8 อาการของโรคสมาธิสั้น และวิธีการรักษา!ครูและผู้ปกครองอ่านเลย!

โรคสมาธิสั้นเกิดขึ้นได้อย่างไร  โรคสมาธิสั้น พบในเด็กไทยเพิ่มสูงขึ้นในทุกๆปีคิดเป็นร้อยละ5 ขอเด็กวัยเรียน เกิดจากความผิดปกติของสมองส่วนหน้า โดยปกติโรคสมาธิสั้นจะมี 3 อาการที่คุณพ่อคุณแม่สังเกตได้ คือ 1. ซนมาก 2.ขาดสมาธิ 3.หุนหันพลันแล่น แต่ไม่จำเป็นต้องมีครบทั้ง3อาการตาที่กล่าวมาอารมีมีเพียงอย่างใดอย่างหนึ่งหรืออาจมีครบทุกอย่างเลยก็ได้ โดยอาการเหล่านี้จะต้องเกิดก่อนอายุ 12 ปี อาการของโรคสมาธิสั้น 1.อาการซนมากอยู่ไม่นิ่ง จำแนกเป็นข้อย่อดังนี้ 1. ยุกยิก อยู่ไม่สุข 2. นั่งไม่ติดที่ ลุกเดินบ่อยๆ ขณะอยู่ที่บ้านหรือในห้องเรียน 3. ชอบวิ่ง หรือปีนป่ายสิ่งต่างๆ 4. พูดมาก พูดไม่หยุด 5. เล่นเสียงดัง 6. ตื่นตัวตลอดเวลา หรือดูตื่นเต้นง่าย 7. ชอบโพล่งคำตอบเวลาครูหรือพ่อแม่ถามโดยที่ยังฟังคำถามไม่จบ 8. รอคอยไม่เป็น 9. ชอบขัดจังหวะหรือสอดแทรกเวลาผู้อื่นกำลังพูดอยู่   2.อาการขาดสมาธิ จำแนกเป็นข้อย่อดังนี้ 1. ไม่สามารถทำงานที่ครูหรือพ่อแม่สั่งจนสำเร็จ 2. ไม่มีสมาธิในขณะทำงานหรือเล่น 3. ดูเหมือนไม่ค่อยฟังเวลาพูดด้วย 4. ไม่สามารถตั้งใจฟัง และเก็บรายละเอียดได้  ทำให้ทำงานผิดพลาดบ่อยๆ 5. ไม่ค่อยเป็นระเบียบ 6. มีปัญหาหรือพยายามหลีกเลี่ยงงานที่ต้องใช้ความคิดหรือสมาธิ Read More …

ผลวิจัยในออสเตรเลียเผย เด็กวัยรุ่นที่เล่นเกมออนไลน์มีผลการเรียนดีขึ้น ขณะที่การใช้เวลาอยู่กับสื่อสังคมออนไลน์อย่างเฟซบุ๊คกลับส่งผลตรงกันข้าม

ผลวิจัยซึ่งตีพิมพ์ในวารสารนานาชาติเพื่อการสื่อสารของออสเตรเลีย ระบุว่า การทดสอบ ซึ่งได้รับการยอมรับจากโครงการประเมินนักเรียนระหว่างประเทศ หรือ พิซา (PISA) เป็นการประเมินความสัมพันธ์ระหว่างการใช้อินเทอร์เน็ตและผลการเรียนของกลุ่มเด็กชาวออสเตรเลียวัย 15 ปี โดยพบว่าเด็กที่เล่นเกมออนไลน์มีคะแนนพิซาสูงกว่า มีคะแนนสูงกว่าค่าเฉลี่ย 15 คะแนนในวิชาคณิตศาสตร์ และ 17 คะแนนในวิชาวิทยาศาสตร์ ส่วนวิชาที่เหลือมีคะแนนเท่ากันหมด ผลวิจัยยังระบุว่า เด็กที่มีความเป็นเลิศทางคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และการอ่านมีแนวโน้มที่จะเล่นเกมออนไลน์เช่นกัน ขณะที่เด็กที่ใช้สื่อสังคมออนไลน์เป็นประจำมีแนวโน้มที่มีคะแนนวิชาคณิตศาสตร์ การอ่าน และวิทยาศาสตร์ ต่ำกว่าเด็กที่แทบไม่ได้ใช้หรือไม่ใช้เลย โดยมีคะแนนต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 20 คะแนนในวิชาคณิตศาสตร์ นอกจากนี้ แม้ว่าการเล่นเกมออนไลน์กับการใช้สื่อสังคมออนไลน์จะกินเวลาที่ควรจะทบทวนบทเรียน ปรากฎว่า เกมกลับทำให้เด็ก ๆ ได้พัฒนาทักษะและนำสิ่งที่ได้เรียนมาใช้มากกว่า การใช้อินเทอร์เน็ตในเด็กวัยรุ่นถือว่าอยู่ในระดับสูง ซึ่ง 97% ของเด็กอายุระหว่าง 15-17 ปีระบุว่าใช้งานอินเทอร์เน็ตเป็นประจำ ส่วน 78% ของเด็กในกลุ่มเดียวกันใช้สื่อสังคมออนไลน์แทบทุกวัน หรือทุกวัน อย่างไรก็ตาม นายอัลแบโต Read More …

ความเป็นมาของ “ทรงผมนักเรียนไทย” ที่แท้นั้นเกิดจากเหาระบาดจริงหรือ?

ความเป็นมาของทรงนักเรียน ทรงนักเรียน เป็นทรงผมสำหรับนักเรียนชายและหญิง โดยนักเรียนชายมีลักษณะ ส่วนมนจะมีผมสั้นเกรียน โดยรอบมนเล็กน้อย ส่วนนักเรียนหญิงไว้ผมด้านข้างและด้านหลังสั้นเสมอกัน ความเป็นมาของทรงนักเรียน บทความว่าด้วยเรื่องกฎทรงผม ของ ศ.ดร.นิธิ เอียวศรีวงศ์ จากหนังสือพิมพ์มติชนฉบับ 2 พฤศจิกายน 2550 มีคำตอบสรุปความได้ว่า ประเทศไทยรับทรงผมทรงนักเรียนทั้งเครื่องแบบต่างๆ จากประเทศญี่ปุ่นในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งในช่วงสงครามนั้นเกิดเหาระบาดมาก ประชาชนจึงนิยมตัดผมสั้น กระทรวงศึกษาธิการได้ออกกฎกระทรวง ฉบับที่ 1 (พ.ศ. 2515) แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง ฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2518) ออกตามความในประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 132 ลงวันที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2515 Read More …

33 ข้อ!เรื่องจริงของเด็กไทย เรียนหนัก 9-10 คาบ (อยากให้ครู พ่อแม่ ผู้ปกครองได้อ่าน)

อ่านแล้วจะเข้าใจเด็กไทยกันครับ เหนื่อยทั้งครูและเด็ก เรื่องจริงเด็กไทย ที่อยากให้ครู ผู้ปกครอง ลองอ่านดู 1.เรียนหนักมาก เรียนปกติก็ 7-8 คาบ ยังมี คาบ 9 คาบ 10 อีก 2.เด็กเครียดเรื่องเกรด เพราะ ครู พ่อ แม่ 3.ตามหลักความรู้ที่ได้รับสำคัญกว่าเกรดเฉลี่ย (แต่ความเป็นจริงสลับกัน) 4.การบ้านที่ครูให้แต่ละวัน มันเยอะเกินไปทำให้เด็กหักโหม 5.เด็กไทยนอนดึก เพราะ ทำการบ้าน อ่านหนังสือ 6.แต่ครู ผู้ปกครอง เข้าใจว่านอนดึกเพราะเล่นโซเชียล 7.ที่เข้าโซเชียลตอนทำการบ้าน เพราะ ให้เพื่อนถ่ายรูปที่ทำแล้วส่งมาให้ 555555 8.ถ้าถามว่าทำไมไม่ทำเอง ถ้าทำเองเช้าก็ไม่ได้นอน 9.การบ้านที่ครูให้ จะพบว่า Read More …

6 สุดยอดวิธีเพิ่มประสิทธิภาพความจำ!

1. การทำสมาธิจะช่วยพัฒนา Working memory Working memory ปรียบเสมือนกับกระดานจดโน๊ตที่ข้อมูลใหม่ๆ มักจะเข้ามาใช้พื้นที่ชั่วคราวเช่นการที่คุณได้ยินชื่อใครสักคนหรือการฟังที่อยู่หรือเส้นทางทางโทรศัพท์ ความจำส่วนนี้จะทำหน้าที่เก็บข้อมูลเหล่านั้นไว้จนคุณทำงานเหล่านั้นเสร็จซึ่งถ้ามันไม่สำคัญแล้วคุณก็จะปล่อยให้มันหายไปเว้นเสียแต่ถ้ามันสำคัญ คุณจะเปลี่ยนมันเป็นความทรงจำระยะยาวซึ่งสามารถเรียกกลับมาใช้ใหม่ได้ (นั่นคือเหตุผลว่าทำไมเรื่องบางเรื่องเราจำได้ และเรื่องบางเรื่องเราจำไม่ได้) Working memory นี้เองเป็นส่วนที่เราใช้งานแทบทุกวันซึ่งถ้าความจำส่วนนี้มีประสิทธิภาพแล้วคุณก็จะใช้ชีวิตได้ง่ายมากขึ้นทีเดียว โดยส่วนมากสำหรับผู้ใหญ่ทั่วๆ ไปแล้ว เราจะจดจำของได้ประมาณ 7 อย่างใน Working memory นี้ แต่ถ้าคุณต้องการเพิ่มปริมาณให้มากขึ้นนั้น สิ่งที่คุณจำเป็นต้องทำคือการฝึกสมาธินั่นเอง ในการวิจัยนั้น พบว่าแม้คนที่ไม่เคยฝึกสมาธิเลยก็จะสามารถเพิ่มความสามารถในการจดจำได้ในช่วงระยะเวลาเพียง 8 อาทิตย์หลังจากเริ่มฝึกสมาธิ นอกจากนี้แล้ว การทำสมาธิยังช่วยทำให้เราสามารถพุ่งความสนใจกับสิ่งต่างๆ ได้ดียิ่งขึ้น เช่นเดียวกับการทำผลทดสอบต่างๆ ได้ดีขึ้น เหตุผลที่การทำสมาธินั้นทำให้ความจำดีขึ้นก็เพราะระหว่างการทำสมาธินั้น สมองของคุณจะหยุดการประมวลผลข้อมูลต่างๆ แบบที่เคยทำในวันปรกติ นั่นไม่เพียงทำให้สมองของคุณว่างและยังทำให้ผ่อนคลายความเครียดและจดจำได้มากขึ้นด้วย 2. ดื่มกาแฟเพื่อพัฒนาการประกอบความทรงจำเข้าด้วยกัน ในงานวิจัยชิ้นหนึ่งเมื่อไม่นานมานี้พบว่าการกินคาเฟอีนเม็ดหลังจากการเรียนรู้อะไรบางอย่างนั้นจะทำให้การเรียกความจำกลับมานั้นดีขึ้น Read More …