การพูดซ้ำเติมเด็กบ่อยๆไม่ใช่การสอน!

หลายคนชอบใช้อารมณ์กับลูก เมื่อลูกทำอะไรผิดพลาดก็ว่า บ่น แล้วคิดไปเองว่านี่คือการสอน แต่รู้หรือไม่ว่าคำพูดเช่นนั้นมีแต่จะสร้างความรู้สึกไม่ดีให้กับลูก . …มัวแต่เล่นไม่รีบทำการบ้านเองก็อดดูการ์ตูนไปสิ …จะเอาของเล่นไปอีกทำไม ไร้สาระ เปลืองเงิน  …บอกแล้วใช่มั้ยให้ตั้งใจเรียน ได้คะแนนแค่นี้จะไปสู้ใครเค้าได้ . คำเหล่านี้ไม่ใช่การสอน แต่กลับเป็นเหมือนการ#ซ้ำเติม เสียมากกว่า บางครั้งเราอาจพูดออกไปด้วยอารมณ์ เพราะหงุดหงิด บอกแล้ว สอนแล้ว ทำไมไม่ฟัง แต่เราต่างก็รู้ดีว่า การต่อว่า ซ้ำเติม ไมได้ช่วยอะไรเลย นอกจากเหยียบย่ำบาดแผลในจิตใจให้มันเป็นรอยลึกกว่าเดิม แล้วนั่นคือสิ่งที่คุณต้องการหรอกหรือ “การทำร้ายจิตใจของลูก” . การสอนคือการพูดและอธิบายด้วยเหตุผล ทำไมถึงผิด วิธีแก้คืออะไร ทำไมถึงต้องทำเช่นนี้ เลิกใช้อารมณ์ แล้วลองเปลี่ยนจากคำดุ หรือว่าลูก เป็นการพูดและสอนอย่างใจเย็นจะดีกว่าไหม …คราวหลังถ้าอยากดูการ์ตูนต้องรีบทำการบ้านให้เสร็จก่อนนะคะ …ของเล่นที่หนูอยากได้ แม่ว่ามันแพงเกินไป แต่ถ้าหนูอยากได้จริง ๆ งั้นเรามาช่วยกันเก็บเงินซื้อดีมั้ยคะ Read More …

10 สิ่งที่จะทำให้คุณเปลี่ยนไปหลังจากมาเป็นครู

  1.คุณจะรู้สึกหวังดีและรักเด็ก (แม้เมื่อก่อนจะไม่เคยรัก) เรียกได้ว่าเมื่อก่อนไม่เคยจะชอบเด็กๆ แต่พอได้เข้ามาสัมผัส จะเห็นอะไรหลายๆอย่างจากเด็กๆ ทั้งความใสซื่อ น่ารักของพวกเขา และความไม่รู้ของพวกเขา จะทำให้คนเป็นครูอย่างเราๆท่านๆ รู้สึกหลงรักในตัวพวกเขาขึ้นมาทันที บางครั้งเผลอเรียกไปว่า “ลูกๆ”   2.คุณจะกลายเป็นคนที่ขี้บ่น (แม้เมื่อก่อนคุณจะเป็นคนเงียบๆ) เมื่อก่อนเรียกได้ว่าเป็นคนที่ไม่ชอบคนขี้บ่น แต่พอเป็นครูนานเข้า มารู้สึกตัวอีกที เอ๊ะ…นี่เรากลายเป็นคนขี้บ่น ไปเสียตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย ฮ่าๆ ทั้งนี้ทั้งนั้นทักษะนี้อาจจะมาจาก การสอนเด็กๆที่ครูจำเป็นต้องพูด พูดและก็พูด เด็กทุกคนก็ใช่ว่าจะมีนิสัยที่ดีเสมอไป คนเป็นครูจึงต้อง เทศนาบ้าง…ทักษะนี้ก็เลยได้มาแบบฟรีๆ   3.คุณจะกลายเป็นคนที่ตำหนิอะไรได้ง่ายขึ้น (แม้เมื่อก่อนจะเคยปล่อยไปชิวๆ) จากหัวข้อที่แล้ว ทำให้ได้ทักษะอีกทักษะหนึ่งก็คือการตำหนิ เพราะครูจะเป็นจะต้องแนะนำเด็กๆให้ทำในสิ่งที่ถูกต้อง จึงจำเป็นจะต้องรู้จักวิธีการตำหนิในสิ่งที่ผิด เพื่อให้นักเรียนได้ทำในสิ่งที่ถูกต้อง ทักษะนี้จึงเพิ่มเข้ามาอีก ให้คนรอบข้างรู้สึกเบื่อ (บางท่าน)   Read More …