จะทำอย่างไรเมื่อเกิด “ปฎิกิริยาร้องไห้หมู่”

นพ.ยงยุทธ์ วงศ์ภิรมย์ศานติ์ หัวหน้าที่ปรึกษากรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เปิดเผยถึง กรณีการเกิดปฎิกิริยาร้องไห้หมู่เป็นปรากฎการณ์ทางจิตสังคมอย่างหนึ่ง ที่มักมีสาเหตุมาจากการที่คนกลุ่มหนึ่งเชื่อว่าตัวเองประสบภาวะเดียวกัน ซึ่งวีธีการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นนั้นต้องให้คนเหล่านั้นได้แสดงออกถึงความรู้สึกออกมา เพราะการเก็บอารมณ์ความรู้สึกไว้จะเกิดผลไม่ดีต่อร่างกาย การปล่อยโฮหรือร้องไห้ออกมานั้นถือเป็นเรื่องดี แต่คนรอบข้างต้องสังเกตด้วยว่า จะเกิดปฎิกิริยารุนแรงหรือไม่ เช่น อาการตีอกชกหัวตัวเอง หายใจเร็ว หรือชัก เพราะอาการที่เกิดขึ้นนั้นอาจนำไปสู่ภาวะการควบคุมตัวเองไม่ได้   “อย่างไรก็ตาม การเกิดปฎิกิริยาร้องไห้หมู่นี้อยากให้มองว่าเป็นเรื่องดี เพราะทำให้ประชาชนได้ระบายความรู้ออกมา และหากสังเกตสังเกตได้ว่า คนรอบข้างเกิดปฎิกิริยาดังกล่าว ซึ่งเราก็สามารถเห็นได้ชัดอยู่แล้ว ให้คนรอบข้างเข้าไปกอด รับฟัง ให้เขาระบายความรู้สึกออกมาทันที หรืออาจจะไถ่ถามถึงครอบครัวให้เขาได้คุยกับครอบครัว ก็อาจจะสามารถลดอาการดังกล่าวได้” นพ.ยงยุทธ์ กล่าว ข้อมูลข่าวโดย หนังสือพิมพ์มติชนออนไลน์ฉบับวันที 14 ตุลาคม 2559 อ่านต่อได้ที่ https://www.dmh.go.th/news/view.asp?id=1200

(ครูเลื่อนผ่านถือว่าพลาด!)13 เทคนิคช่วยให้ครูเรียกสมาธิเด็กให้ตั้งใจเรียน!!!

1.ครูต้องแสดงออกถึงพลังและความกระตือรือร้นอยู่เสมอในเวลาที่อยู่กับเด็ก อาทิเช่น อย่าเอาแต่ยืนนิ่งๆ อยู่กับที่ ให้เดินไปเดินมาบ้างและคอยพูดคุยสื่อสารกับเด็กอยู่เสมอ ครูควรปฏิบัติทั้งสองเรื่องนี้ควบคู่กันไป พร้อมกับหากิจกรรมที่สนุกสนานให้เด็กทำ 2.การเรียนการสอนควรเปิดโอกาสให้เด็กได้มีส่วนร่วมด้วย ไม่ควรยืนพูดหน้าชั้นอย่างเดียว และครูควรตั้งคำถามบ่อยๆ ทั้งคำถามที่ต้องการคำตอบและไม่ต้องการคำตอบ ในการสาธิตอะไรต่างๆ ให้เด็กดู ครูอาจเป็นคนเริ่มต้นคำถามโดยให้เด็กเป็นคนต่อจนจบ ครูอาจจะทำอะไรบางอย่างให้เด็กดู แล้วถามว่า “ทำไมครูถึงทำอย่างนั้น?” มากกว่าการอธิบายเองทั้งหมด 3.ครูควรทำสิ่งต่อไปนี้บ่อยๆ เท่าที่จะเป็นไปได้ คือให้เด็กๆ เขยิบมานั่งใกล้ๆ ครูในขณะที่ครูกำลังจัดการเรียนการสอนหรือแสดงอะไรบางอย่างให้เด็กดู อาจให้เด็กนั่งขัดสมาธิบนพื้นก็ได้ 4.เมื่อเด็กตั้งคำถาม ให้ครูโยนลูกไปให้เพื่อนนักเรียนด้วยกันเป็นคนตอบ โดยครูควรแน่ใจว่าเด็กคนแรกที่ครูเรียกเป็นคนที่รู้คำตอบนั้นๆ ดี เพื่อให้เด็กคุ้นเคยกับการเรียนรู้จากกันและกัน 5.ให้ครูชี้ตัวเด็กเมื่อต้องการให้เด็กตอบคำถาม แทนที่จะใช้วิธีเรียกชื่อ เนื่องจากเด็กจะไม่สนใจเรียนจนกว่าจะได้ยินครูเรียกชื่อตนเอง การใช้วิธีชี้ตัวจะทำให้เด็กๆ ทุกคนในห้องตื่นตัวอยู่ตลอดเวลา และมีสมาธิจดจ่ออยู่กับเรื่องที่กำลังเรียน 6.ในกิจกรรมที่ครูเคยเรียกเด็กให้ร่วมแสดงความเห็น ให้ครูเรียกเด็กคนนั้นซ้ำอีก มิเช่นนั้นเด็กที่ถูกเรียกให้ตอบหรือครูขอความเห็นแล้ว จะหมดความสนใจในการเรียนทันที การเรียกซ้ำจะช่วยให้เด็กตั้งใจเรียนต่อไป Read More …

ทำไมคุณต้องมี(EQ)สูง ? ความฉลาดทางอารมณ์สูง(EQ)ถึงจะประสบความสำเร็จ?

ความฉลาดทางอารมณ์ เป็นคำตอบว่า ทำไมคนที่มีไอคิวปานกลางถึงสามารถทำงานได้ดีกว่าคนที่มีไอคิวสูงแทบจะ 70% ของทั้งหมด นอกจากนี้ยังได้เปลี่ยนแปลงความคิดของผู้คนมากมายที่เคยคิดว่าไอคิวคือสิ่งเดียวที่จะนำไปสู่ความสำเร็จ โดยงานวิจัยช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมาชี้ให้เห็นว่า ความฉลาดทางอารมณ์ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้บางคนมีความสามารถโดดเด่นกว่าคนอื่น ๆ ความฉลาดทางอารมณ์เป็นสิ่งที่ซ่อนอยู่ในตัวของเราทุกคน มันมีผลต่อการกระทำ วิธีใช้ชีวิตในสังคมที่ซับซ้อน และรวมไปถึงการตัดสินใจต่าง ๆ ความฉลาดทางอารมณ์ประกอบขึ้นจากทักษะทั้ง 4 อย่าง โดยแบ่งได้เป็นสองประเภทหลัก ๆ ได้แก่ ความสามารถส่วนตัว และ ความสามารถทางสังคม ความสามารถส่วนบุคคล (Personal Competence) ประกอบด้วย ทักษะการตระหนักรู้ในตนเองและการจัดการตนเอง เป็นเรื่องเกี่ยวกับตัวเราเองมากกว่าการมีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น มันหมายถึงความสามารถในการรับรู้อารมณ์ของตัวเอง และการควบคุมนิสัย การกระทำของตัวเอง การตระหนักรู้ในตนเอง (Self-Awareness) คือ ความสามารถในการสังเกตอารมณ์ของตนเอง และตระหนักรู้เมื่อเกิดอารมณ์ต่าง ๆ ขึ้นในจิตใจ การจัดการตนเอง (Self-Management) คือ ความสามารถในการใช้ความตระหนักในอารมณ์ของตนเองเพื่อปรับตัว และควบคุมการกระทำให้เป็นไปในทางบวก ความสามารถทางสังคม (Social Competence) ประกอบด้วย ทักษะการตระหนักรู้ทางสังคมและการจัดการความสัมพันธ์ มันคือความสามารถในการเข้าใจอารมณ์ การกระทำ Read More …