บันได 4 ขั้นการสอนเขียน “เรียงความ”สำหรับเด็กประถมศึกษา!

…การสอนเขียนเรียงความที่ครูหลายคนบ่นว่ายาก หากจับประสบการณ์นำฝึกทักษะมิให้ก้าวกระโดด ก็ไม่ยากเกินกว่าจะฝึกฝนให้เขียนกันได้จริงๆ นะครับ แต่ที่ครูมักพบว่าหลังการสอน “วิธีการเขียนเรียงความ” แล้ว ผู้เรียนมักจะเขียนไม่ได้ หรือเขียนได้ก็ไม่เป็นไปตามความคาดหวังที่พึงประสงค์ นั่นก็เพราะครูพลาดขั้นตอนไปสอน “วิธีเขียน” ก่อนนั่นเอง การที่ผู้เรียนจะเรียงความได้ไม่ใช่จากการรู้วิธีเขียน แต่จะเขียนได้จากความมีทักษะพื้นฐานทีละขั้นตอนต่างหาก ทางเลือกออกจากความล้มเหลวในที่นี้จึงขอให้ครู “หยุดสอนวิธีเขียน” แล้วมาเริ่ม “นำพาผู้เรียนฝึกปฏิบัติไปทีละขั้นพร้อมๆ กับครู” ดังนี้สิครับ ขั้นที่หนึ่ง – ฝึกให้ผู้เรียนเขียนบรรยายสั้นๆ สิ่งต่างๆ ตามที่เห็น ตามที่ได้ยิน ได้กลิ่น ได้ลิ้มรส หรือตามที่สัมผัสรู้สึก ตามที่รับรู้ เพียงสั้นๆ ก่อน กระทั่งชำนาญ จึงค่อยเพิ่มความยาว ขั้นที่สอง – เมื่อฝึกบรรยายได้แล้ว ให้ต่อยอดฝึกเขียนโวหารต่างๆ เริ่มจากอุปมาโวหารง่ายๆ พรรณนาโวหารสั้นๆ Read More …

ครูควรดูไว้!!!เด็กอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้…แก้ง่ายนิดเดียวภายใน 4 เดือน!!!

   วันนี้ได้เข้าไปท่องอินเตอร์เน็ต เจอบทความหนึ่งน่สนใจมาก เป็นการนำเสนอวิธีแก้ปัญหานักเรียนอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ ….แก้ได้ใน ๔ เดือน ของ ผศ.ศิวกานท์ ปทุมสูติ และเห็นว่าจะเป็นประโยชน์ต่อพี่น้องเพื่อนครู ศึกษานิเทศก์ และผู้ที่สนใจทางการศึกษา จึงขอนำเอาบทความดังกล่าวมาเผยแพร่ ครับ และขอขอบคุณเจ้าของบทความเป็นอย่างสูงครับ อีกครั้งหนึ่งที่นำเรืองแก้ปัญหา “เด็กอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้” กลับมาบอกกล่าวและเพิ่มเติมสาระสำคัญของแนวทาง หลักเกณฑ์ วิธีการ และกระบวนการที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการของผู้บริหารโรงเรียน การสอนของครู เครื่องมือที่ใช้ในการสอน และวิธีสอนแบบ “บันไดทักษะ ๔ ขั้น” เรื่องนี้ไม่เกินกำลังความรู้ความสามารถของครูและผู้บริหารโรงเรียนอย่างแน่ นอน ถ้าหากจะทำตามแนวทาง หลักเกณฑ์ วิธีการ และกระบวนการต่อไปนี้ ๑.การทดสอบเพื่อคัดเด็กเข้าสู่โครงการและทดสอบวัดผลเมื่อสิ้นสุดโครงการ ให้ครูทดสอบเด็กด้วยวิธี “เขียนตามคำบอก” จากคำ ๕๐ คำดังต่อไปนี้ คำทดสอบ สำหรับทดสอบนักเรียนเพื่อคัดเข้าโครงการ แก้ปัญหานักเรียน “อ่านไม่ออกเขียนไม่ได้” Read More …

ย้อนอดีตสอนภาษาไทย : แจกลูก-สะกดคำ แก้ปัญหาเด็กอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้

   โดย ดร.ดำรงค์ ชลสุข อาจารย์ประจำคณะศึกษาศาสตร์ ม.กรุงเทพธนบุรี การสอนให้เด็กอ่านออกเขียนได้ มิใช่เพียงแต่เป็นหน้าที่ของครูเท่านั้น พ่อแม่หรือผู้ปกครองยังเป็นอีกบุคคลหนึ่งที่มีความสำคัญในการอ่านออกของเด็ก เพราะใกล้ชิดเด็กมากที่สุดขณะอยู่ที่บ้าน ทั้ง 2 ฝ่ายจึงต้องช่วยกันฝึกฝนให้เด็กได้อ่านหนังสือเป็นประจำทุกวัน บทความนี้ขอกล่าวถึงสภาพทั่วไปการอ่านออกเขียนได้ของเด็กไทย สาเหตุที่เด็กอ่านไม่ออก และวิธีการแก้ปัญหาเด็กอ่านไม่ออกด้วยการแจกลูก-สะกดคำ 1.สภาพทั่วไปการอ่านออกเขียนได้ของเด็กไทย พ.ศ.2551 จากรายงานขององค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) พบว่าเด็กไทยอายุ 15 ปี ร้อยละ 37 มีความสามารถในการอ่านต่ำมาก ซึ่งส่งผลให้การเรียนวิชาอื่นๆ อ่อนด้อยตามไปด้วย และจากคะแนนการสอบ O-NET ปรากฏว่านักเรียนส่วนใหญ่ได้คะแนนต่ำกว่าร้อยละ 50 (คะแนนเต็ม 100 ได้ไม่ถึง 50 คะแนน) ในทุกรายวิชา ส่วนการประเมินผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนภาษาไทยของนักเรียนทุกระดับ ตั้งแต่ปี Read More …

5 บุคลิกภาพของครูภาษาไทย ฮาไหม?(อ่านเพื่อความบันเทิงเท่านั้น)

“ครูเอกภาษาไทยเป็นครูที่มีความซับซ้อนและมีความขัดแย้งกันภายในจิตใจสูงยิ่งนัก” (ครูท่านหนึ่งเคยกล่าวเอาไว้ ^^) 1.ดุนักเรียนด้วยสีหน้าและน้ำเสียงที่นิ้มนวลแต่เจ็บปวดที่สุด ร่ำลือกันว่าครูภาษาไทยจะดูเป็นคนที่เรียบร้อยน่ารักอ่อนหวาน คำพูดคำจาดูเป็นกุลสตรี ฉะนั้นเวลาที่ต้องการที่จะดุนักเรียนก็จะดุแบบผู้ดี อย่างเช่นการดุด้วยสีหน้ายิ้มแย้มและน้ำเสียงที่ดูนิ้มนวลดูอ่อนหวาน แต่ถ้าตั้งใจฟังประโยคที่ครูภาษาไทยพูดออกมาดีดีก็จะทำให้เรารู้สึกเจ็บปวดลึกลงไปได้ถึงขั้นหัวใจกันเลยทีเดียว อย่างเช่นคำว่า “เอ๊ะ…ทำไมนะ เมื่อเช้าครูก็ไปทำบุญมาแล้ว…แต่ทำไมก็ยังได้ยินเสียงวิญญาณภูตผีหลายตนมาคุยกันในห้องระหว่างครูสอนอยู่อีกนะ” 2.แต่งตัวเรียบร้อยและไหว้สวย ครูภาษาไทยจัดได้ว่าเป็นครูที่แต่งตัวได้เรียบร้อยที่สุดในบรรดาครูๆทั้งหลาย ถ้าเป็นครูผู้หญิงก็จะใส่กระโปรงแบบว่ายาวไปจนถึงตาตุ่มกันเลยทีเดียว ส่วนถ้าเป็นครูผู้ชาย(ชายจริงๆ)ก็จะแต่งตัวเนี๊ยบเฉียบขาด เสื้อผ้ารัดแน่นตรึงไม่มีหละหลวม และท่าเดินของพวกเขาก็จะดูเรียบร้อยดูดีมีสกุล เพื่อที่จะได้ขลังดูราวกับว่าเป็นนางในวรรณคดีแปลงกายมา ส่วนจะเป็นนางยักษ์หรือนางฟ้านั้นก็ต้องมาแยกกันอีกที และจุดเด่นของพวกเขาก็คือการไหว้ที่ดูอ่อนช้อยอ้อนแอ้นอรชรงดงามยิ่งนัก ดูไกลๆนึกว่าอำมาตย์ถวายบังคมทูลพระราชาในหนังจักรๆวงๆในช่อง 7 ตอนเช้าๆ   3.ครูภาษาไทยชอบเก็บกด เนื่องจากที่พวกเขาต้องทำตัวให้ดูดีเป็นกุลสตรีหรือเป็นสุภาพบุรุษให้มากๆต่อหน้านักเรียน และในเวลาที่สอน พวกเขาจึงได้รับแรงกดดันทั้งจากตัวเองและจากสังคมมากจนเกินไปถึงขั้นเรียกได้ว่าเป็นคนที่ค่อนข้างจะเก็บกด แต่ในเวลาที่พวกเขาได้อยู่กับเพื่อนที่พวกเขาสนิทมากๆพวกเขาก็ทำตัวคล้ายๆราวกับว่าได้รับการปลดปล่อยจากเครื่องพันธนาการใดๆ และมักจะทำตัวหลุดโลก แบบว่าจากหน้ามือเป็นหลัง…กันเลยเชียวละ ยิ่งถ้าได้ไปงานปาร์ตี้กับคนที่พวกเขาสนิทด้วยยิ่งแล้ว พวกเขาก็จะแสดงฝีมือในการเต้นออกมาอย่างบ้าคลั่งราวกับว่าชีวิตทั้งชีวิตพึ่งได้รับการเป็นอิสรภาพ 4.ครูภาษาไทยมักจะของขึ้นเวลาที่เห็นคนเขียนผิด! พวกเขาจะรีบเข้าไปตำหนิหรือแนะนำในทันทีทุกครั้งที่เห็นคำผิด ไม่ว่าจะเป็นที่ไหน เมื่อไหร่ อย่างไรก็ตาม  เพราะภาษาไทยมันอยู่ในสายเลือดของพวกเขาไปเสียแล้ว Read More …