“28 นิสัยน่ารังเกียจ” ของเพื่อนร่วมงานที่ไม่อยากให้มีในองค์กร

1.ขี้นินทา นินทาไดัทุกคน 2.จอมแขวะ -ดัน เสียดสี 3.ดีเข้าตัวชั่วให้คนอื่น 4.หักหลัง หน้าอย่างหลังอย่าง แทงข้างหลัง 5.ดูถูกการทำงานของทุกคนตัวเองทำถูกอยู่คนเดียว 6.ใส่ร้ายป้ายสี แต่งเรื่อง พูดเรื่องส่วนตัวคนอื่น 7.เสี้ยม ยุให้คนแตกกัน 8.ฟังไม่ได้สรรพจับไปกระเดียด 9.เอาเปรียบ กินแรง  มีหน้าที่รอได้หน้า 10.จับผิดทุกการการะทำคนอื่น 11.แบ่งพักแบ่งพวก หัวหน้าชั้น หัวหน้าเธอ 12.สรรหาตัวประหลาดตัวตลกในออฟฟิศ เพื่อให้ตัวเองจัดอยู่ในพวกปกติ 13.อยู่ในวงเวลาเม้าท์นาย เห็นด้วยร่วมด่า แต่อยู่ต่อหน้าทำตัวประจบสอพรอ 14.ไม่มีมิตรแท้ศัตรูถาวร ลับหลังเห็นมันนินทากันอยู่ดีๆต่อหน้าแทบจะจูบปากกันซะละ 15.จิ้งจกเปลี่ยนสี 16.ข่ม เขม่นเพื่อนร่วมงานใหม่ คิดว้าตัวเองเก๋า 17.ยกยอปอปั้นคนที่ชอบทำตัวเป็นเจ้าแม่ในออฟฟิศ 18.ในที่ประชุมพูดดีมีหลักการ แต่ถึงเวลาไม่ทำเอง 19.ดิสเครดิตเรื่องงานคนอื่น 20.ผู้ชายนิสัยผู้หญิง ขี้บ่น จุกจิก Read More …

ผลการวิจัย!!!เผย ยิ่งเดินไปด้วยทำงานไปด้วยยิ่งฉลาด!!!

ผลการวิจัยจากประเทศแคนนาดาเกี่ยวกับการออกกำลังกายที่น่าสนใจ ที่ระบุว่าการทำงานไพร้อมกับออกกำลังกายไปด้วยนั้น มีผลช่วยให้ตั้งใจทำงานมากขึ้นและได้งานที่มีประสิทธิผลมากกว่านั่งทำงานเฉยๆ การทดลองได้ทำกับกลุ่มตัวอย่างเป็นนักศึกษา 18 คน โดยให้คนเดินบนลู่วิ่ง treadmill แบบที่มีโต๊ะทำงานไปได้ด้วย โดยที่ระหว่างเดินก็ให้อ่านข้อความและตอบอีเมล์ที่ตั้งขึ้นมา เทียบกับคนที่นั่งทำงานตามปกติที่ให้อ่านและตอบอีเมล์ชุดเดียวกัน และใช้เครื่องตรวจคลื่นไฟฟ้าสมองตรวจวัดด้วย หลังจากการทดสอบให้พักเป็นเวลา 10 นาทีก็จะมีการถามคำถามเกี่ยวกับส่ิงที่อ่านไปแบบคำถามถูก-ผิด ผลที่ได้คือกลุ่มคนที่เดินบน treadmill นั้นสามารถตอบคำถามถูกต้องได้มากกว่ากลุ่มที่นั่งทำงานปกติถึง 34.9% และผลจากการวัดคลื่นไฟฟ้าสมองนั้นแสดงให้เห็นว่ากลุ่มคนที่ทำงานโดยที่เดินบน treadmill ไปด้วยนั้นมีสมาธิในการทำงานและสามารถจดจำข้อมูลที่อ่านได้ดีกว่าเดิม งานนี้นอกจากจะเป็นการออกกำลังกายที่ช่วยให้ร่างกายแข็งแรงแล้ว ยังช่วยให้งานที่ทำมีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้นอีกด้วย บริษัทไหนสนใจอยากจะลองเอาวิธีนี้ไปใช้ดูบ้างก็ได้นะครับ ข้อมูลจาก : Engadget /www.stepextra.com

กฏการเคลียร์งานให้แล้วเสร็จภายใน 25 นาที ฉบับมืออาชีพ!

เคยสังเกตบ้างมั้ยครับว่า เวลาที่เราใช้สมองโฟกัสไปที่การทำงานอย่างใดอย่างหนึ่งอย่างต่อเนื่อง รู้สึกสมองล้า ซึ่งส่งผลให้ประสิทธิภาพการทำงานลดลงเรื่อย ๆ แต่พอได้หยุดพักสักแป๊บหนึ่ง สมองและร่างกายก็กลับมามีความสดชื่นอีกครั้ง สามารถกลับมาทำงานได้อย่างประสิทธิภาพดีขึ้น   แล้วเทคนิค Pomodoro หั่นเวลาทำงาน 25 นาที คืออะไร? ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จักคำว่า Pomodoro กันก่อนนะครับ Pomodoro เป็นภาษาอิตาลี แปลว่ามะเขือเทศโดย เจ้า โพโมโดโร เทคนิค นี้ (Pomodoro Technique) เป็นเคล็ดลับการบริหารจัดการเวลาที่พัฒนาขึ้นมาโดย ฟรานเชสโก ซิริลโล (Francesco Cirillo) ที่ถูกคิดค้นในช่วงปลายทศวรรษ 1980 เป็นวิธีการแบ่งช่วงเวลาทำงานออกเป็น session ละ 25 นาที โดยคั่นช่วงพักเบรค Read More …

13 ความแตกต่างระหว่างการเรียนกับการทำงาน 4 ปีในมหา’ลัย VS 4 ปีแรกของวัยทำงาน มีอะไรที่เหมือนหรือต่างกันบ้าง ?

คงจะเคยได้ยินหรือเคยรู้สึกมาบ้างว่า ชีวิตวัยเรียนเป็นชีวิตที่สนุกกว่าวัยทำงานเสมอ อย่างน้อยก็ไม่ต้องคิดอะไรมาก สนุกก็สนุกถึงขีดสุด นอกจากเรื่องเรียนก็ไม่ค่อยมีเรื่องอื่นใดให้รับผิดชอบมากมาย   เป็นเช่นนั้นจริงหรือ? มาดูกันว่าถ้าเทียบไทม์ไลน์ในระยะ 4 ปีเท่ากัน ระหว่าง 4 ปีในรั้วมหา’ลัย กับ 4 ปีที่เข้าสู่วัยทำงาน มีอะไรเหมือนหรือต่างบ้างในโลกของความเป็นจริง ? 1. ความสนุกในวัยเรียนและวัยทำงานเป็นคนละแบบกัน วัยเรียนก็สนุกที่ได้อยู่กับเพื่อน ใช้ชีวิตวัยรุ่นตอนปลายให้คุ้มค่าที่สุด สุดขีดสุด ๆ ในขณะที่วัยทำงานก็สนุกกับงาน สนุกกับการวางแผน สนุกกับหลายเรื่องที่เข้ามาใหม่ ๆ แต่เหตุที่โดยรวมแล้ววัยเรียนสนุกกว่า น่าจะเป็นเพราะว่าเป็นช่วงที่ไม่ต้องรับผิดชอบอะไรมาก (อย่างน้อยก็ไม่ต้องคิดเรื่องรายได้ เพราะมีคนส่งเสียให้อยู่แล้ว หรือไม่ก็มีเงินจากกองทุนกู้ยืมอยู่แล้ว) 2. ในวัยทำงานยังหนีไม่พ้นเรื่องการทดสอบ หรือการแก้โจทย์แต่ละวัน ที่เหนือไปกว่านั้นคือ ต้องแก้โจทย์ที่คาดเดาไม่ได้เลยว่าจะมาแบบไหน เช่น วันนี้จะได้เจอลูกค้าแบบไหน, Read More …

5 อุปสรรคในการทำงานที่ควรรู้!!!

อุปสรรคการทำงานเป็นสิ่งหนึ่งที่นักศึกษาจบใหม่ ซึ่งยังไม่มีประสบการณ์ในการทำงานควรทราบ เมื่อเข้าไปทำงานแล้ว อุปสรรคการทำงานที่มักพบเจออยู่เสมอมีอะไรบ้าง วันนี้จ๊อบส์ดีบีรวบรวมมาฝากให้พนักงานมือใหม่ได้เตรียมตัวรับมือกันแต่ เนิ่น ๆ นะคะ 1.ขาดความพร้อมในการทำงาน บางคนมาทำงาน แต่ยังทำตัวเป็นเด็ก ๆ ทำงานแบบเด็ก ๆ ไม่มีความรับผิดชอบมากพอ เมื่อคุณก้าวเข้าสู่โลกของการทำงาน คุณควรบอกตัวเองว่าตอนนี้คุณคือผู้ใหญ่แล้ว คุณไม่ใช่เด็กอีกต่อไป คุณจะต้องรับผิดชอบงานที่ได้รับมอบหมายอย่างเต็มความสามารถ อย่าลืมว่าคุณจะต้องพิสูจน์ให้นายจ้างเห็นว่า คุณมีความสามารถและสามารถผ่านการทดลองงานได้ 2.ไม่ชำนาญในงานที่ทำ เนื่องจากคุณเพิ่งเรียนจบ และงานที่คุณได้รับมักเป็นสิ่งที่แปลกใหม่ ไม่เคยทำ ไม่เคยเรียนมาก่อน เรื่องความชำนาญจึงเป็นอุปสรรคอย่างหนึ่ง คุณอาจรู้สึกว่างานยากเกินไปสำหรับคุณ แต่เมื่อคุณเรียนรู้มันสักระยะหนึ่ง คุณจะรู้สึกชินกับมัน และสามารถทำงานได้อย่างสบายใจขึ้น 3.ขาดกำลังใจ เวลาที่เจอกับงานยาก บางครั้งคุณอาจรู้สึกท้อแท้และหมดกำลังใจ จนคิดว่าคุณไม่มีความสามารถ คุณไม่อาจทำมันให้สำเร็จได้อย่างที่นายจ้างต้องการ หากความรู้สึกนี้เกิดขึ้น คุณควรจะเติมความมั่นใจให้ตัวเองให้เต็ม และหมั่นเติมอยู่เรื่อย ๆ อย่าปล่อยให้ความรู้สึกขาดกำลังใจมาบั่นทอนคุณ ถ้านายจ้างคุณคิดว่าคุณทำไม่ได้ Read More …