“สื่อสารอย่างเปิดใจ” ชนะใจเด็กดื้อ เด็กวัยรุ่น ?อยากให้ครูและผู้ปกครองได้อ่าน

การสื่อสารกับวัยรุ่น จะต้องสื่อสาร แบบที่เรียกว่า “พูดจากใจ” หลีกเลี่ยงการตำหนิด้วยคำพูดที่รุนแรง จู้จี้ ขี้บ่น หยุมหยิม แสดงออกให้เขารับรู้ว่า เรารู้สึกจริงใจกับเขา ห่วงเขา อย่าใช้คำพูดประชดประชัน คำพูดต้องชัดเจนไม่คลุมเครือ อย่าให้เขาคาดเดาเอาเอง… หลายๆ ท่านที่ได้ติดตามอ่านบันทึกของครูใจดี คงจะคิดว่า ครูใจดีได้สอนแต่เด็กดี ว่านอนสอนง่าย ไม่ดื้อ ไม่ขี้เกียจ ไม่เกเร ไม่โดดเรียน ฯลฯ กระมัง….. เปล่าหรอก!!! เด็กสมัยนี้นิสัยก็เหมือนกันแหละ เด็กประเภทที่กล่าวมานี้ มีอยู่ทุกโรงเรียนนั่นแหละ เพราะเขามาจากครอบครัวที่แตกต่างกันไป บางคนมีความพร้อม ครอบครัวสมบูรณ์ ซึ่งก็มีน้อยมาก เด็กส่วนใหญ่มีปัญหาด้วยกันทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นปัญหาครอบครัวแตกแยก ยากจน ไม่มีพ่อแม่ อยู่กับญาติ ปู่ย่า ตายายที่อายุมากทำมาหากินไม่ไหวแล้วก็มีเยอะเลยทีเดียว Read More …

พูดทุกวันลูกเก่งแน่ 20 ประโยคภาษาอังกฤษ ให้แม่พูดกับลูกตอนเช้าก่อนไปโรงเรียน

คุณแม่ทราบไหมคะ หากลูกเข้านอนเร็วได้นอนหลับอย่างเพียงพอ เด็ก ๆ จะตื่นมาด้วยสมองปลอดโปร่ง และคุณแม่สามารถใช้ช่วงเวลาเช้านี้ฝึกให้ลูกคุ้นเคยกับประโยคภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวันได้อย่างง่าย ๆ การพูดภาษาอังกฤษกับลูกในทุก ๆ วันนอกจากจะช่วยให้ลูก ๆ จำคำศัพท์ได้แล้ว ยังแอบทำให้คุณพ่อคุณแม่ฝึกพูดภาษาอังกฤษไปในตัวด้วย ลองเริ่มต้นที่ 20 ประโยคภาษาอังกฤษ  ง่าย ๆ นี้ โดยเน้นการออกเสียงแต่ละคำให้ถูกต้อง เพราะถ้าออกเสียงสำเนียงเป๊ะ ลูกก็จะเข้าใจและออกเสียงได้อย่างถูกต้องด้วยเช่นกันนะคะ 20 ประโยคภาษาอังกฤษ ให้แม่พูดกับลูกตอนเช้าก่อนไปโรงเรียน 1.Good morning. How was your sleep?/ อรุณสวัสดิ์จ๊ะ เมื่อคืนลูกหลับสบายดีไหม? 2.Wake up, baby/ ตื่นได้แล้วลูกรัก 3.Let’s take a Read More …

พ่อแม่ที่ดี ต้องปกป้องลูกชายจาก 5 เรื่องนี้

โลกปัจจุบันไม่ใช่โลกที่คุณพ่อคุณเเม่จะปล่อยลูกๆ ออกไปวิ่งเล่นอย่างอิสระเสรีได้อีกเเล้วนะคะ ไม่ว่าลูกจะเป็นผู้ชายก็ตาม พ่อแม่ที่ดี ต้องปกป้องลูกชายจาก 5 เรื่องนี้ เพราะมันสุ่มเสี่ยงหลายอย่างต่อลูกของเรา 1.นอนค้างบ้านเพื่อน เรื่องน่าสนุกของเด็กๆ คือการนอนค้างบ้านเพื่อนค่ะ หลายครั้งที่การนอนค้างเกิดเรื่องดีๆ เเต่อย่างไรก็ตามสามารถเกิดเรื่องที่เป็นอันตรายต่อลูกได้ เช่น พ่อแม่ส่วนใหญ่จะเข้านอนเเละปล่อยให้เด็กๆ อยู่ตามลำพัง ซึ่งนั่นเป็นช่องโหว่ให้เด็กๆ เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องที่สุ่มเสี่ยงได้ เเม้บางครั้งเด็กๆ จะเล่นเกินเลยไปบ้าง เเต่ก็ไม่ใช่ทุกครั้งที่มันจะปลอดภัย เด็กๆ อาจจะขาดความมั่นใจ ถูกจับ หรือเป็นอันตรายต่อร่างกายได้ค่ะ ไม่เพียงเเค่การปล่อยลูกไปค้างบ้านเพื่อนอาจจะทำให้ลูกเกิดความกดดันเท่านั้น เเต่ยังเสี่ยงต่อการล่วงละเมิดทั้งทางเพศ ทางวาจา ทางจิตใจ หรือดูถูกเหยียดหยาม คุณพ่อคุณเเม่ไม่มีทางรู้ได้เลยว่า บ้านพ่อแม่ของเพื่อนลูกนั้นมีใครเข้าออกในบ้านบ้าง อาจจะเป็นตัวของพ่อแม่เพื่อนเอง ญาติๆ ลูกหลานในบ้าน สิ่งที่คุณพ่อคุณเเม่ทำได้เพื่อการป้องกันคือการอนุญาติในลูกไปเล่นในช่วงกลางวันได้ เเต่จำเป็นจะต้องกลับมานอนที่บ้านค่ะ 2.กีดกันทางเพศ การบอกลูกว่า “เป็นลูกผู้ชายหน่อยสิ” Read More …

4 วิธีเปลี่ยนเด็กน้อย จาก “หนูไม่สู้!” เป็น “หนูทำได้!”

เปลี่ยนลูกน้อยจาก “หนูไม่สู้ !” เป็น “ หนูทำได้ !” โดยทั่วไปแล้ว เด็กจะมีลักษณะอยู่ 2 ประเภท ประเภทแรกคือ “ หนูทำได้ !” และอีกประเภทคือ “หนูไม่สู้!” เด็กหลายคนสามารถพัฒนาจาก “หนูไม่สู้” จนกลายเป็น “ หนูทำได้ !” ได้ไม่ยากเมื่อเด็กโตขึ้น แต่เด็กหลายคนโตขึ้นมาแล้วก็ยังคงเป็น“หนูไม่สู้!” เหมือนเดิม หากลูกน้อยของคุณเป็น “หนูไม่สู้!” ทุกอย่างในชีวิตเด็กน้อยไล่เลียงไปตั้งแต่แต่งตัว ทำการบ้าน ทำความสะอาดล้วนเป็นปัญหายักษ์เสมอ แต่คุณพ่อคุณแม่อย่าเพิ่งกังวลไปครับ ไม่มีคำว่าสายเกินไปที่จะสอนให้ลูกน้อยของคุณลุกขึ้นมามีความมั่นใจ พร้อมเผชิญทุกสถานการณ์ และบางทีลูกอาจพัฒนาได้ด้วยตัวเองด้วย ลองมาดูกันครับว่ามีเคล็ดลับอะไรช่วยให้ลูกน้อยมั่นใจในตัวเองมากขึ้น 1.เลิกช่วยลูก พ่อแม่หลายคนรีบกระโดดเข้าไปช่วยลูกทันที เมื่อเห็นลูกต้องเจอปัญหา แต่นั่นกลับทำให้เด็กยิ่งอ่อนแอ และกลายเป็น “หนูไม่สู้!” ในที่สุด กลับกัน คุณพ่อคุณแม่ลองช่วยเหลือเขาแบบอ้อมๆ เช่น พูดว่า “หนูลองซักผ้าดูไหม ซักไม่เป็นก็ไม่เป็นไร ลองทำดูก่อนไหม เดี๋ยวพ่อกับแม่จะค่อยๆ บอกวิธีซักผ้า ง่ายนิดเดียวเองนะ”  ค่อยๆ สอนเขาช้าๆ ให้หัดทำทีละอย่าง และควรให้เด็กลองทำเองก่อน โดยที่ไม่ต้องช่วยเหลือ เพราะเด็กสามารถเรียนรู้ได้ดีที่สุดจากการลงมือทำ จากนั้นจึงบอกเขาว่าควรทำอย่างไร Read More …

เข้าสังคมไม่เป็น ไม่รู้จักแบ่งปัน! 5 ปัญหาพบบ่อยของเด็กในรั้วโรงเรียน!!! รวมทั้งวิธีแก้ไข

มีเด็กจำนวนมากที่เมื่อถึงวัยเข้าโรงเรียนกลับร้องไห้โยเยไม่อยากไป หรือบางคนมีปัญหาเข้ากับเพื่อนและครูไม่ได้ ในขณะที่เด็กอีกกลุ่มหนึ่งไม่มีพฤติกรรมเช่นนั้น ซึ่งเรื่องนี้ ธิดา พิทักษ์สินสุข ผู้เชี่ยวชาญด้านการศึกษาปฐมวัย บอกว่า เด็กกับปัญหาการเข้าสังคมในโรงเรียนเป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นได้ แต่การจะปรับตัวได้ดีหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับการเลี้ยงดู และการฝึกฝนทักษะการเข้าสังคมตั้งแต่เด็กๆ หากเด็กไม่เคยได้รับการเตรียมพร้อม และฝึกฝนที่ดีมาก่อน พอถึงเวลาต้องก้าวเข้าสู่รั้วโรงเรียน พวกเขาอาจไม่รู้จักที่จะเล่นกับเพื่อน หรือเข้ากับครูได้ดี “ปัญหาที่เกิดขึ้นในรั้วโรงเรียนส่วนใหญ่ มาจากการเลี้ยงดูของพ่อแม่ที่มักจะตามใจ ทำให้เด็กเอาแต่ใจ อยากได้อยากเล่นในทันที ไม่รู้จักรอ และไม่ค่อยยอมรับกฎกติกา พอเวลาถูกสอน หรือตักเตือนก็มักจะโกรธและหงุดหงิดง่าย ในขณะที่เด็กบางคน ไม่รู้จักอารมณ์ตัวเอง และไม่รู้จักอารมณ์ของผู้อื่น เวลาเล่นกับเพื่อน อาจจะระบายอารมณ์ใส่เพื่อนๆ โดยไม่รู้ตัว พฤติกรรมไม่พึงประสงค์เหล่านี้ คุณพ่อคุณแม่จำเป็นต้องเตรียมลูกให้พร้อมเพื่ออยู่ร่วมกับเพื่อนในโรงเรียนได้อย่างไม่ทุกข์ระทม และไม่สร้างปัญหาให้แก่ครู และเพื่อนๆ ในห้องเรียน” ผู้เชี่ยวชาญด้านการศึกษาปฐมวัยเผย สำหรับปัญหาหลักๆ ที่พบได้บ่อยของเด็กในสังคมโรงเรียน สามารถสรุปออกเป็น 5 ปัญหาพร้อมแนวทางรับมือ ดังต่อไปนี้ 1.เข้าสังคมไม่เป็น Read More …