เมื่องานนอกผู้บริหารมองว่าสำคัญกว่างานสอน…(มุมมองผู้บริหารกับมุมมองของคุณครู)

เร็วๆนี้เพจ ครูแร็คนักจิตวิเคราะห์ ได้รับข้อความเข้ามาปรึกษาจากเพื่อนครูด้วยกันว่า #ครูในยุคปัจจุบันการสอนนักเรียนถูกมองว่าเห็นแก่ตัว“แอดครับ ที่โรงเรียนฝ่ายบริหารมักจะเปรียบเทียบครูคนอื่น ๆ กับครูคนหนึ่งที่ทำงานคล้ายผู้จัดการทุกอย่างของโรงเรียนคล้าย ๆ ออแกไนซ์ เช่น เป็นแม่งานจัดเตรียมรับกรรมการ ประสานงานกับคนภายนอก หรืออื่น ๆ ว่าคนนี้ทำงานเก่ง ครูทุกคนต่างเห็นตรงกันว่าเขาเก่งจริง แต่ฝ่ายบริหารพูดว่า “ครูที่มุ่งแต่สอนนักเรียน คือครูที่เห็นแก่ตัว ให้ดูครูคนนี้เป็นแบบอย่างทุ่มเทเพื่อโรงเรียน” ทั้งที่ครูคนนี้แทบไม่มีเวลาจะสอนในห้องเรียนอยู่แล้ว” เมื่อได้อ่านข้อความนี้แล้ว เพื่อนครูทุกท่านมีความคิดเห็นเป็นเช่นไรกันบ้างครับ ในเมื่องานหลักแท้จริงแล้วคืองาน “สอน” ไม่ใช่งานนอก แต่ผู้ที่เป็นคนตัดสินเลื่อนชั้นเงินเดือนคือผู้บริหาร(บางคน)กลับมองว่างานนอกของครูสำคัญยิ่งกว่างานสอน และครูที่เอาแต่สอนนักเรียนกลายเป็นคนที่เห็นแก่ตัว

7 วิธีในการจัดเรียงนักเรียนเพื่อทำงานกลุ่ม

การทำงานเป็นกลุ่มนั้น นอกจากจะทำให้นักเรียนเรียนได้มีปฏิสัมพันธ์ระหว่างกันภายในกลุ่มแล้ว ยังช่วยให้นักเรียนได้เรียนรู้ความคิดเห็นของผู้อื่น เรียนรู้ที่จะรับฟัง เสนอแนะ และบริหารจัดการกันภายในกลุ่ม เพื่อให้สำเร็จตามเป้าหมายแล้วนั้น ในการจะจัดนักเรียนเข้ากลุ่มนั้น นับว่าเป็นเรื่องที่สำคัญมากต่อการทำงานกลุ่ม เพราะถ้าสามารถจัดกลุ่มนักเรียนได้อย่างเหมาะสม จะทำให้นักเรียนทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่เกิดปัญหา  ซึ่งรูปแบบของการจัดเรียงนักเรียนเพื่อทำงานกลุ่มนั้น เราสามารถจะดำเนินการได้มากมายดังนี้ 1.ให้นักเรียนจับกลุ่มด้วยตัวเอง             การเชื่อใจและปล่อยให้นักเรียนจับกลุ่มกันเองนั้น สามารถทำได้ง่าย และช่วยให้นักเรียนรู้สึกสบายใจในการทำกิจกรรมกลุ่ม ซึ่งจะส่งผลให้เกิดการทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ แต่ข้อจำกัดในการจับกลุ่มลักษณะนี้คือ การขาดองค์ความรู้ใหม่ที่หลากหลาย เพราะส่วนใหญ่เมื่อให้นักเรียนจับกลุ่มกันเอง ก็มักเลือกที่จะจับกลุ่มกับเพื่อนที่สนิทและรู้จักกันมากกว่า ซึ่งจะทำให้นักเรียนไม่ได้รับฟังความคิดเห็นใหม่ๆจากคนอื่นๆ  และนอกจากนี้ การจับกลุ่มลักษณะนี้อาจส่งผลกระทบกับนักเรียนบางกลุ่มที่ไม่ค่อยสนิทกับใคร ซึ่งอาจจะโดนปฏิเสธให้เข้ากลุ่มจนส่งผลเชิงลบด้านความรู้สึกกับนักเรียนคนดังกล่าวได้ ซึ่งทางแก้ไขที่ดีที่สุด คือการกำหนดเงื่อนไขในการจับกลุ่มด้วยตัวเอง เช่น ให้นักเรียนจับกลุ่มกันเอง โดยต้องมีจำนวนผู้ชายและผู้หญิงในกลุ่มเท่ากัน เป็นต้น 2.กำหนดกลุ่มให้นักเรียนล่วงหน้า   Read More …

การประยุกต์ใช้ Active Learning ในการเรียนการสอน

ปัจจุบันนี้ เรื่องของ Active Learning นับเป็นสิ่งที่ถูกกล่าวถึงมากที่สุดในการศึกษาช่วงศตวรรษที่ 21 นี้ ด้วยเพราะเป็นแนวจัดการเรียนรู้ที่จะช่วยให้ผู้เรียนสามารถเรียนรู้และตอบสนองต่อการพัฒนาของสังคมโลกที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว โดยความหมายของ Active Learning (การเรียนรู้แบบลงมือปฏิบัติ) นั้น หมายถึงกระบวนการเรียนรู้ที่มุ่งเน้นให้ผู้เรียนสามารถเข้าใจและเรียนรู้อย่างมีความหมาย โดยผ่านการกระทำและร่วมมือกันระหว่างผู้เรียนด้วยกัน ซึ่งเกิดขึ้นจากสมมติฐาน 2 ประการ อันได้แก่            1. การเรียนรู้เป็นความพยายามโดยธรรมชาติของมนุษย์            2. แต่ละคนมีแนวทางในการเรียนรู้ที่แตกต่างกัน            ก่อนที่จะเราจะมาเจาะลึกในเรื่องของ Active Read More …

เปลี่ยน “ครู” เป็น “โค้ช”

ในการขับเคลื่อนการสอนคิดสู่ห้องเรียนตามนโยบายของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ในปี 2550 สพฐ.ได้จัดให้มีการพัฒนาศึกษานิเทศก์เขตพื้นที่การศึกษาเขตละ 2 คน เพื่อให้ศึกษานิเทศก์ ไปทำหน้าที่โค้ชการสอนในโรงเรียนนำร่องเขตพื้นที่ละ 2 โรงเรียน โดยเริ่มปฏิบัติหน้าที่หลังจาก สพฐ.จัดอบรมให้ครูโรงเรียนนำร่องโรงเรียนละ 2 คน การทำหน้าที่โค้ชการสอน จะเริ่มต้นขึ้นหลังจากศึกษานิเทศก์ทั้ง 2 คน ร่วมกับครู 2 คน อบรมครูในโรงเรียนนำร่อง ในหลักสูตรการพัฒนาศึกษานิเทศก์ จึงกำหนดให้มีหัวข้อ Coaching เพื่อให้ศึกษานิเทศก์ ไปทำหน้าที่ โค้ชการสอนให้แก่ครูไว้ด้วย ทั้งนี้ด้วยความมั่นใจว่าการโค้ช การสอนเป็นการกำกับติดตาม และสนับสนุนส่งเสริมโรงเรียนและครูให้สามารถขับเคลื่อนการคิด ที่จะช่วยยกระดับสมรรถนะการคิดของนักเรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ และประสิทธิผล  โค้ชการสอนคืออะไร Jim Knight (2006) ให้คำนิยามไว้ว่า โค้ชการสอน หมายถึงนักพัฒนามืออาชีพที่อยู่เคียงข้างผู้เป็นหุ้นส่วน Read More …

ศึกษาไว้ใช้สำหรับการเรียนการสอน “จิตวิทยาการเรียนรู้”

จิตวิทยา ตรงกับภาษาอังกฤษว่า Psychology มีรากศัพท์มาจากภาษากรีก 2 คำ คือ Phyche แปลว่า วิญญาณ กับ Logos แปลว่า การศึกษา ตามรูปศัพท์ จิตวิทยาจึงแปลว่า วิชาที่ศึกษาเกี่ยวกับวิญญาณ แต่ในปัจจุบันี้ จิตวิทยาได้มีการพัฒนาเปลี่ยนแปลงไป ความหมายของจิตวิทยาได้มีการพัฒนาเปลี่ยนแปลงตามไปด้วย นั่นคือ จิตวิทยาเป็นศาสตร์ที่ศึกษากี่ยวกับพฤติกรรมของมนุษย์และสัตว์ การเรียนรู้ (Lrarning) ตามความหมายทางจิตวิทยา หมายถึง การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของบุคคลอย่างค่อนข้างถาวร อันเป็นผลมาจากการฝึกฝนหรือการมีประสบการณ์พฤติกรรมเปลี่ยนแปลงที่ไม่จัดว่าเกิดจากการเรียนรู้ ได้แก่ พฤติกรรมที่เป็นการเปลี่ยนแปลงชั่วคราว และการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมที่เนื่องมาจากวุฒิภาวะ พฤติกรรมการเรียนรู้ จุดมุ่งหมายของการเรียนรู้แบ่งเป็น 3 กลุ่ม1. พุทธิพิสัย หมายถึง การเรียนรู้ในด้านความรู้ ความเข้าใจ2. จิตพิสัย หมายถึง การเรียนรู้ด้านทัศนคติ ค่านิยม ความซาบซึ้ง3. ทักษะพิสัย หมายถึง การเรียนรู้เกี่ยวกับการกระทำหรือปฏิบัติงานการเรียนรู้กับการเรียนการสอนใน การสอนที่ดี Read More …