5 ปัญหาใหญ่ทำเด็กไทยอ่อนด้อย “ภาษาไทย” ชี้แนวทางสอน ป.1-3 อ่านออกเขียนได้

ศึกษานิเทศก์เผย 5 ปัญหาใหญ่ ส่งผลเด็กไทย “ภาษาไทย” อ่อนด้อย แนะใช้รูปแบบหลากหลายในการสอนภาษาไทย เน้น ป.1 – 3 อ่านออกเขียนได้ ส่งเสริมการเขียน คัดลายมือ เรียงความ ย่อความ สรุปความ ย้ำครูทุกวิชาต้องช่วยแก้ปัญหา ใส่ใจรอยต่อช่วงชั้นอนุบาล – ประถม – มัธยม  นางเพ็ญพรรณ จิตตะเสนีย์ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนสุขภาวะเด็ก เยาวชน และครอบครัว สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวในงานประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาสถานศึกษาต้นแบบ เพื่อส่งเสริมการอ่านออกเขียนได้ สำหรับเสริมสร้างความรอบรู้ทางสุขภาพ (Health literacy) ในช่วงชั้นที่ 1 (ป.1 – ป.3) Read More …

แค่ฝึกเขียนชีวิตก็เปลี่ยน!!! การฝึกเด็กเขียนช่วยเด็กฉลาด เพิ่มความคิดสร้างสรรค์ และช่วยให้สมองไว

โดยเฉพาะเด็กที่เรียนสูงกว่าชั้น ป.1 ไปแล้ว เกณฑ์มาตรฐานทั่วไปสำหรับระบบการศึกษาในตอนนี้คือสอนให้เด็กอนุบาลและ ป.1 เขียนหนังสือได้เท่านั้น หลังจากนั้น ก็หันไปใช้คีย์บอร์ด ซึ่งนั่นฟังดูดี เพราะความเชี่ยวชาญด้านคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีถือเป็นทักษะสำคัญในศตวรรษที่ 21 แต่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์เพิ่มมากขึ้นว่า การฝึกเขียนด้วยมือ ไม่ว่าจะเป็นตัวเขียนหรือตัวพิมพ์ภาษาอังกฤษ ล้วนมีประโยชน์สำหรับสมองของเด็ก ๆ ดังตัวอย่าง ต่อไปนี้ 1. เด็กที่ฝึกคัดลายมือจะเรียนรู้การอ่านได้ดีขึ้น  มาเรีย คอนนิโควา นักจิตวิทยาและเขียนบทความลงหนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทม์ส กล่าวว่า เมื่อเด็ก ๆ เริ่มต้นเขียนด้วยมือ พวกเขาไม่เพียงแต่เรียนรู้การอ่านได้เร็วขึ้นเท่านั้น แต่ยังสามารถเกิดความคิดและเก็บข้อมูลได้ดีขึ้นด้วย หลายคนไม่ว่าเด็กหรือผู้ใหญ่ อาจเคยมีประสบการณ์คล้ายคลึงกันว่า เมื่อเราจดอะไรลงไปก็จำสิ่งนั้นได้โดยไม่จำเป็นต้องมีบันทึกช่วยจำ แค่เขียนทุกอย่างก็ไปได้สวย 2. เขียนตัวเขียนภาษาอังกฤษช่วยกระตุ้นสมอง  ผลการวิจัยเมื่อเร็ว ๆ นี้ชี้ให้เห็นว่า การพิมพ์ดีด เขียนด้วยตัวพิมพ์ Read More …

กลยุทธ์การแก้ปัญหาเด็กอ่านไม่ออก-เขียนไม่ได้ครบวงจรในหนึ่งเดียว!

การอ่านออกเขียนได้ในระดับพื้นฐานที่เพียงพอสำหรับการสื่อสารและการเรียนรู้ วิชาการต่างๆ เป็นความจำเป็นพื้นฐานของผู้เรียนทุกระดับ แต่จากข้อมูลการทดสอบประเมินทั้งในระดับพื้นที่และระดับชาติปัจจุบันกลับพบ ว่ายังมีผู้เรียนจำนวนมากที่ยังอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ในระดับพื้นฐานดัง กล่าว และจากการทดสอบเขียนตามคำบอกจาก “คำตรงมาตราทั้ง ๙ แม่ซึ่งมีพยัญชนะต้นครอบคลุมอักษรสามหมู่ ครอบคลุมสระไม่น้อยกว่า ๒๐ สระขึ้นไป รวมทั้งครอบคลุมคำควบกล้ำ คำอักษรนำ และคำผันเสียงวรรณยุกต์ทุกหมู่อักษร” ที่ผู้เขียนได้ทดสอบกับผู้เรียนตั้งแต่ ป.๒ ขึ้นไปในภูมิภาคต่างๆ ปรากฏว่ามีผู้ได้คะแนนไม่ผ่านร้อยละ ๕๐ อยู่ที่ระหว่างร้อยละ ๒๐ – ๘๐ ของแต่ละโรงเรียน โดยที่การดำเนินการแก้ไขปัญหาของโรงเรียนก็ยังเป็นไปแบบไม่แม่นตรง ไม่ก่อให้เกิดสัมฤทธิผลในการแก้ไขอย่างแท้จริง ผู้เรียนที่ยังคงถูกทอดทิ้งให้อยู่ในโลกมืดของการอ่านเขียนยังมีอีกมากมาย ผู้เขียนได้มีส่วนร่วมกับการดำเนินกิจกรรมแก้ปัญหาเรื่องนี้ทั้งเขียน หนังสือชื่อ “เด็กอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้แก้ง่ายนิดเดียว” ให้การอบรมผู้บริหารสถานศึกษา ครู และผู้เกี่ยวข้อง รวมทั้งจัดทำโครงการจัดครูอาสาปฏิบัติการสอนเชิงวิจัยและกำกับตามนิเทศแบบมี ส่วนร่วม ตั้งแต่ปี ๒๕๕๐ ต่อเนื่องมาถึงปัจจุบัน Read More …

เทคนิคการสอน “ครูแม่น้อย” นำนักเรียน ป.1 ฝ่าวิกฤตอ่านไม่ออก เขียนไม่ได้

“>การอ่านหนังสือไม่ออก และเขียนไม่ได้ของนักเรียน เป็นปัญหาใหญ่ระดับประเทศ ที่สะท้อนวิกฤตคุณภาพการศึกษา มีการวิเคราะห์สาเหตุและกล่าวโทษกันไปต่าง ๆ นานา บ้างก็ว่าครูไม่ตั้งใจสอน ปล่อยปละละเลยเด็ก บ้างก็ว่าเด็กขาดความสนใจ บ้างก็ว่าพ่อแม่ผู้ปกครองไม่มีเวลาใสใจดูแลลูกหลานให้ทำการบ้านหรืออ่านหนังสือ หรืออื่นอีกมากมาย จนเมื่อต้นปี กระทรวงศึกษาธิการ ได้ประกาศนโยบาย “ปี 2558 เป็นปีปลอดนักเรียนอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้” จึงเป็นหน้าที่ของบุคคลหลายฝ่ายไม่ว่าจะเป็นผู้บริหาร ครู หรือผู้ปกครอง ที่ต้องร่วมมือกันทำให้นโยบายดังกล่าวประสบผลสำเร็จ โดยเฉพาะครูผู้สอนที่จะต้องพลิกโฉมให้นักเรียน ป.1 อ่านออกเขียนได้ เพื่อส่งต่อสู่การเรียนรู้ในระดับที่สูงขึ้น โดยเฉพาะที่โรงเรียนบ้านเขาไคร อ.ควนกาหลง จ.สตูล นักเรียนชั้น ป.1 อ่านออกเขียนได้ 100 % ด้วยฝีมือของ “ครูแม่น้อย” …นางเปรมวดี สุขศรี หรือ “ครูแม่น้อย” Read More …