3 เทคนิคฝึกสมองให้คิดเก่ง

โดย……นิตยสารชีวจิต, ปีที่ 15, ฉบับที่ 351. เมื่อนั่งทำงานนานๆ สมองถูกใช้งานอย่างหนัก คงต้องมีบ้างที่เราจะเจอกับภาวะ “คิดอะไรก็คิดไม่ออก” หนังสือเรื่อง “ศาสตร์ชีวิต” เขียนไว้ว่า สมองของมนุษย์มีระบบการทำงานที่เชื่อมโยงซับซ้อน ซึ่งการเรียนรู้ของมนุษย์เกิดจากการรับข้อมูล และการนำข้อมูลเหล่านั้นผ่านเข้าสู่กระบวนการจดจำ ดังนั้น การที่เราคิดอะไรไม่ค่อยออก จึงอาจแปลว่าสมองไม่ได้ทำงานเชื่อมโยงกันอย่างเต็มที่ หรือข้อมูลที่ได้รับการบันทึก มีแต่ข้อมูลเดิมๆ ถ้าอย่างนั้น คงถึงเวลาที่เราต้องมาลับสมองกันสักหน่อย โดยใช้ 3 เทคนิคดังนี้ค่ะ 1. คิดแล้วทำการลงมือทำเป็นผลลัพธ์ของการคิด หากคิดแล้วทำอย่างต่อเนื่อง จะทำให้สมองได้จดจำวิธีการที่เป็นรูปธรรมจากการลงมือทำ และสามารถหาแนวทางพัฒนากระบวนการคิดและการทำของตัวเองให้ดียิ่งขึ้นต่อไปได้ 2. ลองทำในสิ่งที่ไม่เคยทำ หลังจากทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งจนชำนาญแล้ว ลองออกไปทำในสิ่งที่ไม่เคยทำบ้าง เพื่อเปิดมุมมอง และฝึกสมองให้ได้เรียนรู้ทักษะใหม่ๆ 3. บริหารสมอง 2 ซีก ตามปกติ สมองซีกซ้ายและซีกขวาซึ่งมีหน้าที่ต่างกัน Read More …

ผลการวิจัยเผย ‘ผู้หญิงมีความจำดีกว่าผู้ชายจริงๆ’ ไม่ใช่เรื่องที่คิดไปเองอีกต่อไป

สงสัยกันไหมว่าทำไมผู้หญิงถึงมักจะมีความจำดีกว่าผู้ชาย ยิ่งเรื่องที่เป็นรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ อย่างวันครบรอบต่างๆ เบอร์โทรพ่อของเพื่อนสนิท หรือแม้กระทั่งวันเกิดแม่ของแฟน ทำไม๊ ทำไมถึงจะต้องจำกันได้แม่นขนาดนั้น ! แถมบางเรื่องถ้าจำไม่ได้นี่เล่นเอาถึงตายได้เลย ถ้าเจอคำถาม “วันนี้วันอะไร?” ก็ให้คุณผู้ชายเตรียมตัวไว้เลยว่าอาจเป็นวันสุดท้ายที่คุณจะได้หายใจอย่างสะดวกๆ ฮ่าๆ ผลการวิจัยบอกว่า ‘ผู้หญิงมีความจำดีกว่าผู้ชายจริงๆ’ จริงๆ แล้วทุกข้อสงสัยมันมีคำตอบอยู่เสมอ เพราะผลการวิจัยได้บอกออกมาแล้วว่าผู้หญิงมีความจำดีกว่าผู้ชายจริงๆ ซึ่งทั้งนี้ก็เกิดจากปัจจัยด้านชีวภาพของร่างกายเรานี่แหละ ลองมาดูกันว่าความเป็นไปได้ต่างๆ ที่ทำให้ผู้หญิงจำแม่นโคตรๆ เกิดจากอะไรได้บ้าง 1. จากผลวิจัยด้านสมองของมหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา เผยว่า กระแสไฟฟ้าในสมองของผู้ชายและผู้หญิงทำงานต่างกัน จึงทำให้มีความถนัดที่ต่างกัน โดยหลังจากการสแกนสมองของผู้เข้าร่วมวิจัยกว่า 1,000 คน สามารถสรุปผลออกมาได้ว่า กระแสไฟฟ้าในสมองของผู้ชายและผู้หญิงมีรูปแบบที่แตกต่างกัน โดยสมองของผู้หญิงทั่วไปจะมีการทำงานร่วมกันของสมองซีกซ้ายและขวา ขณะที่สมองผู้ชายจะทำงานเป็นซีกๆ ไป โดยมีเพียงส่วนเดียวที่สมองของผู้ชายเชื่อมโยงกันระหว่างซีกซ้ายและขวาคือ ส่วน เซเรเบลลัม ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการควบคุมการเคลื่อนไหวของร่างกาย จากผลการศึกษากระแสไฟฟ้าในสมองของผู้หญิงและผู้ชาย Read More …

10 วิธี!!!เพิ่มความจำแบบฮาร์วาร์ด เป็นแบบไหนกันนะ?

“มันน่าประหลาดใจมาก เมื่อเราพบว่าเราจดจำหลายๆอย่างที่เราไม่เคยแม้แต่จะสังเกตุได้ – Barbara Kingsolver,Animal Dreams”   วารสารชีพจรสุขภาพ(เฮลธ์บีท)ออนไลน์จากสำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด สหรัฐฯ มีคำแนะนำเกี่ยวกับวิธีเพิ่มความจำดีๆ 10 วิธี มาฝากค่ะ   1.เชื่อมั่น : การศึกษาทำในคนวัยกลางคนและสูงอายุพบว่า ความจำของคนเราแปรตามความเชื่อมั่น คนเราจะจำอะไรๆ ได้ดีถ้าเชื่อมั่นว่า “เราทำได้” คนที่มองโลกในแง่ดีและเชื่อว่า ความจำของคนเราไม่ลดน้อยถอยลงไปตามอายุจะมีความจำดีกว่าคนที่คิดว่า “โอ… เราแก่แล้ว จำสู้เด็กๆ ไม่ได้”   2.ประหยัด : ทุกวันนี้หน่วยงานดีๆ จะมีกิจกรรม “5ส” เพื่อให้หน่วยงานเป็นระเบียบ ข่าวดีคือ การจัดเรื่องต่างๆ ให้เป็นหมวดหมู่ช่วยป้องกันการลืม เครื่องมือป้องกันการลืมที่สำคัญได้แก่ ปฏิทิน แผนที่ สมุดวางแผน แผ่นจดรายการของต้องซื้อก่อนไปชอปปิ้ง Read More …

6 สุดยอดวิธีเพิ่มประสิทธิภาพความจำ!

1. การทำสมาธิจะช่วยพัฒนา Working memory Working memory ปรียบเสมือนกับกระดานจดโน๊ตที่ข้อมูลใหม่ๆ มักจะเข้ามาใช้พื้นที่ชั่วคราวเช่นการที่คุณได้ยินชื่อใครสักคนหรือการฟังที่อยู่หรือเส้นทางทางโทรศัพท์ ความจำส่วนนี้จะทำหน้าที่เก็บข้อมูลเหล่านั้นไว้จนคุณทำงานเหล่านั้นเสร็จซึ่งถ้ามันไม่สำคัญแล้วคุณก็จะปล่อยให้มันหายไปเว้นเสียแต่ถ้ามันสำคัญ คุณจะเปลี่ยนมันเป็นความทรงจำระยะยาวซึ่งสามารถเรียกกลับมาใช้ใหม่ได้ (นั่นคือเหตุผลว่าทำไมเรื่องบางเรื่องเราจำได้ และเรื่องบางเรื่องเราจำไม่ได้) Working memory นี้เองเป็นส่วนที่เราใช้งานแทบทุกวันซึ่งถ้าความจำส่วนนี้มีประสิทธิภาพแล้วคุณก็จะใช้ชีวิตได้ง่ายมากขึ้นทีเดียว โดยส่วนมากสำหรับผู้ใหญ่ทั่วๆ ไปแล้ว เราจะจดจำของได้ประมาณ 7 อย่างใน Working memory นี้ แต่ถ้าคุณต้องการเพิ่มปริมาณให้มากขึ้นนั้น สิ่งที่คุณจำเป็นต้องทำคือการฝึกสมาธินั่นเอง ในการวิจัยนั้น พบว่าแม้คนที่ไม่เคยฝึกสมาธิเลยก็จะสามารถเพิ่มความสามารถในการจดจำได้ในช่วงระยะเวลาเพียง 8 อาทิตย์หลังจากเริ่มฝึกสมาธิ นอกจากนี้แล้ว การทำสมาธิยังช่วยทำให้เราสามารถพุ่งความสนใจกับสิ่งต่างๆ ได้ดียิ่งขึ้น เช่นเดียวกับการทำผลทดสอบต่างๆ ได้ดีขึ้น เหตุผลที่การทำสมาธินั้นทำให้ความจำดีขึ้นก็เพราะระหว่างการทำสมาธินั้น สมองของคุณจะหยุดการประมวลผลข้อมูลต่างๆ แบบที่เคยทำในวันปรกติ นั่นไม่เพียงทำให้สมองของคุณว่างและยังทำให้ผ่อนคลายความเครียดและจดจำได้มากขึ้นด้วย 2. ดื่มกาแฟเพื่อพัฒนาการประกอบความทรงจำเข้าด้วยกัน ในงานวิจัยชิ้นหนึ่งเมื่อไม่นานมานี้พบว่าการกินคาเฟอีนเม็ดหลังจากการเรียนรู้อะไรบางอย่างนั้นจะทำให้การเรียกความจำกลับมานั้นดีขึ้น Read More …