“ผมเคยเป็นครู 17 ปี แต่ผมอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้”

อดีตครูโรงเรียนมัธยมในสหรัฐฯ ทำงานสอนหนังสือได้ถึง 17 ปี ทั้งที่อ่านไม่ออก เขียนไม่ได้ แต่ได้ทุนเรียนมหาวิทยาลัยเพราะเล่นกีฬาดี เขาทำได้อย่างไร? จอห์น คอร์โคแรน เติบโตมาในรัฐนิวเม็กซิโก สหรัฐฯ ช่วงทศวรรษที่ 1940-1950 เขามีพี่น้อง 5 คน เรียนจบมัธยมศึกษาและมหาวิทยาลัย กระทั่งได้ทำงานเป็นครูช่วงทศวรรษที่ 1960 และยึดอาชีพนี้มา 17 ปี แต่เขากลับมีความลับที่เก็บงำเอาไว้กว่าครึ่งชีวิต เป็นความลับที่คอยกัดกินจิตใจเขาตลอดมา “ตอนเด็กพ่อแม่มักพร่ำบอกว่าผมเป็นผู้ชนะ และช่วง 6 ปีแรกของชีวิตผมก็เชื่ออย่างนั้น” เขาเล่าความหลัง ครูชาวกานา มีแค่ชอล์กและกระดานดำสอนวิชาคอมพิวเตอร์ เป็นผู้ชายทำไมจะเป็นครูอนุบาลไม่ได้? เฉียดตายจุดประกายให้เป็นหมอ: แพทย์หญิงไทยวัย 33 กับงานหัวหน้าแผนกฉุกเฉิน รพ.ใหญ่ในอังกฤษ สองเท้าที่ฟันฝ่า จนมาเป็น Read More …

ตัวอย่างที่ดีมีค่ากว่าคำสอน (ท่านชุติปัญโญ)

หลักการพัฒนาที่จัดว่าไม่ต้องลงทุนมากมายแต่ได้ผลดีที่สุดก็คือ “การทำให้ดูเป็นตัวอย่าง” เพราะไม่ต้องอาศัยคำพูดที่แสดงถึงเจตนาที่หวังดี หรือกระทบกระทั่งเพื่อให้เกิดการกระตุ้นความรู้สึกให้อยากทำตามแต่ประการใด แต่เป็นการแสดงถึงภาวะที่ไม่มีปัญหากับตัวเอง หรือแสดงให้เห็นว่า สิ่งที่ปฏิบัติให้ดูนั้นก่อให้เกิดคุณค่าอย่างไร ในเบื้องต้นสิ่งที่ได้รับก็คือ การทำหน้าที่ของตัวเองให้สมบูรณ์ ส่วนสิ่งที่ได้รองลงมาก็คือ ไม่ต้องมีปัญหาเพราะการขัดแย้ง อันเกิดจากความคิดที่ไม่ลงรอยกันระหว่างตัวเราและผู้อื่น เพราะเราเป็นแต่เพียงผู้ทำให้ดู ส่วนหน้าที่ในการเลือกที่จะทำตามนั้น เป็นอีกเหตุผลของคนที่พบเห็น แต่การที่จะชื่อว่าเป็นตัวอย่างที่ดีนั้น ก็ต้องอาศัยวิธีคิดและการกระทำที่ดำรงอยู่บนพื้นฐานของความดีงามเป็นที่ตั้งเช่นกัน มิใช่เป็นการกระทำด้วยการประชดประชัน หรือเป็นการเสแสร้งแกล้งทำแต่อย่างใด ด้วยเหตุนี้ตัวอย่างที่ได้พบเห็น จึงส่งผลต่อความนิยมชมชอบที่จะให้ลงมือทำตาม ด้วยความยินดีและงดงามทางความรู้สึกของผู้เดินตาม ในกรณีกาารทำตัวเองให้เป็นตัวอย่างนั้น มีเรื่องที่ช่วยชี้ชัดถึงคุณค่าที่แฝงอยู่ในการกระทำนั้น โดยไม่ต้องอาศัยการพูดคุยแต่ก่อให้เกิดผลที่คุ้มค่าได้อย่างมหัศจรรย์ เช่น กรณีพระอัสสชิผู้เป็นอาจารย์ของพระอัครสาวกเบื้องขวานามว่า พระสารีบุตรท่านแสดงให้เห็นเป็นตัวอย่างได้อย่างน่าประทับใจ เพราะเพียงแค่ชายหนุ่มนามว่า สารีบุตร เห็นอากัปกิริยาที่สำรวมระวังจากการเดินบิณฑบาตของพระอัสสชิ กระทั่งการก้าวย่างอย่างมีสติในทุกอิริยาบถล้วนทำให้เกิดคำถามว่า เหตุไฉนท่านจึงดูงดงามถึงเพียงนี้ จึงเป็นที่มาของการถามหาพระบรมครูของพระอัสสชิ จนเกิดการแสวงหาคำตอบของชีวิตตามรอยบาทของพระพุทธองค์ในเวลาต่อมา กระทั่งได้รับการยอมรับในความเป็นผู้เลิศทางด้านปัญญามากนามว่า “พระสารีบุตร” ในที่สุด การปฏิบัติให้เห็นเป็นตัวอย่าง จึงชื่อว่า เป็นการชักนำผู้ที่เห็นให้เกิดความประทับใจในเบื้องต้น และเป็นการเชื่อมโยงทั้งความคิดและการกระทำไปสู่สิ่งที่ดีงามในวันข้างหน้าได้อย่างลงตัว เปรียบเช่นกับการรู้จักหาพันธุ์ไม้ที่มีความเข้มแข็งมาเป็นต้นกล้า เพื่อที่จะให้เป็นต้นกล้าแห่งความหวังท่จะเติบโตด้วยความมั่นคงในโอกาสต่อไป ท่านผู้รู้จึงเปรียบชีวิตที่มีแม่แบบว่า เป็นเสมือนต้นไม้ที่เราเพาะกล้าไว้ในกระถาง ในเบื้องต้นต้องคอยดูแลเอาใจใส่ด้วยความเอื้ออารี ที่จะเห็นต้นไม้นั้นเติบโตอย่างสมบูรณ์แบบ พอวันเวลาผ่านไป ไม้ในกระถางต้นเดิมก็พร้อมที่จะลงสู่แผ่นดินโดยธรรมชาติ Read More …

คำ ผกา : เป็นครูไม่ใช่ความบังเอิญ

ที่มามติชนสุดสัปดาห์ ฉบับวันที่ 31 มีนาคม – 6 เมษายน 2560 คอลัมน์คำ ผกาผู้เขียนคำ ผกาเผยแพร่วันศุกร์ที่ 7 เมษายน พ.ศ.2560 หลังจากที่กระทรวงศึกษาธิการเปลี่ยนคุณสมบัติผู้สมัครครูผู้ช่วยว่าไม่จำเป็นต้องมีใบประกอบวิชาชีพครูก็สมัครได้ เนื่องจากมีปัญหาขาดแคลนครูโดยเฉพาะในสายวิทยาศาสตร์ หรือบ้างก็ว่า ต้องได้คนเก่งๆ มาเป็นครู (ด้วยนัยว่า คนเก่งๆ ไม่ค่อยเรียนครู) นำมาซึ่งข้อถกเถียงที่น่าสนใจนั่นคือ คนในวงการครุศาสตร์ไม่เห็นด้วยค่อนข้างมาก แต่คนในสังคมวงกว้างค่อนข้างเห็นด้วย หลายๆ คนให้ความเห็นว่า ทำไมต้องหวงอาชีพนี้ไว้ให้เฉพาะคนจบครูเท่านั้น ถ้าได้คนเก่งฟิสิกส์มากๆ ไปสอนฟิสิกส์เด็กจะดีกว่าเอาคนจบครูที่ส่วนใหญ่แล้วไม่ค่อยเก่งไปสอนหรือเปล่า? หลายคนอาจมองการออกมาคัดค้านของคนในวงการครุศาสตร์หรือศึกษาศาสตร์ว่า เป็นเรื่องของการ “หวง” พื้นที่วิชาชีพของตนเองหรือเปล่า กลัวจะหมดความสำคัญหรือเปล่า ในอีกด้านหนึ่ง สาธารณชนก็มองว่า “ทุกวันนี้มีครูที่จบสายตรงมาก็ไม่เห็นว่าครูเหล่านี้จะเก่งที่ตรงไหน คุณภาพการศึกษาไทยก็แย่ เปิดให้คนนอกมาเป็นครูได้ก็ดีแล้ว” Read More …

หลัก 10 ประการ ของความเป็นครูดี

การเป็นครู ไม่ใช่ใครก็สามารถเป็นได้ เพราะการเป็นครูนั้น นับว่ายากไม่เบา แต่ที่ยากยิ่งกว่าการเป็นครู ก็คือการจะเป็นครูที่ดี ซึ่งต่อไปจะกล่าวถึงหลักของการเป็นครูดี 1. มุ่งมั่นวิชาการ ครูมีบทบาทหน้าที่ในการเสาะแสวงหาความรู้ เพื่อนำไปถ่ายทอดให้แก่ศิษย์ที่จำเป็นสำหรับครู คือ – ศาสตร์ที่จะสอน ครูต้องติดตามความก้าวหน้าของวิชาที่จะถ่ายทอด จากหนังสือ เอกสาร วารสาร ตามสื่อต่าง ๆ ตลอดจนเข้าประชุมเพื่อรับรู้ความคิดใหม่ ๆ ข้อค้นพบที่ขยายความรู้ออกไปอย่างไม่มีที่สิ้นสุดจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ครูจะเตรียมพร้อมให้ตนเองมีความรู้ทันสมัยต่อเหตุการณ์ – ศาสตร์การสอน แม้ครูจะมีความรู้ดีในศาสตร์สาขาที่ชำนาญ แต่ความรู้เหล่านั้น จะไม่มีประโยชน์ต่อวิชาชีพครูแม้แต่น้อย หากครูยังขาดความรู้เรื่องของการถ่ายทอดวิชาการเหล่านั้น ครูจึงจำเป็นต้องติดตาม ศึกษา ค้นคว้า ให้ทันต่อความก้าวหน้าของศาสตร์การสอนเพื่อค้นหาวิธีการที่จะอธิบายหรือถ่ายทอดให้ศิษย์เข้าใจสาระต่าง ๆ – ศาสตร์การพัฒนาคน โดยที่อาชีพครูเป็นอาชีพสร้างคนที่มีศักยภาพให้แก่ประเทศชาติ ผู้สร้างจึงจำเป็นต้อง เอาใจใส่ และถือเป็นหน้าที่ที่จะต้องพัฒนาคนให้มีความพร้อมด้านวิชาการ Read More …

ความศักดิ์สิทธิ์ของ “ครู” เสื่อมลงแล้ว จริงหรือ?

16 มกราคม ของทุกปีคุณครูทั้งหลายล้วนทราบดีว่าคือวันอะไร แน่นอนครับกิจกรรมคือ การกล่าวคำบูชาครู (ปาเจรา…) แต่ดูเหมือนว่าจะมีแต่ครูเท่านั้นที่ทำกิจกรรมนี้ ในวันนี้ ของทุกปี อาชีพ อื่นๆ เขาไม่มีครูในหัวใจ เขาเลยไม่ทำกิจกรรมนี้ อาจจะเป็นเพราะสังคมที่เปลี่ยนไป ผมเองเป็นครูตัวเล็กคนหนึ่งที่มองภาพเหล่านี้แล้วรู้สึกอดสูแทน บรรพชนที่ท่านเคารพบูชาครูยิ่งกว่าสิ่งใด ไม่ว่าท่านจะทำอะไรล้วนนึกถึงพระคุณของครูบา-อาจารย์ ก่อนที่ท่านจะลงมือปฏิบัติภาระกิจต่าง ๆ แต่ทุกวันนี้ความเสื่อมในคำว่า “ครู” มันเริ่มเสื่อมถอยลง ด้วยเหตุผลหลายประการ ซึ่งในมุมมองของผมมีอยู่ 3 ส่วน ใหญ่ ๆ ดังนี้  1. ตัวครู 2. ลูกศิษย์ และ 3. เวลา 1. ตัวครู ทำไมผมถึงบอกว่าตัวครู เพราะผมมองว่า Read More …