“9 คำสอนของเตี่ย ” ครอบครัวชาวจีน (อยากให้คนไทยลองอ่านกัน)

ฉันเป็นลูกชาวจีนแผ่นดินใหญ่ เมื่อครั้งหนีภัยสงคราม เหล่ากง เหล่าม่า ต้องหอบลูกกระเตงหลาน เสื่อผืนหมอนใบ ข้ามน้ำ ข้ามทะเล หนีตายมาเมืองไทย เตี่ยเล่าให้ฟังว่า อยู่เมืองจีนลำบากมาก ข้าวปลาอาหารไม่มีกิน มีแต่ความแห้งแล้ง ผู้คนแย่งกันกิน แย่งกันใช้ ตระกูลของเราได้เข้ามาอาศัยแผ่นดินไทย ตั้งแต่ สมัยรัชกาลที่ 7 ( เรียกว่าเข้ามาพึ่งพระบรมโพธิสมภาร แต่เตี่ยพูดไม่เป็น ) ตระกูลของเรายึดอาชีพค้าขาย คนจีนชอบค้าขาย ไม่ชอบเป็นลูกจ้างใคร สมัยนั้นลูกจ้างก็คือ กุลี ยากจนไม่มีความมั่นคง ถ้าคนจีนไม่ค้าขายก็ต้องไปเป็นกุลี ใช้แรงงานขายแรงงาน อากงมีวิชาทำก๋วยเตี๋ยวติดตัวมา อากงจึงทำโรงก๋วยเตี๋ยว อาแปะทำโรงซีอิ๊ว อาโกเปิดร้านค้าขาย อาเจ็กไม่มีวิชาอะไร จึงไปเรียนวิชาชีพเป็นช่างไฟและจบออกมาเปิดร้านค้าขายอุปกรณ์ไฟฟ้า ตระกูลของเราก็ได้ถ่ายทอดวิชาค้าขายต่างๆสืบทอดกันมาจนปัจจุบัน เตี่ยเป็นคนชอบชิม ชอบทาน Read More …

“ป๊ะป๋ามีเงินแล้ว ไม่ต้องไปทำงานแล้วนะคะ ป๊ะป๋าเล่นน้ำกับหนูนะ”

งานเยอะ ไม่ได้อยู่บ้านหลายวัน ตื่นมากินข้าวแล้วก็ต้องรีบออกไปทำงาน กลับบ้านมาลูกเมียก็หลับหมด เจอแต่แมวรอรับกลับบ้าน วนลูปแบบนี้ทุกวันตั้งแต่มกรา เมื่อคืนชูใจวีดีคอลมาขณะผมอยู่บนรถ จะว่าไปพักนี้ผมเห็นหน้าลูกผ่านหน้าจอโทรศัพท์มากกว่าหน้าจริงๆเธอเสียอีก ลูกคอลมางอแงอยากให้ผมกลับบ้าน ถามผมว่าทำไมป๊ะป๋าต้องไปทำงาน ทำไมไม่กลับบ้านมาหาหนู ผมตอบลูกว่าบ้านเราต้องใช้เงิน ผ่อนบ้านหลังนี้หมด ป๊ะป๋าจะได้ไปซื้อบ้านหลังใหญ่ๆ มีพื้นที่ให้หนูเลี้ยงหมาตัวโตๆ “เราเลี้ยงหมาตัวเล็กๆก็ได้” ชูใจบอกผมเสียงเว้าวอน เธอคงหมายถึงอยู่หลังนี้ แล้วเลี้ยงหมาตัวขนาดพอดีกับบ้านก็พอแล้ว ผมต้องลงรถไปร้องเพลงพอดี เลยขอวาง กลับไปลูกก็หลับแล้วเหมือนเดิม ไม่มีโอกาสได้คุยต่อ อยากอธิบายลูกว่าป๊ะป๋าหาเงินก็เพื่ออนาคตของหนู ความมั่นคงของหนู หนูจะได้มีเงินเก็บไปเรียนสูงๆ เดินทางไกลๆไปเห็นโลกกว้างๆ ตื่นมาเกือบเที่ยง ชูใจวิ่งมาหา ถามผมว่าวันนี้ป๊ะป๋าเล่นน้ำกับหนูได้มั้ย ผมคำนวนเวลาว่าต้องออกช่วงสี่โมงเย็น เลยตอบเธอว่าเล่นได้ แต่คงแป้บเดียว เธอทำหน้าเศร้าๆ ถามผมย้ำๆว่า ป๊ะป๋าไม่ไปทำงานไม่ได้เหรอ ผมตอบเธอซ้ำ “บ้านเราต้องใช้เงินครับลูก” แล้วเดินไปแปรงฟัน ชูใจเดินหายออกห้องไป Read More …