4 วิธีเปลี่ยนเด็กน้อย จาก “หนูไม่สู้!” เป็น “หนูทำได้!”

เปลี่ยนลูกน้อยจาก “หนูไม่สู้ !” เป็น “ หนูทำได้ !” โดยทั่วไปแล้ว เด็กจะมีลักษณะอยู่ 2 ประเภท ประเภทแรกคือ “ หนูทำได้ !” และอีกประเภทคือ “หนูไม่สู้!” เด็กหลายคนสามารถพัฒนาจาก “หนูไม่สู้” จนกลายเป็น “ หนูทำได้ !” ได้ไม่ยากเมื่อเด็กโตขึ้น แต่เด็กหลายคนโตขึ้นมาแล้วก็ยังคงเป็น“หนูไม่สู้!” เหมือนเดิม หากลูกน้อยของคุณเป็น “หนูไม่สู้!” ทุกอย่างในชีวิตเด็กน้อยไล่เลียงไปตั้งแต่แต่งตัว ทำการบ้าน ทำความสะอาดล้วนเป็นปัญหายักษ์เสมอ แต่คุณพ่อคุณแม่อย่าเพิ่งกังวลไปครับ ไม่มีคำว่าสายเกินไปที่จะสอนให้ลูกน้อยของคุณลุกขึ้นมามีความมั่นใจ พร้อมเผชิญทุกสถานการณ์ และบางทีลูกอาจพัฒนาได้ด้วยตัวเองด้วย ลองมาดูกันครับว่ามีเคล็ดลับอะไรช่วยให้ลูกน้อยมั่นใจในตัวเองมากขึ้น 1.เลิกช่วยลูก พ่อแม่หลายคนรีบกระโดดเข้าไปช่วยลูกทันที เมื่อเห็นลูกต้องเจอปัญหา แต่นั่นกลับทำให้เด็กยิ่งอ่อนแอ และกลายเป็น “หนูไม่สู้!” ในที่สุด กลับกัน คุณพ่อคุณแม่ลองช่วยเหลือเขาแบบอ้อมๆ เช่น พูดว่า “หนูลองซักผ้าดูไหม ซักไม่เป็นก็ไม่เป็นไร ลองทำดูก่อนไหม เดี๋ยวพ่อกับแม่จะค่อยๆ บอกวิธีซักผ้า ง่ายนิดเดียวเองนะ”  ค่อยๆ สอนเขาช้าๆ ให้หัดทำทีละอย่าง และควรให้เด็กลองทำเองก่อน โดยที่ไม่ต้องช่วยเหลือ เพราะเด็กสามารถเรียนรู้ได้ดีที่สุดจากการลงมือทำ จากนั้นจึงบอกเขาว่าควรทำอย่างไร Read More …

อยากให้ “ลูกเก่งเลข” ไม่ยาก ถ้าทำแบบนี้!!

อยากให้ ลูกเก่งเลข ทำไงดี?? คุณพ่อคุณแม่หลายคนคงหนักใจว่าจะทำยังไงให้ ลูกเก่งเลข หรือให้ลูกเข้าใจเลขมากขึ้น เพราะตอนนี้พยายามลองทำทุกวิถีทางแล้ว ไม่ว่าจะให้น้องลองฝึกเองที่บ้าน ส่งไปเรียนพิเศษ หรือติวตัวต่อตัว แต่ยังไม่เป็นผลอยู่ดี ลูกยังลูกสึกเบื่อ และไม่อยากเรียนคณิต จะมีวิธีไหนบ้างที่จะทำให้ลูกชอบคณิตและสนุกไปกับมัน คุณพ่อคุณแม่ลองทำตามคำแนะนำกันเลย วิธีการฝึกให้ ลูกเก่งเลข ต้องมีขั้นตอน ดังนี้ 1. ฝึกอย่างถูกวิธี การคำนวณให้รวดเร็ว ทั้งบวก ลบ คูณ หาร เด็กเล็กๆ ชั้น ป.1 – ป.2 พื้นฐานสำคัญมาก ดังนั้น แนะนำให้คุณพ่อคุณแม่เน้นพื้นฐานลูกให้แน่น โดยซื้อแบบฝึกหัดคำนวณ และโจทย์ปัญหาพื้นฐาน มาให้น้องๆ ได้ฝึกทำ และลองใช้วิธีกำหนดเวลาให้มีลักษณะเป็นเกมมากกว่าเป็นการบังคับให้ทำ ถ้าลูกทำแบบฝึกคำนวณได้เร็ว และตอบคำถามได้ถูกต้องแม่นยำ Read More …

อย่าสอนลูกให้ขี้เกียจ!!!

 มีด้วยหรือ ? ที่พ่อแม่จะสอนลูกให้ขี้เกียจ ? ตอบว่า “มี” และมีอยู่เป็นจำนวนมากด้วย บางทีท่านที่กำลังอ่านหนังสือเล่มนี้อยู่นี่แหละ ถ้าท่านมีลูก ท่านก็อาจจะเป็นอีกคนหนึ่งที่เคยสอน หรือกำลังสอนลูกให้ขี้เกียจอยู่ ! ลองพิจารณาดูทีรึ ว่าจะเป็นความจริงไหม ?             สมมุติว่า ลูกเรากำลังอยู่ในวัยเรียน อายุตั้งแต่ 3 หรือ 8 ขวบขึ้นไป ในวัยนี้เราสามารถที่จะให้ลูกช่วยเราทำงานบ้านได้ตั้งหลายอย่าง แต่พ่อแม่ส่วนมากก็มักจะไม่ให้ทำ ไม่ใช้ให้ทำ หรือไม่บังคับให้ทำ เช่น             – ลูกควรตื่นนอนเวลา 05.00 น. หรือ 06.00 น. พ่อแม่รู้ว่า ถ้าลูกตื่นในช่วงนี้แล้วลุกขึ้นเก็บที่นอน ล้างหน้า แปรงฟัน อาบน้ำ กินข้าวเสร็จล้างถ้วยชามเสร็จก็จะได้เวลาไปโรงเรียนพอดีๆ             แต่พ่อแม่บางคนหาได้ปลุกลูกในช่วงนี้ไม่ ไปปลุกเอาหลัง 06.00 Read More …

ปัญหาลูกไม่อยากไปโรงเรียนเพราะเกลียดครู

ปัญหาลูกไม่อยากโรงเรียนเกิดจากสาเหตุใด ลูกไม่อยากไปโรงเรียน (School Refusal Problem in Children) เป็นปัญหาที่มักพบได้บ่อยในเด็กเล็ก อาจเกิดขึ้นจากหลายๆ สาเหตุ เช่น   การเริ่มต้นของภาคเรียนใหม่ การย้ายไปเรียนโรงเรียนแห่งใหม่ หรือการที่โรงเรียนปิดเทอมเป็นเวลานาน แล้วมีการเริ่มภาคการศึกษาใหม่ เป็นต้น ตามการรายงานพิเศษเกี่ยวกับสุขภาพชิ้นล่าสุดที่มีชื่อว่า การจัดการกับความกังวล และความกลัว (Coping with Anxiety and Phobias) ของวิทยาลัยแพทย์ มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด พบว่า การปฏิเสธการไปโรงเรียนมักจะเกิดจากความกังวล โดยสาเหตุที่ซ่อนอยู่ภายในอาจมาจากโรคกลัวสังคม (social phobia) คือ ความกลัวที่เกิดจากสภาพทางสังคม หรือการแสดงออกต่อหน้าสาธารณชน หรือโรควิตกกังวลไปทั่ว (generalized anxiety disorder) กล่าวคือ การกลัวเกินเหตุ และกังวลไปกับหลายๆ Read More …

“โรคซึมเศร้าในเด็ก” ภัยเงียบที่พ่อแม่ไม่ควรมองข้าม

พ่อแม่หลายท่านมักจะกังวลว่าเมื่อลูกเราโตขึ้นจนกระทั่งเริ่มเข้าสู่วัยเรียน อาจมีการปรับตัวเข้าสู่สังคม การใช้ชีวิตของลูกเราจะเป็นอย่างไรบ้าง บางครั้งลูกๆ อาจพบความเครียดจนกระทั่งความเครียดสะสม มีพฤติกรรมที่เปลี่ยนไป เริ่มเก็บตัว ไม่ค่อยพูด ก็ทำให้พ่อแม่กังวลใจไม่น้อย ด้วยความเข้าใจในความวิตกนี้ พญ. กมลวิสาข์  เตชะพูลผล แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านจิตเวชศาสตร์ สาขาจิตเวชเด็กและวัยรุ่น โรงพยาบาลพญาไท 2 จึงอยากบอกถึงเรื่องโรคซึมเศร้า เพื่อให้พ่อแม่สามารถสังเกตลูกตัวเองได้ เป็นการรับมือให้ทันกับอารมณ์ที่เปลี่ยนไปของลูก ลูกแค่เศร้า…หรือเข้าข่ายเป็น “โรคซึมเศร้า” กันแน่! โรคซึมเศร้า (depression)   เป็นโรคทางอารมณ์ชนิดหนึ่ง ที่อารมณ์ซึมเศร้าจะมีมากกว่าปกติ คือมีอารมณ์เศร้าติดต่อกันเกือบทั้งวัน ติดต่อกันทุกวันนานเกิน  2 สัปดาห์ โดยเมื่อลูกเป็นโรคซึมเศร้า…จะมีอาการดังต่อไปนี้ มีอารมณ์ที่ซึมเศร้าลง เบื่อหน่ายมากขึ้น หรือบางรายอาจมีอารมณ์หงุดหงิด ไม่มีความสุขความเพลิดเพลินเมื่อทำกิจกรรมที่ชอบ ไม่อยากอาหาร น้ำหนักลดลง หรือในขณะที่บางรายก็ทานอาหารมากเกินไป นอนไม่หลับ หลับๆตื่นๆ หรือตื่นเร็วกว่าปกติ ในขณะที่บางรายนอนทั้งวัน เฉื่อยชา ไม่มีสมาธิในการเรียน ความจำแย่ลง รู้สึกผิด Read More …