ใครว่าการเขียนด้วยลายมือนั้นล้าสมัย?อ่านเลยกับ 5 ประโยชน์ของการเขียนด้วยลายมือ

5 ประโยชน์ของการเขียนด้วยลายมือ 1.การเขียนด้วยมือช่วยพัฒนากล้ามเนื้อมัดเล็ก การเขียนช่วยพัฒนาทักษะในการใช้มือทั้งสองของเด็กปฐมวัย ช่วยให้กล้ามเนื้อมัดเล็กแข็งแรงซึ่งจำเป็นอย่างยิ่งในการใช้ชีวิตประจำวัน การฝึกเขียนจะช่วยเพิ่มทักษะให้เด็กมีความพร้อมมากขึ้นเมื่อเริ่มไปโรงเรียน คุณสามารถให้เด็กฝึกเขียนด้วยดินสอ สีเมจิก หรือปากการหมึกแห้ง แล้วแต่ว่าอุปกรณ์ชนิดไหนจะดึงดูดให้เด็กอยากเขียนมากที่สุด อย่างไรก็ตามคุณควรปล่อยให้เด็กได้สนุกกับการฝึกเขียนอย่างเต็มที่โดยไม่ต้องห่วงเรื่องเสื้อผ้าเปื้อนหมึก แต่หากคุณอดกังวลไม่ได้ 2.การเขียนด้วยลายมือช่วยให้การเขียนผิดพลาดน้อยลง การเขียนด้วยมือนั้นมีความปราณีตกว่าการพิมพ์ เพราะคนเขียนจะมีเวลาไตร่ตรอง รวมถึงยังได้นึกถึงสำนวนและการวางประโยคที่สละสลวยกว่าการพิมพ์ที่เน้นในเรื่องของความเร็วเป็นหลัก ซึ่งอาจทำให้เกิดการผิดพลาดบ่อยกว่าการเขียนด้วยลายมือ ทำให้ภาษาเขียนจากการพิมพ์ในบางครั้งอ่านไม่ราบรื่นเท่าที่ควร 2.การเขียนด้วยลายมือช่วยฝึกสมาธิ การเขียนสามารถช่วยฝึกสมาธิเด็กเพราะช่วยให้เด็กได้คิดทบทวนสิ่งที่ต้องการเขียนก่อน แล้วจึงเขียนออกมาเป็นลายลักษณ์อักษรซึ่งช่วยให้เกิดความสงบและเกิดสมาธิ การเขียนช่วยให้เด็กได้คิดทบทวนเรื่องราวที่เกิดขึ้นแล้วและเขียนความทรงจำที่ดีออกมา 3.การเขียนเป็นตัวอักษรช่วยผ่อนคลายความเครียด การเขียนนอกจากจะช่วยฝึกสมาธิแล้ว ยังช่วยผ่อนคลายความเครียดเพราะสมองต้องใช้ความคิด เพื่อถ่ายทอดออกมาเป็นตัวหนังสือ จึงทำให้ได้หยุดคิดเรื่องอื่นๆ ทั้งนี้การเขียนเป็นตัวอักษรยังช่วยบรรเทาความอัดอั้นตันใจ เป็นวิธีการระบายความในใจได้อีกหนึ่งรูปแบบหนึ่งซึ่งสามารถช่วยปรับอารมณ์ให้ดีขึ้นได้ การเขียนด้วยลายมือจึงไม่เคยล้าสมัยและเทคโนโลยีก็ไม่สามารถเข้ามามีบทบาทแทนที่ได้ร้อยเปอร์เซนต์ 4.การเขียนด้วยปากกาและกระดาษช่วยเสริมสร้างการประสานของมือและตา การเขียนยังช่วยเสริมสร้างพัฒนาการการประสานสัมพันธ์ของมือและตา เพราะต้องใช้สายตาในการบังคับการเขียนให้เป็นแนวทางเดียวกัน การเขียนด้วยมือ ยังช่วยให้เด็กเรียนรู้การสัมผัสและรับรู้อีกด้วย 5.การเขียนด้วยลายมือช่วยเสริมสร้างการเรียนรู้ทางภาษา การเขียนด้วยมือช่วยให้เด็กได้พัฒนาการอ่านและฝึกการสะกดคำเพราะไม่มีตัวช่วยต่างๆ อย่างการเขียนด้วยคอมพิวเตอร์หรือสมาร์ทโฟนที่มีตัวช่วยแก้คำสะกดให้ จึงช่วยให้เด็กสามารถจำคำศัพท์ที่เขียนออกมาได้ดีกว่า การเขียนด้วยมือยังสามารถฝึกการอ่านได้ง่ายขึ้นเพราะเด็กจะสามารถอ่านลายมือของตัวเองได้ง่ายกว่าการอ่านจากการพิมพ์ Read More …

ใครรู้บ้าง? ฃ ขวดกับ ฅ คนหายไปตั้งแต่เมื่อไร?

รศ. ดร. คุณหญิงสุริยา รัตนกุล ผู้เขียนหนังสือ ฃ, ฅ หายไปไหน ? ได้ศึกษาความเป็นมาของพยัญชนะทั้งสองตัวนี้ และชี้ ให้เห็นว่า หากเริ่มนับตั้งแต่ที่พบ ฃ, ฅ ในศิลาจารึกสมัยสุโขทัยเป็นครั้งแรก จนถึงการประกาศเลิกใช้ ฃ, ฅ ในปทานุกรม พ.ศ. ๒๔๗๐ และพจนานุกรม พ.ศ. ๒๔๙๓ เป็นเกณฑ์ พยัญชนะทั้งสองมีที่ใช้อยู่ในภาษาไทยนานถึง ๗๐๐ ปี หากแต่อัตราการใช้ และความแม่นยำที่ใช้แตกต่างกันไปตามยุคสมัย เดิม ฃ, ฅ เป็นพยัญชนะแทนเสียงซึ่งเคยใช้กันมาแต่เดิม(ซึ่งแตกต่างจากเสียง ข และ ค) แต่เสียงนี้ได้หายไปในระยะหลังเป็นเหตุให้พยัญชนะทั้งสองตัวหมดความสำคัญลงในภาษาไทย ปัจจุบัน Read More …

จัดให้ครูภาษาไทย!!!ประมวลศัพท์ คำพ้องรูป ในภาษาไทย ที่ควรรู้!

คำพ้องรูป จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี คำพ้องรูป คือคำที่เขียนรูปเดียวกัน แต่มีการสะกดและออกเสียงที่ต่างกัน ซึ่งทำให้บุคคลทั่วไปอ่านผิดอยู่เสมอๆ และความหมายก็ต่างกันด้วย คำพ้องรูปในภาษาไทย คำพ้องรูปในภาษาไทยนั้นมีไม่มากนัก ดังที่จะกล่าวต่อไปนี้ คำพ้องรูป คำอ่าน ความหมาย กรี กฺรี กระดูกแหลมที่หัวกุ้ง กะ-รี ช้าง กรอด กฺรอด เซียวลง ผอม กะ-หฺรอด ชื่อนกขนาดเล็ก เขมา เข-มา เกษม สบายใจ ความพ้นภัย ขะ-เหฺมา ชื่อโกฐชนิดหนึ่งใช้เป็นเครื่องยาไทย; ดำ แขม แขมฺ ชื่อพรรณไม้ชนิดหนึ่ง ขะ-แม คนเขมร ครุ คฺรุ Read More …

บันได 4 ขั้นการสอนเขียน “เรียงความ”สำหรับเด็กประถมศึกษา!

…การสอนเขียนเรียงความที่ครูหลายคนบ่นว่ายาก หากจับประสบการณ์นำฝึกทักษะมิให้ก้าวกระโดด ก็ไม่ยากเกินกว่าจะฝึกฝนให้เขียนกันได้จริงๆ นะครับ แต่ที่ครูมักพบว่าหลังการสอน “วิธีการเขียนเรียงความ” แล้ว ผู้เรียนมักจะเขียนไม่ได้ หรือเขียนได้ก็ไม่เป็นไปตามความคาดหวังที่พึงประสงค์ นั่นก็เพราะครูพลาดขั้นตอนไปสอน “วิธีเขียน” ก่อนนั่นเอง การที่ผู้เรียนจะเรียงความได้ไม่ใช่จากการรู้วิธีเขียน แต่จะเขียนได้จากความมีทักษะพื้นฐานทีละขั้นตอนต่างหาก ทางเลือกออกจากความล้มเหลวในที่นี้จึงขอให้ครู “หยุดสอนวิธีเขียน” แล้วมาเริ่ม “นำพาผู้เรียนฝึกปฏิบัติไปทีละขั้นพร้อมๆ กับครู” ดังนี้สิครับ ขั้นที่หนึ่ง – ฝึกให้ผู้เรียนเขียนบรรยายสั้นๆ สิ่งต่างๆ ตามที่เห็น ตามที่ได้ยิน ได้กลิ่น ได้ลิ้มรส หรือตามที่สัมผัสรู้สึก ตามที่รับรู้ เพียงสั้นๆ ก่อน กระทั่งชำนาญ จึงค่อยเพิ่มความยาว ขั้นที่สอง – เมื่อฝึกบรรยายได้แล้ว ให้ต่อยอดฝึกเขียนโวหารต่างๆ เริ่มจากอุปมาโวหารง่ายๆ พรรณนาโวหารสั้นๆ Read More …

ครูควรดูไว้!!!เด็กอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้…แก้ง่ายนิดเดียวภายใน 4 เดือน!!!

   วันนี้ได้เข้าไปท่องอินเตอร์เน็ต เจอบทความหนึ่งน่สนใจมาก เป็นการนำเสนอวิธีแก้ปัญหานักเรียนอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ ….แก้ได้ใน ๔ เดือน ของ ผศ.ศิวกานท์ ปทุมสูติ และเห็นว่าจะเป็นประโยชน์ต่อพี่น้องเพื่อนครู ศึกษานิเทศก์ และผู้ที่สนใจทางการศึกษา จึงขอนำเอาบทความดังกล่าวมาเผยแพร่ ครับ และขอขอบคุณเจ้าของบทความเป็นอย่างสูงครับ อีกครั้งหนึ่งที่นำเรืองแก้ปัญหา “เด็กอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้” กลับมาบอกกล่าวและเพิ่มเติมสาระสำคัญของแนวทาง หลักเกณฑ์ วิธีการ และกระบวนการที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการของผู้บริหารโรงเรียน การสอนของครู เครื่องมือที่ใช้ในการสอน และวิธีสอนแบบ “บันไดทักษะ ๔ ขั้น” เรื่องนี้ไม่เกินกำลังความรู้ความสามารถของครูและผู้บริหารโรงเรียนอย่างแน่ นอน ถ้าหากจะทำตามแนวทาง หลักเกณฑ์ วิธีการ และกระบวนการต่อไปนี้ ๑.การทดสอบเพื่อคัดเด็กเข้าสู่โครงการและทดสอบวัดผลเมื่อสิ้นสุดโครงการ ให้ครูทดสอบเด็กด้วยวิธี “เขียนตามคำบอก” จากคำ ๕๐ คำดังต่อไปนี้ คำทดสอบ สำหรับทดสอบนักเรียนเพื่อคัดเข้าโครงการ แก้ปัญหานักเรียน “อ่านไม่ออกเขียนไม่ได้” Read More …