14 วิธีสังเกต ลูกเสี่ยงเป็นออทิสติก!(แชร์เพื่อบอกต่อจะได้หาวิธีรักษา)

ออทิสติก (Autistic) คือ กลุ่มอาการที่แสดงความผิดปกติของพัฒนาการของเด็ก ลักษณะอาการของเด็กที่เป็นออทิสติก คือ ชอบแยกตัว อยู่กับตัวเอง ไม่พูดหรือติดต่อสื่อสารทางภาษากับคนอื่น และมีปัญหาด้านพฤติกรรม การที่พ่อแม่จะรู้ว่าลูกมีความผิดปกติหรือไม่นั้น สามารถสังเกตได้เมื่อลูกมีอายุ 3 เดือนขึ้นไป โดยสังเกตจากภาษาทางกาย เพราะเด็กปกติจะมีการโต้ตอบกับพ่อแม่ จะยิ้ม หัวเราะ จดจำหน้าพ่อแม่ได้ และมีการตอบสนอง ส่วนเด็กที่เป็นออทิสติก จะแสดงอาการเฉยๆ เมื่อเห็นสิ่งรอบข้าง และมีการกระทำที่ซ้ำๆ ซากๆ เช่น ขยับมือแบบเดิมๆ หรือเพ่งมองอะไรซ้ำๆ หากพบพฤติกรรมเช่น 14 ข้อด้านล่างนี้ คุณพ่อคุณแม่ควรรีบเข้าพบและปรึกษาแพทย์ทันที คุณพ่อคุณแม่ลองเช็คพฤติกรรมของลูกๆด้วย 14 วิธีสังเกต ลูกเสี่ยงเป็นออทิสติก ดังนี 1. อายุ 2 Read More …

หมอชี้’เด็ก’มีปัญหาเรียน 20-30% ปัจจัยครอบครัว-โรงเรียนล่มสลาย!

พ.ญ.วินัดดา ปิยะศิลป์ ผู้อำนวยการศูนย์ปัญหาการเรียน ของโรงพยาบาล(ร.พ.)สมิติเวช กล่าวถึงปัญหาการเรียนของเด็กไทยว่า ปัจจุบันเด็กไทยมีปัญหาในการเรียนมากถึง 20 -30% โดยมีสาเหตุ 3 ปัจจัย คือ 1.ปัจจัยจากตัวของเด็กเอง เช่น สมาธิสั้น พบประมาณ 8% หรือ เป็นโรคแอลดี คือ เด็กจะฉลาดแต่จะไม่มีความสามารถในเรื่องของการอ่านเขียน แต่ถ้ามีการพูดให้ฟังก็สามารถจดจำและเข้าใจได้ดี พบประมาณ 6% ส่วนที่เหลือเป็นเรื่องของอารมณ์และความขี้เกียจของเด็ก 2.ปัจจัยจากผู้ปกครองที่เลี้ยงผิดวิธี เด็กเติบโตแต่ด้านร่างกาย จิตใจยังไม่มีวุฒิภาวะ ควรสอนให้เด็กมีวินัยการเรียนเพื่อดำรงชีวิต 3.โรงเรียนและระบบการศึกษาที่สอนให้ท่องจำทำข้อสอบให้ได้คะแนนดี ส่วนต่างประเทศเน้นทักษะการดำเนินชีวิตเช่น วิชาดนตรี วิชาพละ ฯลฯ เท่ากับวิชาการ “ปัจจัยจากผู้ใหญ่ทั้งครอบครัวหรือโรงเรียนทำให้เด็กมีปัญหาที่ลดลงได้นอกจากปัญหาตัวเด็ก การเลี้ยงดูแบบไทยผู้ปกครองมองว่าเป็นเด็กตลอด เด็กโตแต่ใจไม่โตจึงเกิดปัญหาฆ่ากันตายเพราะความหึงหวง ส่วนระบบการศึกษาของไทยนักเรียนมากเกินกว่าที่ครูผู้สอนจะดูแลได้และส่วนใหญ่ก็จะเน้นถึงแต่เรื่องเนื้อหาวิชาการ โดยเอาคะแนนเป็นตัววัด Read More …

ผลวิจัยชี้พฤติกรรม “เด็กดื้อ” ฝังลึกในดีเอ็นเอ

  เชื่อกันว่าเด็กจะดื้อหรือไม่ดื้อก็เพราะสิ่งแวดล้อมและการเลี้ยงดู แต่งานวิจับชิ้นใหม่ชี้ว่าเด็กอาจจะดื้อมาตั้งแต่กำเนิดเหตุเพราะดีเอ็นเอ   เดลิเมล์ – นักวิจัยระบุเด็กก้าวร้าว ชอบสร้างปัญหา เพราะเกิดมาเป็นแบบนั้น หรือกล่าวในเชิงวิทยาศาสตร์ได้ว่า พฤติกรรมที่เป็นปัญหาฝังติดมากับดีเอ็นเอของเด็ก ก่อนหน้านี้ คนส่วนใหญ่เชื่อว่า สภาพแวดล้อมเป็นตัวบ่งชี้พฤติกรรมของเด็ก แต่งานศึกษาล่าสุดกลับสรุปในทางตรงข้ามว่า เด็กดื้อไม่สามารถลอกเลียน พฤติกรรมดีๆ ซึ่งได้รับการอบรมสั่งสอนจากที่บ้านได้ แต่ทว่า ลักษณะต่างๆ เช่น เกเร ชอบโกหก หรือชอบทะเลาะวิวาท สามารถถ่ายทอดทางพันธุกรรม ในงานวิจัยของมหาวิทยาลัยเวอร์จิเนีย สหรัฐฯ ระบุว่าเด็กบางคนอาจมีพฤติกรรมเลวร้าย ไม่ว่าที่บ้านจะเลี้ยงดูอย่างรักใคร่และใส่ใจเพียงใดก็ตาม นักวิจัยศึกษาโดยการเปรียบเทียบฝาแฝดแท้ที่มีลักษณะทางพันธุกรรมเหมือนกัน และฝาแฝดเทียมที่มีลักษณะทางพันธุกรรมเหมือนกันเพียงครึ่งเดียว เมื่อเปรียบเทียบระหว่างฝาแฝดกับลูกๆ ของพวกเขา จะพบว่ามีการถ่ายทอดยีนบางส่วนไปยังลูกๆ ขณะที่บางส่วนไม่ได้ถูกถ่ายทอดไปด้วย ผลศึกษาชี้ว่า แนวโน้มพฤติกรรมสามารถถ่ายทอดในลักษณะเดียวกับสีตาและสีผม รายงานฉบับนี้เป็นการขยายผลจากงานศึกษาของทีมนักวิจัยชุดเดียวกันเมื่อปี 2004 ที่นำโดยเดบรา Read More …

6 วิธีเลี้ยงลูกให้ถูกทาง ส่งเขาสู่ความสำเร็จในอนาคต!

การที่จะปูทางให้ลูกประสบความสำเร็จในชีวิต คงไม่ใช่เรื่องง่ายๆ พ่อแม่จำต้องทุ่มเท ทั้งกำลังกายและใจ เพื่อนำไปสู่ความเป็นเลิศทางปัญญา มีความคิดสร้างสรรค์ รวมถึงเสริมสร้างพัฒนาการในด้านต่างๆ ให้แก่ลูกน้อย เพื่อเป็นพื้นฐานให้เขาสามารถก้าวข้ามอุปสรรค และประสบความสำเร็จในอนาคตได้ วันนีเรามีวิธีการ เลี้ยงลูก ที่จะส่งเขาได้ถึงฝั่งฝันอันสวยงามเหมือนอย่างที่ตั้งใจ เพียง 6 ข้อง่ายๆ ดังนี้ค่ะ 6 วิธี เลี้ยงลูก ให้ถูกทาง ส่งเขาสู่ความสำเร็จในอนาคต     1. เข้าใจธรรมชาติของลูก เมื่อลูกน้อยเข้าสู่ช่วงอายุ 1-2 ขวบ เป็นวัยที่เริ่มมีความคิด ความอ่านเป็นของตัวเอง และเริ่มกล้าแสดงออกในเรื่องที่เขาสนใจมากขึ้น แต่ปัจจุบันพ่อแม่มือใหม่ส่วนใหญ่มักมองข้ามสิ่งเล็กๆ ที่ลูกสนใจตั้งแต่เด็กๆ เพียงแค่คิดว่า “เดี๋ยวโตไปก็รู้เอง” ดังนั้น การเลี้ยงลูกที่ถูกต้อง คุณแม่จะต้องเริ่มสังเกตพฤติกรรมของลูกอย่างใกล้ชิด ว่าเขาถนัดหรือมีแววความสามารถในเรื่องใดเป็นพิเศษ เพื่อเตรียมความพร้อมได้อย่างเหมาะสมตั้งแต่เนิ่นๆ Read More …

5 กิจกรรมที่สำคัญ ประจำวันของเด็กอนุบาล!

การเล่น..เป็นการเรียนรู้ที่ดีที่สุดของเด็กวัยอนุบาลค่ะ ดังนั้นกิจกรรมประจำวันของเด็กๆวัยนี้จำต้องผ่านการเล่น เพื่อให้เด็กได้ประสบการณ์ตรง ทำให้เกิดการเรียนรู้ทั้งร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคม และสติปัญญา เรามาลองสังเกตแนวทางของโรงเรียนอนุบาลที่ลูกเราอยู่ดีกว่า ว่ามีสิ่งเหล่านี้เครอบคลุมกิจกรรมในโรงเรียนบ้างหรือเปล่า การพัฒนากล้ามเนื้อใหญ่ : การใช้อวัยวะต่างๆโดยให้เด็กได้เล่นอย่างอิสระกลางแจ้ง เล่นเครื่องเล่นสนาม หรือเคลื่อนไหวร่างกายตามจังหวะดนตรี การพัฒนากล้ามเนื้อเล็ก : ฝึกความแข็งแรงของกล้ามเนื้อเล็ก และความสัมพันธ์ของมือกับตา เช่น เล่นเครื่องเล่นที่ต้องสัมผัส แต่งกายเอง หยิบจับช้อมส้อม ใช้อุปกรณ์ศิลปะ เช่น สีเทียน กรรไกร หรือพู่กัน ส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ : ให้เด็กได้ถ่ายทอดอารมณ์และความรู้สึกโดยใช้ศิลปะเป็นสื่อ เช่น การเล่นบทบาทสมมุติ เล่นน้ำ เล่นทราย หรือเล่นบล๊อก ส่งเสริมให้เด็กได้เลือกและตัดสินใจ : มีมุมต่างๆให้เด็กเลือกเล่น หรือทำกิจกรรมได้อย่างเสรี มีการเรียนทั้งภายนอกและภายในอาคาร ส่งเสริมให้เด็กมีทักษะในชีวิตประจำวัน : มีกิจกรรมที่ช่วยสร้างเสริมสุขนิสัยที่ดีให้เด็ก เช่น Read More …