ยอดคนเหงาไทยทะลุ 26.75 ล้านคน ชี้ “วัยรุ่น – คนทำงาน” ครองแชมป์

วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล หรือ ซีเอ็มเอ็มยู (CMMU) เผยข้อมูลงานวิจัย “การตลาดคนเหงา” เทรนด์มาร์เก็ตติ้งที่ได้รับความนิยมในต่างประเทศ โดยเน้นศึกษาพฤติกรรม และความต้องการของกลุ่มคนเหงา มาต่อยอดสู่ธุรกิจบลูโอเชียนที่มีความแปลกแตกต่างจากตลาดธุรกิจเดียวกัน โดยงานวิจัยพบว่า ปัจจุบันตัวเลขตลาดคนเหงาในประเทศไทย มีจำนวนสูงกว่า 26.75 ล้านคน ซึ่งกลุ่มผู้มีภาวะความเหงาสูงสุด ได้แก่ วัยรุ่น และวัยทำงาน ในอัตราร้อยละ 33 และร้อยละ 34.7 ตามลำดับ โดยมักเลือกใช้ 3 กิจกรรมจัดการความเหงา ได้แก่ โซเชียลมีเดีย เข้าร้านอาหารหรือคาเฟ่ และการช้อปปิ้ง ในขณะที่วัยกลางคน และผู้สูงอายุ มีระดับความเหงาที่น้อยกว่า เนื่องจากมีความพร้อมด้านการจัดการอารมณ์ และรายได้เพื่อประกอบกิจกรรมคลายเหงามากกว่ากลุ่มวัยรุ่น โดยคาดว่าการขยายตัวของตลาดคนเหงาในประเทศ จะส่งผลให้กลุ่มธุรกิจรองรับความต้องการคนเหงาเติบโตเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจที่จะได้รับอานิสงค์ Read More …

จุดอ่อนคนไทย 10 ข้อ ที่เราเถียงไม่ออก ทำคนตกงานเป็นล้าน!!!

จากการผ่านเวทีในระดับโลกหลายต่อหลายครัง ไทยถูกวิพากวิจสารณ์ อย่างหนักหน่วงในกระแสโลกาวิวัฒน์ และการก้าวเปลี่ยนอย่างรวดเร็วด้านเศรษฐกืจ เทคโนโลยี และวัฒนธรรม เรียกว่าเป็นการวิเคราะห์ที่จี้แทงใจดำคนไทยเสียจริง ๆ สำหรับข้อคิดเห็นของนายเซ็ทซึโอะอิอุจิ ประธานองค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่นประจำประเทศไทย นายอิอุจิระบุว่า ไทยอาจไม่เป็นประเทศที่น่าสนใจในการลงทุน เหมือนที่ผ่านมาในสายตาของนักลงทุนญี่ปุ่น โดยชี้จุดอ่อนคนไทยไว้ถึง 10 ข้อ ที่เราคนไทยควรรู้และรับทราบ เพราะที่กล่าวมาทุกข้อแทบปฏิเสธไม่ได้เลย ไม่เชื่อลองไล่อ่านแล้วพิจารณาอย่างปราศจากอคติ และไม่ต้องว่าเค้านะคะ เพราะนี่คือกระจกบานใหญ่ที่สะท้อนตัวตนของเรา 1.คนไทยรู้จักหน้าที่ของตัวเองต่ำมาก โดยเฉพาะหน้าที่ต่อสังคม เป็นประเภท มือใครยาวสาวได้สาวเอา เกิดธุรกิจการเมืองธุรกิจราชการ ธุรกิจการศึกษา ทำให้ประเทศชาติ ล้าหลังไปเรื่อย   2.การศึกษายังไม่ทันสมัย คนไทยเก่งแต่ภาษาของตัวเอง ทำให้ขาดโอกาสในการแข่งขันกับต่างชาติในเวทีต่าง ๆ ไม่กล้าแสดงออก ขี้อายไม่มั่นใจในตัวเอง จึงตามหลังชาติอื่น คนมีฐานะจะส่งลูกไปเรียนเมืองนอก เพื่อโอกาสที่ดีกว่า 3. มองอนาคตไม่เป็น คนไทยมากกว่า 70% ทำงานแบบไร้อนาคตทำแบบวันต่อวัน Read More …

10 นิสัยของคนบ้านเราที่ไม่ควรนำไปใช้ในต่างประเทศ

เวลาไปอยู่ต่างประเทศหรือต่างบ้านต่างเมือง “มารยาท” เป็นสิ่งสำคัญมากๆ แต่เนื่องจากวัฒนธรรมของแต่ละที่ไม่เหมือนกัน อะไรบางอย่างที่เราทำกันจนชินติดเป็นนิสัยอาจกลายเป็นต้นเหตุที่ทำให้เจ้าของประเทศเค้าไม่พอใจได้ (ตามคำสุภาษิตไทยๆที่ว่า “เข้าเมืองตาหลิ่วให้หลิ่วตาตาม” แปลว่าไปที่ไหนให้ทำตามเจ้าของถิ่นเราจะได้ไม่เดือดร้อน ทำตัวให้ถูกกาลเทศะ จะปรับตัวเข้ากับเค้าได้ง่ายนั่นเอง) ตอนเรามาอยู่ต่างประเทศใหม่ๆ สิ่งที่ปรับตัวยากมากคือการเข้าสังคม ไหนจะภาษา ไหนจะท่าทาง ไหนจะกริยา อะไรๆก็ไม่เหมือนไทยไปหมด แถมบางอย่างที่ทำที่ไทยไม่มีใครว่าอะไร แต่ถ้าไปทำที่ต่างประเทศอาจดูเสียมารยาทอีกต่างหาก คิดง่ายๆ เหมือนกับฝรั่งมาเมืองไทยแล้วเอาเท้าหยิบของจากพื้น อันนี้เราก็จะคิดว่าเค้าไม่มีมารยาทใช้เท้าหยิบของ แต่จริงๆแล้วที่ต่างประเทศ เท้าก็เป็นเหมือนอวัยวะส่วนอื่นๆ และการใช้เท้าหยิบจับของหรือเอาวางพาดโต๊ะก็ไม่ใช่เรื่องหยาบคายอะไร พอคิดแบบนี้เราก็เลยอยากจะเขียนเรื่องกริยามารยาทเอาไว้ให้คนที่จะไปต่างประเทศหรือคนที่อยู่ในต่างประเทศได้อ่านกันเผื่อจะช่วยให้ปรับตัวได้ง่ายขึ้น (เอาจริงๆ นิสัยบางอย่างก็ควรเลิกใช้ที่ไทยด้วยเหมือนกัน) 10 นิสัยไทยๆที่ไม่ควรนำไปใช้ในต่างประเทศ 1. มาสาย – อันนี้แย่ที่สุดเพราะคนไทยมักจะขาดระเบียบเรื่องเวลาตลอด สายนิดสายหน่อยไม่ว่ากัน แต่คนต่างชาติโดยเฉพาะชาวตะวันตกกับชาวญี่ปุ่นเค้าถือเรื่องเวลาเอามากๆๆๆๆ นัดแล้วต้องเป็นนัด ต้องมาตามเวลาเป๊ะๆ (ควรมาก่อนเวลาซัก 5-10 นาทีด้วยซ้ำ) Read More …

เจ็บแต่จริง!! “ญี่ปุ่น” วิจารณ์ไทยเป็นข้อๆ งานนี้สับเละแบบเถียงไม่ได้สักข้อ ยิ่งอ่านยิ่งจุก…

เป็นเรื่องที่สังคมออนไลน์พบเห็นได้อยู่บ่อยๆ สำหรับการเปรียบเทียบ ประเทศไทย กับประเทศญี่ปุ่น ไม่ว่าจะเป็นภาพวาดเสียดสี ล้อเลียน บทความ ไปจนถึงความคิดเห็นจากคนแต่ละประเทศ ซึ่งแน่นอนว่า มันก็เป็นสิ่งที่สะท้อนให้เราได้เห็นความจริงของสังคมที่เราอาจมองข้าม และอีกหนึ่งบทความที่น่าสนใจคือ บทความของนาย เซ็ทซึโอะ อิอุจิ ประธานองค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น ประจำกรุงเทพฯ (เจโทร) ที่ได้พูดถึงจุดอ่อนของประเทศไทย และคนไทย แบบที่อ่านแล้วเถียงไม่ออกสักข้อ 1) คนไทยรู้จักหน้าที่ของตัวเองต่ำมาก โดยเฉพาะหน้าที่ต่อสังคม คือ เป็นประเภทมือใครยาวสาวได้สาวเอา เกิดเป็นธุรกิจการเมือง ธุรกิจการค้า ธุรกิจการศึกษา ทำให้ประเทศชาติล้าหลังไปเรื่อยๆ 2) การศึกษายังไม่ทันสมัย คนไทยจะเก่งแต่ภาษาของตัวเอง ทำให้ขาดโอกาสในการแข่งขันกับต่างชาติในเวทีต่างๆ ไม่กล้าแสดงออก ขี้อาย ไม่มั่นใจในตัวเอง จึงตามหลังชาติอื่น จะเห็นว่าคนมีฐานะจะส่งลูกไปเรียนเมืองนอกเพื่อโอกาสดีกว่า 3) มองอนาคตไม่เป็น คนไทยมากกว่า 70% ทำงานแบบไร้อนาคต Read More …