ครูที่ดีไม่โกงเวลาเด็ก ( 4 ข้อที่ครูกำลังโกงเวลาเด็กโดยไม่รู้ตัว)

1.เข้าสอนสายประจำ กว่าจะเข้าสอนได้แวะคุยกับคนโน้นคนนี่ แวะโน่นแวะนี่กว่าจะถึงห้องสอนของตัวเองก็สายไปแล้ว 10- 20 นาที แบบนี้เรียกว่าโกงเวลาเด็ก 2.ใช้งานเด็กไปทำอย่างอื่นที่ไม่เกี่ยวกับการเรียนการสอน เช่นใช้เด็กไปซื้อของข้างนอกเช่น ส้มตำ น้ำปั่น ฯลฯ หรือใช้ให้ไปทำอย่างอื่นที่ครูควรจะเป็นคนทำในขณะที่เด็ก ๆ กำลังเรียนกันอยู่ แบบนี้เรียกว่า ขโมยเวลาเด็ก 3.ครูที่พูดนอกเนื้อหา เวลาสอนชอบพูดนอกเนื้อหา เล่าถึงแต่ชีวประวัติของตัวเอง เก่า ๆ ซ้ำ ๆ ไปมา จนบางครั้งนักเรียนจดจำได้มากกว่างานสอนเสียอีก หรือเล่าเรื่องอื่น พูดเรื่องอื่นที่ไม่ตรงกับเนื้อหาที่กำลังสอน จนทำให้นักเรียนสับสนว่ากำลังเรียนหรืออะไรกันแน่ 4.ทิ้งห้องเรียน ครูไม่อยู่ในห้องเรียน ไปทำอย่างอื่นบ้าง ไปเดินห้างฯ จับกลุ่มคุยกันบ้าง (หรือบางครั้งครูอาจจะมีความจำเป็นที่เจ้านายสั่งให้ทำ) จำเป็นต้องละทิ้งห้องเรียน ปล่อยให้นักเรียน เรียนอยู่ในห้องที่ไม่มีครูคอยกำกับ ควบคุมหรือชี้นำ 5.

สพฐ.จี้ครูตื่นตัวสอนเด็กให้รู้เท่าทัน

“อำนาจ”แนะครูต้องสอนให้เด็กเรียนรู้การเปลี่ยนแปลง คิดวิเคราะห์ แยกแยะ แก้ปัญหาความรุนแรง ทั้งในและนอกสถานศึกษา วันนี้(22 พ.ย.)ดร.อำนาจ วิชยานุวัติ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(กพฐ.)กล่าวถึงเรื่องความรุนแรงของนักเรียน ครู และผู้บริหาร ในสถานศึกษาสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.)ว่า ทุกวันนี้เรื่องการเข้าถึงข้อมูลมีความรวดเร็ว และหลายเรื่องก็เป็นข้อมูลทางลบ ซึ่งเด็กจำนวนไม่น้อยที่อาจจะยังไม่เข้าใจว่า จะนำข้อมูลเหล่านี้มาใช้ได้อย่างไร ดังนั้น ครูและผู้บริหารสถานศึกษาจะต้องเข้าไปให้ความรู้ เพื่อให้เด็กรู้จักคิด วิเคราะห์ ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นหรือที่ทำไปแล้ว จะผลตามมาเป็นอย่างไร เช่น เรื่องการทะเลาะวิวาท บางเรื่องไม่ใช่เรื่องใหญ่ เป็นเรื่องความขัดแย้ง ความรู้สึก แต่กลับถูกทำให้เป็นเรื่องใหญ่ ซึ่งตนคิดว่าน่าจะเป็นเพราะเด็กเสพสื่อที่ไม่สร้างสรรค์มากเกินไป เพราะฉะนั้นโรงเรียนต้องให้ความรู้ ต้องสอน ให้เข้าใจเรื่องของการเป็นผู้นำ ผู้ตาม เพื่อให้อยู่ในสังคมปัจจุบันได้ ซึ่ง สพฐ.ก็มีหลักสูตรเหล่านี้ในโรงเรียนอยู่แล้ว แต่ครูจะต้องเน้นเรื่องนี้เพื่อให้อยู่ในสังคมโลกปัจจุบันให้ได้เดี๋ยวนี้ใครทำอะไรจะสื่อถึงกันหมด เพราะตอนนี้เป็นโลกดิจิทัล มีอิทธิพลสูงมาก ทุกคนสามารถเข้าถึงข้อมูลได้ Read More …

ครูฟินแลนด์ไม่จำเป็นต้องอยู่โรงเรียนในวันที่ไม่มีงานสอน

ชั่วโมงการทำงานมีพื้นฐานจากภาระงานสอน ชั่วโมงการทำงานของครูฟินแลนด์ส่วนใหญ่คิดจากภาระงาน คือ จำนวนคาบสอน คาบละ 45 นาที จำนวน 16-24 คาบต่อสัปดาห์ ตามแต่ประเภทของสถานศึกษาและวิชาที่สอน ครูในสถาบันอาชีวศึกษามีจำนวนชั่วโมงการทำงานที่แตกต่างออกไปซึ่งสอดคล้องกับงาน หากเปรียบเทียบกับสถาบันการศึกษาระดับนานาชาติ จำนวนชั่วโมงที่ครูฟินแลนด์สอนนั้นน้อยกว่าค่าเฉลี่ยของ OECD ในปีหนึ่ง จะมีวันเปิดเรียนจำนวน 185-195 วัน ครูไม่จำเป็นต้องอยู่ประจำที่โรงเรียนในวันที่ไม่มีภาระงานสอนหรืองานอื่นๆ นอกจากการสอนแล้ว ภาระงานของครูหมายรวมถึงการวางแผนการสอน การเตรียมสอน และภาระงานหลังสอน (เช่น การตรวจการบ้าน) ครูยังมีภาระงานด้านการพัฒนาองค์กรและการร่วมงานกับเพื่อนร่วมงาน ครอบครัว และผู้มีส่วนร่วมอื่นๆ เช่น เจ้าหน้าที่ด้านสวัสดิการสังคมของนักเรียน เจ้าหน้าที่จากคลินิกให้คำปรึกษาแก่ครอบครัวในท้องถิ่น หรือเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งถือเป็นส่วนสำคัญในการปฏิบัติงานสอนของครู โดยกำหนดให้ครูปฏิบัติกิจกรรมเหล่านี้เป็นชั่วโมงทำงานจำนวน 3 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ตามข้อตกลงร่วมกันของครูในระดับการศึกษาภาคบังคับและ 3 ชั่วโมงต่อสองสัปดาห์ Read More …

ความเป็นครูของครูไทยที่สังคมคาดหวัง

การเป็นครูนั้นไม่ใช่ว่าใครที่พอมีความรู้หรือท่าทางน่าเชื่อถือก็จะมาเป็นครูได้ ครูเป็นคุณลักษณะที่ผู้ประสงค์จำดำเนินอาชีพนี้ต้องฝึกฝนศึกษาจนเชี่ยวชาญ จนเป็นที่ยอมรับขององค์กรวิชาชีพในระดับหนึ่งเป้นอย่างน้อย ทั้งนี้เพราะครูเป็นทั้งฐานะของบุคคลและวิชาชีพที่สังคมตาดหวังว่าจะต้องมีบทบาท ความสำคัญ หน้าที่ ความรับผิดชอบ คุณลักษณะ บุคลิกภาพ ค่านิยม จรรยาบรรณ และคุณธรรมที่เป็นแบบอ่างได้นั่นเอง หากจะคิดต่อไปว่าความเป็นครูของครูไทยควรเป็นอย่างไรในประเด็นนี้ ศาสตราจารย์สุมัน อมรวิวัฒน์ (2535 : 468-474) อธิบายได้อย่างชัดเจนอย่างยิ่งว่า ดังนี้                 1. ครูคือมนุษย์                 ในโลกนี้มีพลโลกอยู่ 2 ประเภทเท่านั้น ประเภทแรกคือคน และประเภทที่ 2 คือมนุษย์ พวกที่เป็นคนนั้น เป็นเพียงสิ่งที่มีชีวิตชนิดหนึ่งที่พัฒนาแต่ร่างกายและความเป้นอยู่แต่จิตใจและความรู้สึกนึกคิดหาได้พัฒนาขึ้นไม่ แต่ละวันจะดำเนินไปตามแรงกระตุ้นของสัญชาตญาณ หิวก็กิน ง่วงก็นอน ใครทำให้ขัดใจก็โกรธและทำร้า เต็มไปด้วยการแก่งแย่งแข่งดีเอาแต่ใจ ให้ไม่เป็น ชัยชนะเกิดจากการทำลายผู้อื่น หลงติดอยู่ในกามและเกียรติยศ หัวใจจึงร้อนเร่าและทุรนทรายอยู่ตลอกเวลา คนพวกนี้ถ้ามาเป้นครู ก็จะคิดแต่เพียงว่าทำอย่างไรถึงจะได้รับ ไดเลื่อนและได้รวย คิดถึงแต่ตัวเอง ซึ่งก็คือผู้รับจ้างสอนหนังสือเท่านั้นเอง                 Read More …

โลกต้องให้ความสำคัญกับครู

คอลัมน์ Education Ideas โดย ศีลชัย เกียรติภาพันธ์ บริษัท ปิโก (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) กิจกรรมมอบรางวัลสามารถสร้างความตระหนักถึงความสำคัญของวิชาชีพครูแก่สังคมได้ แต่ก็เกิดขึ้นเป็นครั้งคราว ทำอย่างไรจึงจะทำให้สังคมเห็นความสำคัญของวิชาชีพนี้ได้อย่างยั่งยืน ทำอย่างไรให้สังคมสนับสนุนครูให้สามารถทำงานได้มีประสิทธิภาพ ผมบังเอิญค้นเจอสาระที่น่าจะเป็นคำตอบในเรื่องนี้ จากหนังสือ “นี่แหละเด็ก” ผลงานชิ้นสุดท้ายก่อนถึงแก่กรรมของ อาจารย์พวงเพ็ชร เอี่ยมสกุล ผู้ร่วมวางรากฐานให้คณะครุศาสตร์ และร่วมก่อตั้งโรงเรียนประถมสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อ พ.ศ. 2501 มีใจความดังนี้ “ข้อเสนอประกอบบทบาทของผู้บังคับบัญชาครู สำหรับท่านที่เป็นเจ้าของโรงเรียน เป็นผู้จัดการโรงเรียน เป็นอาจารย์ใหญ่ ครูใหญ่ หรือผู้บังคับบัญชาครู ดิฉันใคร่ขอเสนอข้อคิดเห็นในฐานะเอกชนคนหนึ่ง ดังนี้ 1.ขอให้ส่งเสริมครูมีความรู้ทางวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับพัฒนาการของเด็ก เล็งเห็นความสำคัญของพัฒนาการของเด็กและอาชีพครู โดยจัดให้มีการบรรยาย ประชุม ค้นคว้า Read More …