นิสัยด้านลบของครู!!! 7 ข้อ ที่มีในสังคมปัจจุบัน(บทความจากเด็กบางคน)ลองฟังเสียงของพวกเขาดูบ้างครับ

วันนี้จะมาคุยเรื่อง ครูไทยว่ากันว่า ครูคือแม่พิมพ์ของชาติ มีบทสวดบูชาครู ตามที่ได้ยินในปัจจุบัน แต่นิสัยส่วนใหญ่ของครูไทย ก็มักจะมีข้อเสียในสายตาของนักเรียนนิดๆ 1.ครูส่วนใหญ่บอกว่า ถ้าสงสัยอะไรถามได้ แต่พอจะถามเข้า ก็ด่าก่อนจะถาม ดังส่วนใหญ่ที่นักเรียนพบเจอ ครูชอบบอกว่า “สงสัยอะไรก็ถามครู เดี๋ยวไม่รู้เรื่อง” พอยกมือขึ้นจะถาม ยังไม่ทันอ้าปากพูดอะไรออกมาสักแอะ ครูก็ชิงพูดออกมาก่อน “ทำไมไม่ตั้งใจฟังครูพูด คนอื่นเขาไม่เห็นสงสัยอะไรเลย ดูอย่างเพื่อนคนนั้นสิ เขาตั้งใจเรียนเลยไม่สงสัยอะไร” เอ่อ…ก็เมื่อกี้เพิ่งบอกว่าสงสัยอะไรก็ถามครูไม่ใช่เหรอไง =__= หรือว่า…ครูกลัวตอบคำถามของนักเรียนไม่ได้กันแน่! 2.ครูชอบคิดเองเออเอง เด็กพูดจริงก็หาว่าโกหก เพื่อนเคยประสบ เพื่อนคนนี้นิสัยไม่ดีเท่าไหร่ เป็นผู้ชาย ชอบแกล้งคนอื่นได้ทุกวี่ทุกวัน แล้วมีวันนึง ของของเพื่อนคนหนึ่งหาย มันก็ไปฟ้องครูอย่างนู้นอย่างนี้ ครูก็เลยเรียกคนที่เกเรที่สุดในห้องมา แล้วก็พูดว่า เธอไปขโมยของๆเขาทำไม บลาๆๆ มันก็ทำหน้างงๆ บอกว่าไม่ได้ทำ ครูก็หาว่าโกหก Read More …

8 นิสัยของคนที่เหมาะสมกับวิชาชีพ”ครู”

1. “รักเด็ก” ซึ่งมันต้องแน่นอนอยู่แล้วในการที่จะมา เป็นครู ก็จะต้องรักเด็ก… แม้เราจะไม่ได้เป็นนางสาวไทยก็ตามที แต่ครูก็สามารถรักเด็กได้เท่ากับนางสาวไทย เพราะถ้าครูไม่รักเด็กแล้ว ก็คงจะถ่ายทอดความรู้ให้เด็กๆได้ไม่ดีพอ เพราะการที่เราจะถ่ายทอดความรู้นั้น สิ่งที่เราถ่ายทอดควรจะออกมาจากใจ ของผู้ที่จะถ่ายทอดจริงไหม? 2. “รักงานสอนเป็นชีวิต” เป็นครูก็ต้องรักในงานสอน เพราะงานหลักของครูก็คืองานสอน งานถ่ายทอดความรู้ ไม่ใช่รักงานถ่ายเอกสาร ถ้าครูชอบงานถ่ายเอกสารครูก็ควรจะไป เป็นธุรการหรือไปเปิดร้านถ่ายเอกสาร แต่เชื่อเถอะ หลายคนเริ่มหลงผิด ว่างานถ่ายเอกสารคืองานหลักของครูไปแล้ว 5555 อันนี้มุกหยอกเล่น… 3. “รักในวิชาชีพครู” คนเป็นครูถ้าไม่รักในวิชาชีพครู จะถือว่าแปลกมาก  เพราะถ้าไม่รักในวิชาชีพแล้วจะมาเป็นครูทำไมหรือ และคนเป็นครูจะไม่ใช่แค่รัก พวกเขายังเทิดทูลในวิชาชีพนี้มาก ถ้าเห็นใครมาดูถูกวิชาชีพครูแล้ว ถ้าคุณเกิดมาอารมณ์โมโหเนี่ย แสดงว่าคุณมาถูกทางแล้วละ 555+ 4. “มองผลประโยชน์ของเด็กๆเป็นหลัก” งานของครูไม่ใช่งานสร้างภาพ แต่ปัจจุบันเราหลงผิดไปสร้างภาพกันมากมาย Read More …

(ครู)วิชาชีพที่เป็นได้หลายๆอย่าง!

1.เป็นนักบัญชี-พัสดุ แม้วิชานี้จะไม่ได้เรียนมาโดยตรงจากวิชาชีพครู แต่เราก็สามารถทำได้ เพราะถ้าไม่มีคนทำเราก็ทำเองนี่แหละ สอนไปทำไปเครียดไป ครูไทยเก่งอยู่แล้ว 2.เป็นผู้พิพากษา บ่อยครั้งที่ครูต้องตัดสินปัญหาคดีต่างๆมากมายในโรงเรียน ไม่ว่าจะเป็นคดีขโมยยางลบ คดีวิ่งราวดินสอ คดีกรรโชกทรัพย์(ขนม)หน้าห้องน้ำ ฯลฯ ครูก็สามารถตัดสินคดีได้อย่างเป็นธรรมและเป็นที่น่าพอใจกับนักเรียนยิ่งนัก 3.เป็นนักสืบ บ่อยครั้งที่มีคดีมากมาย ไม่ว่าจะเป็นคดีที่กล่าวมาจากหัวข้อข้างบน หรืออาจจะเป็นคดีร้องเท้าหาย(บ่อยมาก) ครูเราก็สามารถสืบความจนนำไปสู่การจับกุมได้ในที่สุด เก่งไหม? 4.เป็นพยาบาล(นางพยายาม) บาดเจ็บมาเราปฐมพยาบาลเบื้องต้นได้ กำเดาไหล วิ่ง 6 ล้มหรือว่าจะเป็น 7 ล้ม เราก็ทำได้ เรื่องบาดเจ็บเล็กๆน้อยๆจัดให้ แต่ถ้าเป็นเรื่องใหญ่เราจะส่งต่อให้หมอทันทีนะลูกๆ 555+ 5.พ่อและแม่ บางครั้งกับเด็กหลายคนที่ไม่มีพ่อแม่ ครูก็พร้อมยินดีที่จะให้คำปรึกษาได้เสมอ เด็กบางคนครอบครัวไม่เคยสนใจเลย มานั่งคิดดูเราเครียดมากกว่าพ่อแม่เขาจริงๆเสียอีกกับอนาคตของพวกเขา วันพ่อวันแม่ครูก็ทำหน้าที่แทน รู้ดีว่าแทนได้ไม่เต็มที่ แต่ครูก็ทำด้วยใจนะเด็กๆ 6.เป็นภารโรง Read More …

ในห้องเรียนห้องหนึ่ง อาจารย์ถามลูกศิษย์ว่า “ทำไมเวลาคนโกรธกันแล้วต้องตะคอกใส่กันด้วย?”

ห้องเรียนเงียบไปหลายวินาที ก่อนนักเรียนคนหนึ่งจะตอบว่า “เพราะเราโมโห เราก็เลยเสียงดังครับ” “แต่ทำไมต้องเสียงดังด้วยล่ะ ในเมื่ออีกคนก็อยู่ใกล้กันแค่นี้ คุยธรรมดาก็ได้ยินแล้วนี่ ทำไมคนเราถึงต้องขึ้นเสียงกันด้วย?” นักเรียนผลัดกันตอบคำถาม แต่ไม่มีใครให้คำตอบที่อาจารย์พอใจ อาจารย์จึงเฉลยว่า “เวลาคนสองคนโกรธกัน หัวใจสองดวงก็จะห่างกันมากขึ้น เขาเลยต้องตะโกนเพื่อไปให้ถึงหัวใจของอีกฝ่าย” ห้องเรียนเงียบสงัด ก่อนที่อาจารย์จะเสริมว่า “เวลาคนสองคนรักกัน สังเกตสิว่าเขาจะไม่ตะโกน แต่จะคุยกันด้วยเสียงอ่อนโยน เพราะอะไร? ก็เพราะว่าหัวใจของทั้งสองคนอยู่ใกล้กันไง” “แล้วพอคนสองคนรักกันยิ่งกว่าเดิม เสียงพูดนั้นก็จะแผ่วเบาจนกลายเป็นเสียงกระซิบ และสุดท้ายเขาก็ไม่จำเป็นต้องกระซิบด้วยซ้ำ แค่มองตาก็เข้าใจทุกอย่างแล้ว” “ดังนั้น คราวหน้าถ้าเธอตะคอกใส่คนที่เธอรัก จงจำไว้ว่าเธอได้สร้างระยะห่างให้หัวใจของเธอกับเขาแล้ว ความรู้สึกดีๆที่เคยมีให้กัน มันก็พังลงได้ จงถนอมรักษาน้ำใจกันไว้เถิด ภาพและที่มา คณิตย์ พบลาภ

บทบาทที่สำคัญของครู ช่วยปลุกพลังความคิดสร้างสรรค์เด็ก!

ครูเป็นบุคคลสำคัญ (คนหนึ่ง) ที่จะทำให้ความคิดสร้างสรรค์ของเด็กๆ พัฒนาขึ้น โดยการกระตุ้นให้เด็กๆ มีจินตนาการ มีฝัน (ที่ดูเหมือนว่าจะเป็นไปไม่ได้ในเดี๋ยวนั้น) มีความคิดใหม่ๆ แปลกๆ แหวกแนวไม่เหมือนใคร อีกทั้งมีความคิดที่มีมิติ มีความคิดที่มีลักษณะหลากหลายมุมมองและมีความละเอียดในแง่มุมที่คิดนั้น การที่จะทำให้ความคิดในลักษณะดังกล่าวเกิดขึ้นนั้น ครูจะต้องตระหนักในบทบาทการเป็นผู้ช่วย (ขอย้ำว่าเป็นเพียงแค่ผู้ช่วยเท่านั้นจริงๆ ห้ามเป็นผู้ลงมือลงแรง ลงหัวคิดเสียเอง) ครูจะต้องเป็นผู้ช่วยฝีมือดี ที่ต้องมี 2 รู้ คือ ‘รู้เขา’ และ ‘รู้เรา’ (รบทุกครั้ง ชนะทุกครั้ง) 1. รู้เขา ครูต้องรู้เขาใน 2 ลักษณะ คือ 1. รู้จักความคิดสร้างสรรค์ ซึ่งเป็นเป้าหมายหลักที่จะพัฒนาให้เกิดขึ้น โดยครูจะต้องรู้จักความคิดสร้างสรรค์อย่างสนิทสนมคุ้นเคยและลึกซึ้งมากพอ ทั้งรู้ว่าความคิดสร้างสรรค์คืออะไร เกิดได้อย่างไร รู้ว่าเกิดหรือไม่ เกิดในปริมาณมากน้อยเพียงไรและทำอย่างไรจึงจะเกิดขึ้น 2. รู้จักเด็ก โดยเฉพาะรู้จักจริต ความชอบ Read More …