สาเหตุลูกก้าวร้าวรุนแรงเกิดจากอะไร! คุณครูและพ่อแม่ควรรับมือจัดการอย่างไรดี?

ปัญหาเด็กก้าวร้าวเป็นปัญหาที่คุณพ่อคุณแม่ไม่ควรมองข้าม และควรดูแลเอาใจใส่อย่างใกล้ชิด เพื่อไม่ให้เด็กๆ มีพฤติกรรมดังกล่าวซึ่งส่งผลต่อการใช้ชีวิตในระยะยาว ถึงเวลาแล้วที่คุณพ่อคุณแม่ต้องจัดการกับลูกรักที่มีพฤติกรรมก้าวร้าวรุนแรง สาเหตุที่ทำให้ลูกก้าวร้าวรุนแรง เกิดตัวเด็กเอง มีอารมณ์ก้าวร้าวรุนแรงเป็นพื้นฐานของจิตใจ สมาธิสั้น โตมากับความก้าวร้าวรุนแรง คือ พ่อแม่อาจใช้อารมณ์ในการตัดสินเด็ก เช่น การดุด่าว่ากล่าวแรงๆ การใช้กำลัง เป็นต้น หรือแม้แต่ในพ่อแม่ที่ใช้ความรุนแรงต่อกัน ถูกตามใจก็มีส่วนที่ทำให้เด็กมีปัญหาความก้าวร้าวได้ อย่างในเวลาที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม จะไม่มีใครสามารถขัดใจได้ ตัวอย่างที่พบบ่­­อยคือเด็กที่ลงไปนอนดิ้นกับพื้น แล้วสุดท้ายพ่อแม่หรือผู้ปกครองอื่นๆ ก็จะยอมให้ในสิ่งที่เด็กต้องการ ปราบลูกก้าวร้าวรุนแรงได้อย่างไร หากเด็กแสดงอาการก้าวร้าวอย่าโต้ตอบด้วยการต่อว่าด้วยวาจาที่รุนแรง พ่อแม่ต้องเอาตัวเองออกมาจากตรงนั้นแล้วค่อยคุยกับเด็กทีหลังว่าด้วยการสั่งสอนว่าทำแบบนี้ไม่ถูก อย่างในกรณีที่เด็กติดเกม เริ่มต้นคงต้องให้เด็กหยุดเล่นเกมไปก่อน แล้วตั้งกติกาในการเล่นเพื่อความเหมาะสม เพื่อฝึกวินัยให้เด็ก บางกรณีอาจต้องปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ หากเด็กมีระดับความก้าวร้าวที่รุนแรงมากๆ เพราะในบางครั้งปัจจัยอาจมาจากหลายอย่าง เช่น ความสัมพันธ์ของพ่อแม่และลูกอาจไม่ดีตั้งแต่ต้น จึงควรให้ผู้เชี่ยวชาญช่วยเหลือในเรื่องนี้จะดีที่สุด การกำราบลูกตั้งแต่แรกเริ่ม ที่มีพฤติกรรมก้าวร้าว เป็นสิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ควรจัดการนะคะ หากปล่อยไว้จนถึงขั้นที่ลูกกลายเป็นเด็กก้าวร้าวรุนแรงแล้ว Read More …

แพทย์แนะ!!! 6 ความต้องการพื้นฐานทางด้านจิตใจของเด็ก ที่พ่อแม่ต้องให้ลูก!

ความต้องการด้านจิตใจของเด็กนั้นมีความแตกต่างกันไปบ้างตามวัยของเด็ก แต่พอจะสรุปได้กว้างๆ ว่า สิ่งต่อไปนี้มีความจำเป็น และเป็นที่ต้องการสำหรับเด็กทุกคน คือ 1. ความรักความอบอุ่น เด็กรู้สึกอยากให้พ่อแม่หรือผู้เลี้ยงดูรักตน รู้สึกว่าตนเองเป็นที่ต้องการ มีค่าสำหรับพ่อแม่ รู้สึกว่าตนเองเป็นที่ยอมรับ เด็กไม่ควรรู้สึกว่าพ่อแม่รังเกียจตน ไม่ชอบ ลำเอียง ปฏิเสธหรือไม่เป็นที่ต้องการ เป็นส่วนเกิน จำใจต้องเลี้ยงดูตน และไม่ควรรู้สึกมีปมด้อยหรือน้อยเนื้อต่ำใจต่างๆ นาๆ เจตคติหรือท่าทีของผู้ใหญ่ที่กล่าวมาข้างต้นนี้มีอิทธิพลอย่างมากต่อจิตใจของเด็ก เกี่ยวกับเจตคติของพ่อแม่ต่อลูก สิ่งที่สำคัญที่จะต้องกล่าวถึง คือ เด็กต้องการความรักอย่างเหมาะสม ไม่ใช่รักมากอย่างไม่มีขอบเขต เช่น ตอมใจทุกอย่างโดยไม่มีเหตุผลจนทำให้กลายเป็นคนตามใจตัวเองตลอดเวลาไม่สามารถอดทนต่อภาวะที่คนปกติธรรมดาควรจะอดทนได้ จนกลายเป็นข้อบกพร่องทางบุคลิกภาพไป 2.การกระตุ้นอย่างเหมาะสม การกระตุ้นพัฒนาการที่เหมาะสมนั้นขึ้นกับวัยของเด็ก เช่น วัยทารกแรกเกิดก็ต้องการ การอุ้ม การสัมผัส การยิ้ม การพูดคุยด้วยเพื่อให้ได้ยินเสียง พอโตขึ้นก็ต้องการเพิ่มขึ้น เช่น การเล่น Read More …

ความแตกต่างระหว่างเด็กที่ถูกรักVSและเด็กที่ถูกทำร้าย!!! จากภาพสแกนสมองของเด็กสองคน?

การเลี้ยงดูเด็กเป็นเรื่องสำคัญเพราะมันคือการวางรากฐานให้พวกเขาสามารถเจริญเติบโตต่อไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเราสามารถพิสูจน์ความแตกต่างของเด็กที่ได้รับการเลี้ยงดูที่ดีกับเด็กที่ถูกเลี้ยงดูมาอย่างทารุณหรือปล่อยปละละเลยได้ ผ่านภาพสแกนสมองนี้ ภาพด้านล่างคือการเปรียบเทียบสมองของเด็กวัย 3 ขวบสองคน ที่มีความแตกต่างกันในเรื่องของการเลี้ยงดู ด้านซ้ายคือสมองของเด็กที่ถูกเลี้ยงมาอย่างทะนุถนอมและได้รับการดูแลเอาใจใส่ ด้านขวาเป็นสมองของเด็กที่ถูกเลี้ยงมาอย่างทารุณ ปล่อยปละละเลย และถูกกีดกันการรับรู้ต่างๆ   สมองด้านซ้ายจากเด็กที่ถูกเลี้ยงดูมาอย่างดี สมองด้านขวาของเด็กที่ถูกเลี้ยงมาอย่างทารุณ   ภาพนี้ถูกแชร์โดยศาสตราจารย์ Bruce Perry หัวหน้าฝ่ายจิตเวชของโรงพยาบาลเด็กในรัฐเท็กซัส โดยเขาต้องการให้ทุกคนตระหนักถึงปัญหาการทารุณกรรมเด็กว่ามันส่งผลร้ายแรงมากขนาดไหน เห็นได้ชัดว่าสมองทางด้านขวามีขนาดเล็กกว่ามาก และมีลักษณะที่แตกต่างจากสมองของเด็กอีกคนอย่างชัดเจน เพราะการขยายตัวของโพรงในสมองและเยื่อหุ้มสมองเสื่อมที่สามารถสังเกตเห็นได้ ปัญหาที่ตามมาจากลักษณะของสมองที่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในแบบนั้นก็คือ การเจริญเติบโตของเด็กจะช้ากว่าปกติและมีปัญหาในเรื่องของความจำจากการที่เยื่อหุ้มสมองเสื่อม ซึ่งอาการดังกล่าวพบได้ในคนแก่ผู้ป่วยเป็นอัลไซเมอร์   ภาพในลักษณะเดียวกันจากการศึกษาของมหาวิทยาลัย Oxford ในปี 2010 ผลลัพธ์ที่ได้ไม่ต่างกับภาพที่เราได้เห็นในปัจจุบัน   ผลกระทบทางกายภาพไม่ได้เกิดขึ้นกับสมองของเด็กเพียงอย่างเดียว งานวิจัยอื่นๆ ได้บอกว่าเด็กที่ถูกทารุณมีความเชื่อมโยงที่อาจทำให้พวกเขาป่วยเป็นโรคหัวใจหรือโรคอ้วนได้ในอนาคต นี่จึงเป็นปัญหาระยะยาวที่ส่งผลเสียอย่างมาก ไม่ใช่เพียงแต่ด้านร่างกายแต่รวมถึงด้านจิตใจการเข้าสังคมของเด็กอีกด้วย ด็อกเตอร์ Perry บอกว่าหากเด็กถูกกีดกันจากโลกภายนอก ไม่ได้ทำสิ่งต่างๆ Read More …

14 วิธีสังเกต ลูกเสี่ยงเป็นออทิสติก!(แชร์เพื่อบอกต่อจะได้หาวิธีรักษา)

ออทิสติก (Autistic) คือ กลุ่มอาการที่แสดงความผิดปกติของพัฒนาการของเด็ก ลักษณะอาการของเด็กที่เป็นออทิสติก คือ ชอบแยกตัว อยู่กับตัวเอง ไม่พูดหรือติดต่อสื่อสารทางภาษากับคนอื่น และมีปัญหาด้านพฤติกรรม การที่พ่อแม่จะรู้ว่าลูกมีความผิดปกติหรือไม่นั้น สามารถสังเกตได้เมื่อลูกมีอายุ 3 เดือนขึ้นไป โดยสังเกตจากภาษาทางกาย เพราะเด็กปกติจะมีการโต้ตอบกับพ่อแม่ จะยิ้ม หัวเราะ จดจำหน้าพ่อแม่ได้ และมีการตอบสนอง ส่วนเด็กที่เป็นออทิสติก จะแสดงอาการเฉยๆ เมื่อเห็นสิ่งรอบข้าง และมีการกระทำที่ซ้ำๆ ซากๆ เช่น ขยับมือแบบเดิมๆ หรือเพ่งมองอะไรซ้ำๆ หากพบพฤติกรรมเช่น 14 ข้อด้านล่างนี้ คุณพ่อคุณแม่ควรรีบเข้าพบและปรึกษาแพทย์ทันที คุณพ่อคุณแม่ลองเช็คพฤติกรรมของลูกๆด้วย 14 วิธีสังเกต ลูกเสี่ยงเป็นออทิสติก ดังนี 1. อายุ 2 Read More …

หมอชี้’เด็ก’มีปัญหาเรียน 20-30% ปัจจัยครอบครัว-โรงเรียนล่มสลาย!

พ.ญ.วินัดดา ปิยะศิลป์ ผู้อำนวยการศูนย์ปัญหาการเรียน ของโรงพยาบาล(ร.พ.)สมิติเวช กล่าวถึงปัญหาการเรียนของเด็กไทยว่า ปัจจุบันเด็กไทยมีปัญหาในการเรียนมากถึง 20 -30% โดยมีสาเหตุ 3 ปัจจัย คือ 1.ปัจจัยจากตัวของเด็กเอง เช่น สมาธิสั้น พบประมาณ 8% หรือ เป็นโรคแอลดี คือ เด็กจะฉลาดแต่จะไม่มีความสามารถในเรื่องของการอ่านเขียน แต่ถ้ามีการพูดให้ฟังก็สามารถจดจำและเข้าใจได้ดี พบประมาณ 6% ส่วนที่เหลือเป็นเรื่องของอารมณ์และความขี้เกียจของเด็ก 2.ปัจจัยจากผู้ปกครองที่เลี้ยงผิดวิธี เด็กเติบโตแต่ด้านร่างกาย จิตใจยังไม่มีวุฒิภาวะ ควรสอนให้เด็กมีวินัยการเรียนเพื่อดำรงชีวิต 3.โรงเรียนและระบบการศึกษาที่สอนให้ท่องจำทำข้อสอบให้ได้คะแนนดี ส่วนต่างประเทศเน้นทักษะการดำเนินชีวิตเช่น วิชาดนตรี วิชาพละ ฯลฯ เท่ากับวิชาการ “ปัจจัยจากผู้ใหญ่ทั้งครอบครัวหรือโรงเรียนทำให้เด็กมีปัญหาที่ลดลงได้นอกจากปัญหาตัวเด็ก การเลี้ยงดูแบบไทยผู้ปกครองมองว่าเป็นเด็กตลอด เด็กโตแต่ใจไม่โตจึงเกิดปัญหาฆ่ากันตายเพราะความหึงหวง ส่วนระบบการศึกษาของไทยนักเรียนมากเกินกว่าที่ครูผู้สอนจะดูแลได้และส่วนใหญ่ก็จะเน้นถึงแต่เรื่องเนื้อหาวิชาการ โดยเอาคะแนนเป็นตัววัด Read More …