เลี้ยงลูกให้ฉลาด ไม่ใช่เรื่องยาก แค่รู้จักความฉลาด 8 ด้าน ค้นความอัจฉริยะในตัวลูก

เลี้ยงลูกให้ฉลาด ไม่ใช่เรื่องยาก ถ้าเรารู้จักลูก เพราะในโลกนี้คงไม่มีใครที่เก่งทุกด้าน แต่ละคนเกิดมาพร้อมความสามารถพิเศษเฉพาะตัว ดังนั้นพ่อแม่ต้องรู้จักสังเกตลูก ลูกเราเก่งอะไร สนใจอะไร หาความสามารถของลูกให้เจอแล้วดันให้ถูกทาง ลูกฉลาดแน่นอนค่ะ ทฤษฎี พหุปัญญา หรือ ความฉลาด 8 ด้าน คือ ทฤษฎีซึ่งแบ่งความสามารถเฉพาะตัวของแต่ละคนออกเป็นด้านต่าง ๆ ดังนี้ 1.ความฉลาดทางภาษา เด็กที่มีความฉลาดทางภาษาจะพูดได้เร็วกว่าเด็กทั่วไปในวัยเดียวกัน พูดเก่ง และชื่นชอบการอ่าน เขียน และอาจจะอ่านเขียนได้เร็วกว่าเด็กคนอื่น อีกทั้งยังมีความสามารถในการพูด การสื่อสาร และมีความจำดี วิธีพัฒนาเด็กท่ี่มีความฉลาดทางภาษา สนับสนุนให้ลูกอ่านหนังสือ และฝึกการเขียนโดยอาจจะเขียนเรื่องสั้น ๆ ให้พ่อแม่อ่าน หรือเขียนไดอารี่ทุกวัน สอดแทรกด้วยการหากิจกรรมฝึกภาษาให้เล่น เช่น เกมต่อคำ ครอสเวิร์ดเป็นต้น เปิดโอกาสให้ลูกได้พูด Read More …

5 สูตรการเรียนเก่ง จากท่าน ว.วชิรเมธี

1. อ่านให้มากฟังให้มาก พออ่านมากฟังมากข้อมูลจะเยอะ เวลาเราคิดอะไรก็จะคิดได้กว้างไกล ลึกซึ้ง 2. เลือกจำสาระสำคัญ ไม่ต้องจำทั้งหมดเลือกจำเฉพาะแก่นสาร วิธีช่วยจำที่พระอาจารย์ใช้ คือขีดเส้นใต้ และปากกาเน้นสี 3. ท่องให้คล่องปาก เวลาเรียนไปแล้ว สิ่งไหนสำคัญต้องท่องจำ 4. คิดให้แจ่มแจ้งเจนใจ จำแล้วต้องทำความเข้าใจด้วย 5. นำมาใช้ในชีวิตประจำวัน  ความรู้ที่เรียนมาต้องนำมาใช้ด้วย จะได้เกิดประโยชน์ ขอบพระคุณบทความจาก http://campus.sanook.com/1370081/

เด็กชายวัย 8 ขวบสุดอัจฉริยะ เรียนรู้เขียนโค้ดเอง แถมเรียนเร็วจนโรงเรียนไม่มีอะไรจะสอนแล้ว

ในปัจจุบันนั้นเด็กที่เกิดมาแล้วมีแนวโน้มที่เป็นอัจฉริยะมีสูงขึ้นมากกว่าแต่ก่อนเรื่อยๆ อาจเป็นเพราะการเข้าถึงเทคโนโลยีและความรู้เป็นเรื่องที่ง่ายขึ้น ทำให้เด็กบางคนเพียงอายุไม่ถึง 10 ขวบ พวกเขาก็สามารถใช้งานหรือพูดถึงสิ่งต่างๆ ได้เทียบเท่ากับผู้ใหญ่บางคนแล้ว Seth Yee หนุ่มน้อยวัย 8 ขวบจากประเทศสิงคโปร์ ที่ล่าสุดได้เข้ารับการทดสอบว่ามีไอคิวที่สูงถึง 134 ซึ่งคิดเป็นอัตราที่ 1% จากเด็กวัยเดียวกันทั้งหมด     Seth นั้นเป็นเด็กที่ฉลาดมากๆ ด้วยความที่เขาส่อแววอัจฉริยะตั้งแต่วัยแบเบาะ โดยแม่ของเขาเล่าว่าเมื่อช่วงใกล้ 2 ขวบ ตอนที่พาลูกของเธอไปสนามเด็กเล่น… แต่แทนที่เขาจะเล่นของเล่นเหมือนเด็กทั่วไป แต่เขากลับเลือกจะยืนมองไปที่ของเล่นแล้วถามกลับมาว่า เครื่องเล่นตรงหน้ามันทำงานยังไงแทน? แน่นอนว่าการเป็นอัจฉริยะถือเป็นเรื่องดีสำหรับตัวเด็ก แต่สำหรับพ่อแม่นั้นเป็นเรื่องที่ยากมากๆ เพราะว่าเมื่อส่งเขาไปโรงเรียนตามปกติมันกลับทำให้คุณครูที่โรงเรียนท้อ เนื่องจากทางโรงเรียนไม่รู้จะสอนอะไรให้กับ Seth เพราะเขาดันเข้าใจทุกอย่างแล้ว จนสุดท้ายเขาต้องกลับมาเรียนอยู่ที่บ้านแทน     อย่างไรก็ตาม ด้วยความที่ผู้เป็นพ่อของเขาทำงานเป็นโปรแกรมเมอร์ ฉะนั้นหนุ่มน้อยวัย 8 Read More …

8 สาเหตุว่าทำไม “คนรักสันโดษ” ถึงมักฉลาดและแกร่งกว่าใครๆ

ในปัจจุบันสังคมได้มีส่วนทำให้คนเราต้องใช้เวลาอยู่ร่วมกับผู้อื่นมากขึ้น แม้แต่เวลาที่เราอยู่คนเดียว เราก็ยังคงส่งข้อความ หรือแม้แต่วิดีโอคอลล์หากัน ซึ่งในความเป็นจริงแล้วการใช้เวลาอยู่กับตัวเองนั้นมีประโยชน์และข้อดีแฝงอยู่มากมายเพียงแค่คุณยังไม่รู้เท่านั้นเอง การปลีกตัวเองออกมาอยู่คนเดียว มักไม่ใช่สิ่งที่คนในสังคมยอมรับกันนัก เพราะหลายต่อหลายครั้งคนในสังคมจะมองคนเหล่านี้ว่าเป็นคนสันโดษหรืออาจมีภาวะซึมเศร้า แต่ก็มีบางคนที่รู้สึกพอใจกับการใช้เวลาอยู่คนเดียวและชอบอยู่กับตัวเอง ซึ่งตามหลักจิตวิทยาแล้วมันมีประโยชน์ต่อพวกเขาจริงๆ เพราะมันเป็นช่วงเวลาที่ได้ปลดปล่อยกายและใจให้ได้ผ่อนคลายนั้นเอง 1. การใช้เวลาอยู่กับตัวเองทำให้คุณมั่นใจในตัวเองมากขึ้น ในช่วงเวลาที่จำเป็นต้องตัดสินใจ คนที่ไม่มีความมั่นใจในตัวเองมักจะคอยหวังพึ่งคนอื่นอยู่เสมอ การได้ใช้เวลาอยู่กับตัวเองจะช่วยให้คุณรู้จักตัดสินใจทำอะไรได้ด้วยตนเอง และช่วยเปิดโอกาสให้คุณได้โฟกัสอยู่กับความคิดของคุณเอง ไม่สนใจหรือวอกแวกไปกับความคิดของใครๆ ดังนั้น คุณจึงมีเวลาและโอกาสมากมายให้ได้ลองคิด ชั่งใจ และตัดสินใจได้ด้วยตัวของคุณเอง ซึ่งการกระทำเหล่านี้จะทำให้คุณรู้สึกมั่นใจในตัวเองมากขึ้น 2. การใช้เวลาอยู่กับตัวเองช่วยเพิ่มศักยภาพในตัวคุณ   เวลาที่มีผู้คนอยู่รายล้อมรอบตัวเรา เรามักเกิดอาการไขว้เขวไปต่างๆ นาๆ แต่พอเมื่อเราได้อยู่คนเดียว ได้อยู่กับตัวเองแล้ว เรากลับมีโอกาสได้นึกถึงสิ่งต่างๆ ที่สำคัญในชีวิต ไม่ว่าจะเป็น การงาน ครอบครัว หรือเรื่องเงินๆ ทองๆ ซึ่งจะเห็นได้ชัดว่าการใช้เวลาอยู่กับตัวเองจะช่วยทำให้เราสามารถตัดสินใจเกี่ยวกับเป้าหมายของเราได้ดีขึ้น แถมยังทำให้เรามีแรงบันดาลใจที่จะพิชิตเป้าหมายของตัวเองมากขึ้นด้วย 3. การใช้เวลาอยู่กับตัวเองช่วยเสริมทักษะด้านความคิดสร้างสรรค์ Read More …

6 ข้อดีของการ “แกล้งโง่”บางครั้งการแกล้งโง่ก็ทำให้คนเราฉลาดขึ้นนะ

คงไม่มีใครอยากดูเป็นคนโง่ในสายตาคนอื่น แต่การพยายามทำตัวฉลาด ทั้งที่ฉลาดไม่จริง หรือแม้จะฉลาดจริงก็ตาม มักส่งผลในแง่ลบมากกว่าแง่บวก ในขณะที่การแกล้งโง่ ที่ดูเหมือนเป็นแง่ลบนั้นกลับได้ประโยชน์มากกว่า   1. แกล้งโง่ ทำให้มีเวลามากขึ้น คนอวดฉลาด ไม่ว่าอยู่ที่ใดก็มักต้องทำงานมากกว่าคนอื่นหากอยู่ที่ทำงาน ไม่เพียงงานของตนเองจะมากกว่าเพื่อนร่วมงานเท่านั้น ยังมักต้องคอยช่วยเหลืองานคนอื่น จนกลายเป็น “เจเนรัลเบ๊”ของที่ทำงานไปโดยปริยาย เมื่ออยู่บ้าน แทนที่จะได้พักผ่อน ก็กลับต้องทำโน่นทำนี่ จนกลายร่างเป็น “คุณแจ๋ว” ไม่ต่างจากตอนอยู่ที่ทำงาน ตรงกันข้ามกับคนที่ถูกมองว่าโง่ หรือทำอะไรไม่เป็น ก็จะได้ทำแต่หน้าที่ของตนเองเท่านั้น เมื่อไม่ต้องยุ่งวุ่นวายกับงานของคนอื่น จึงมีเวลามากพอสำหรับทำเรื่องที่จำเป็นมากกว่า อย่างการวางแผนเพื่อเดินตามความฝัน 2.แกล้งโง่ ทำให้ชีวิตสบายขึ้น ผู้หญิงที่ทำกับข้าวเก่ง ทำงานบ้านเก่ง ก็มีแนวโน้มว่า เมื่อแต่งงานไปแล้วจะต้องเป็นคนดูแลงานบ้านทุกอย่าง แม้ว่าจะต้องออกไปทำงานนอกบ้านด้วยก็ตาม แต่ผู้หญิงที่ทำงานบ้านไม่เป็นหรือแสดงออกว่าทำงานบ้านไม่เก่ง จะสามารถหลีกเลี่ยงงานน่าเบื่อนี้ไปได้ 3.แกล้งโง่ ทำให้ฉลาดขึ้น Read More …