันในกระบวนการเรียนรู้  .. 1. เทคนิคการพูดเป็นคู่ (Rally robin) นักเรียนแบ่งเป็นกลุ่มย่อย  แล้วพูด ตอบ แสดงความคิดเห็นเป็นคู่ ๆ แต่ละคู่จะผลัดกันพูด และฟังโดยใช้เวลาเท่าๆ กัน (Kagan. 1995 : 35) ที่มาของภาพ : http://abasketfullofapples.blogspot.com 2. เทคนิคการเขียนเป็นคู่ (Rally Read More …