ใครว่าครู…สอนยาก

บทความโดย นาง พันดา เลิศปัญญา คนที่ได้ชื่อว่าเป็นครู จะเป็นบุคคลที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นคนมีความรู้ จนบางครั้งทำให้คุณครูบางคนหลงตัวเองว่ารู้มาก เก่งมาก จนไม่ยอมที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ หรือไม่ยอมที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเอง จึงได้แต่หวังค่ะว่าให้มีครูประเภทนี้น้อย ๆ หน่อย ไม่งั้นจะพลอยทำให้ลูกศิษย์ตามดำ ๆ ของเราทั้งหลาย ความรู้จะหดหายเหมือนหางลูกออด กลายเป็นพวกความรู้เท่าหางอึ่ง เคยได้ยินพ่อครูบาสุทธินันท์เปรยว่า  “สอนนักเรียนว่ายากแล้ว สอนครูยิ่งยากกว่า” ในฐานะที่เป็นครูก็ยอมรับได้ในบางเรื่อง เพราะโดยทั่วไปนั้นคนที่ได้ชื่อว่าเป็นครู จะเป็นบุคคลที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นคนมีความรู้ จนบางครั้งทำให้คุณครูบางคนหลงตัวเองว่ารู้มาก เก่งมาก จนไม่ยอมที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ หรือไม่ยอมที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเอง   จึงได้แต่หวังค่ะว่าให้มีครูประเภทนี้น้อย ๆ หน่อย  ไม่งั้นจะพลอยทำให้ลูกศิษย์ตามดำ ๆ ของเราทั้งหลาย  ความรู้จะหดหายเหมือนหางลูกออด กลายเป็นพวกความรู้เท่าหางอึ่ง แต่ในวันนี้เป็นนิมิตหมายอันดีที่มีคุณครูที่น่ารักจากกลุ่มเม็กดำ อำเภอพยัคฆภูมิพิสัย จังหวัดมหาสารคาม  ที่มีความเป็นนักเรียนเต็มตัว Read More …

4 เทคนิคการสอนเรียนปนเล่น! ที่ครูไม่ควรพลาด…

เทคนิคการสอนเรียนปนเล่น  นี้ เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่เพื่อนครูจะนำไปเป็นแนวทาง  และปรับปรุงประยุกต์ใช้ให้เข้ากับเนื้อหาวิชาของแต่ละคน  ในการจัดการเรียนการสอนวิชาพิมพ์ดีดไทย  เทคนิคการสอนเรียนปนเล่นอย่าเพิ่งตกใจ  ว่าเรียนไปด้วยเล่นไปด้วยแล้วอย่างนี้เด็กจะได้รับความรู้หรือเปล่าขั้นตอนสำคัญๆ  มีดังนี้ เริ่มเข้าสู่บทเรียนด้วยเรื่องทั่วๆไป (เล่าเรื่องตลกๆ ) ซึ่งขั้นตอนนี้เป็นเทคนิคส่วนตัวของผู้สอนที่ต้องฝึกฝน  ซึ่งเป็นเรื่องไม่ยาก  เรียนรู้กันได้ เข้าสู่บทเรียนด้วยเนื้อหาตามแบบแผนการสอนและสังเกตบรรยากาศ พฤติกรรมผู้เรียนขั้นตอนนี้สำคัญมาก  เด็กจะได้รับเนื้อหามากน้อยแค่ไหนขึ้นอยู่กับครูผู้สอน  ที่จะต้องนำ EQ มาร่วมกับ IQ ให้ได้  มีมุขตลกมาสอดแทรก  และที่สำคัญครูต้องตามทันมุขต่างๆ  ที่นักเรียนนำมาพูดกัน ขณะจัดกิจกรรมการเรียนการสอน ครูจะต้องปล่อยให้นักเรียนมีการทำกิจกรรมร่วมกันแม้จะเป็นงานเดี่ยว  แต่นักเรียนก็สามารถที่จะมีปฏิสัมพันธ์ร่วมกับผู้อื่นได้  เด็กสามารถเคลื่อนที่ภายในห้อง  แต่ไม่ใช่สร้างความวุ่นวาย ขั้นสุดท้าย ซึ่งสามารถสรุปและตรวจสอบได้ว่าการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนในคาบนั้น  ประสบความสำเร็จมากน้อยเพียงใด  คือ  การตรวจสอบชิ้นงาน  โดยวิธีต่างๆ  เช่น  นำเสนอหน้าชั้นเรียน  การร่วมอภิปรายรายงานผล  การแชร์ความคิดเห็น Read More …

10 เรื่องที่นักเรียนอยากบอกครูว่า “หนูไม่โอเค” !!!

1. ทำโทษ โดยไม่ฟังเหตุผล เป็นนักเรียนก็เข้าใจนะคะว่ามีบ้างที่เราอาจจะทำผิดพลาด ซึ่งเมื่อทำผิดหรือพลาดไป การทำโทษก็ไม่ใช่เรื่องแปลก แต่นักเรียนตัวเล็กๆ ก็อยากให้คุณครูเปิดใจรับฟังเหตุผลสักหน่อย บางเรื่องเรามีเหตุผลที่ต้องทำ บางเรื่องมีที่มาที่ไป ไม่ใช่ไม่ยอมรับความผิด แต่เราแค่อยากอธิบายให้ฟัง ฟังสักหน่อยเถอะค่ะคุณครู เพื่อที่จะได้รู้เหตุผล และช่วยแก้ปัญหาไม่ให้พวกเราต้องทำผิดซ้ำๆ อีกก็ได้ 2. ว่ากล่าวด้วยถ้อยคำรุนแรงต่อหน้าเพื่อน เป็นเด็กก็เข้าใจว่าผู้ใหญ่ดุเพราะหวังดีต่อเรา แต่ขอร้องได้มั้ยอย่าใช้คำรุนแรง อย่าดุด่าว่ากล่าวแรงๆ หรือพูดจาเสียดสีจนจมดินต่อหน้าเพื่อนๆ นักเรียนไม่ได้รู้สึกดีกับการกระทำนั้น แถมยังทำให้อยากตีตัวออกห่างจากคุณครูด้วย ที่สำคัญ ไม่ใช่แค่คนที่โดนดุที่ไม่อยากคุยกับครู แต่ยังรวมถึงเพื่อนในห้องที่นั่งเรียนด้วยกัน ถ้าคุณครูดุแบบนั้น แล้วจะให้นักเรียนอย่างเรากล้าปรึกษาที่ไหนละ? 3. ไม่เปิดโอกาสทางความคิด ในเมื่ออยากให้นักเรียนกล้าพูด กล้าคิด กล้าแสดงออก แต่หลายครั้งคุณครูกลับไม่ค่อยอยากรับฟัง ไม่เปิดโอกาสให้หนูได้แสดงออกทางความคิดเลย? แถมพอเราพูดแสดงความคิดเห็นไปยังโดนหาว่าไม่มีมารยาท ไม่รู้จักเคารพครูบาอาจารย์ ,, จริงๆ Read More …

“ฉลาดเลือก” ฉลาดใช้รูปแบบการเรียนการสอน คือหัวใจวิชาครูแห่งศตวรรษที่ 21

มีวิธีสอนอยู่ 2 แบบ เพื่อให้คุณครูเลือกใช้ “ตามวัตถุประสงค์”ของการเรียนการสอนแห่งศตวรรษที่ 21 ครับ นั่นคือ 1.การฝึกอบรมทั่วๆไปแบบเดิม หรือ conventional training. 2.การเรียนรู้จากประสบการณ์ experiential learning >>>คุณครูผู้ฉลาดในอาชีพของตน จะ “เลือกเอามาประยุกต์ใช้ Select the application” ให้เหมาะกับวัตถุประสงค์ของการเรียนการสอน Objective.. และได้คุณภาพของผู้เรียนตรงกับตัวชี้วัด Indicator ทุกประการ<<< เมื่อเลือกรูปแบบการเรียนการสอนได้แล้ว ต้องนำมาออกแบบการสอน Instructional Design และ ทำแผนการเรียน Learning Plan ด้วยทุกครั้งไป ***การเลือกวิธีสอน “อยู่ที่วิจารณญาณของคุณครู”ว่า วิธีการสอนนั้นๆ เหมาะสมกับเนื้อหา สิ่งแวดล้อมแห่งการเรียนรู้ และสถานการณ์ Appropriate to Read More …

การใช้เทคนิค “การสอนให้เหมาะสมกับวัย”

การดำรงตนเป็นครูที่ดี สามารถช่วยเหลือเด็กให้มีพัฒนาการเติบโตตามวัยและเต็มศักยภาพได้ ไม่จำเป็นที่ครูจะต้องจบปริญญาเอกด้านจิตวิทยา ขอเพียงแค่ให้ครูมีพื้นฐานทางด้านการพัฒนาเด็กเพียงเล็กน้อยก็เพียงพอที่จะช่วยให้ครูสามารถสร้างแผนการเรียนรู้และกิจกรรมที่มีประสิทธิภาพและเหมาะสมให้กับเด็ก นอกจากนี้ การเข้าใจคอนเซ็ปต์พื้นฐานบางประการจะยังช่วยให้ครูสามารถสร้างความสัมพันธ์อันดีกับเด็ก และกำหนดขั้นตอนการเรียนรู้ได้ ยกตัวอย่าง การจัดการเรียนการสอนให้กับกลุ่มเด็กวัยก่อนอ่าน หรือเด็กในวัยเริ่มต้นหัดอ่าน (อายุระหว่าง 3-8 ปีโดยประมาณ) ครูหรือผู้สอนจะต้องผ่านการฝึกอบรมวิธีสอนมาโดยเฉพาะ ทั้งนี้ สังเกตได้ว่าครูที่ไม่ได้รับการอบรมมาโดยเฉพาะแล้วมาสอน อาจจะทำให้เด็กเกิดปัญหาตามมาคือ เด็กไม่สามารถปฏิบัติตามที่ครูคาดหวังได้ ทั้งนี้เนื่องจากครูเองมักเป็นฝ่ายจัดกิจกรรมที่ไม่เหมาะสมกับระดับการพัฒนาการของเด็ก สำหรับเด็กในวัยโตกว่านี้ จะมีความสามารถในการเข้าใจสิ่งที่ยากและซับซ้อนขึ้น และสามารถฝึกทักษะการเรียนรู้ที่แตกต่างหลากหลายได้มากขึ้น อย่างไรก็ตาม การเติบโตดังกล่าวเป็นเพียงลักษณะหนึ่งของกระบวนการพัฒนาไปสู่ความเป็นผู้ใหญ่ที่สมบูรณ์และมีความสามารถเท่านั้น สิ่งสำคัญที่สุดคือ การเข้าใจพัฒนาการของเด็กจะช่วยให้ครูคำนึงถึงจุดแข็งของเด็กแต่ละคน ความคาดหวังที่ครูควรมี ตลอดจนวิธีการที่ดีที่สุดที่ครูจะสามารถช่วยเหลือเด็กให้พัฒนาได้เต็มตามศักยภาพของตน พัฒนาการ 3 ด้านของเด็ก เด็กมีการเจริญเติบโตหลักๆ 3 ด้าน คือ ด้านสติปัญญา ด้านร่างกาย และด้านอารมณ์-สังคม ในด้านสติปัญญาหมายถึงการมีทักษะในเชิงความรู้วิชาการต่างๆ อาทิเช่น Read More …