เห็นลูกดื้ออย่าเพิ่งดุอย่าเพิ่งด่า วิจัยบอกว่าเด็กดื้อจะประสบความสำเร็จมากกว่าเมื่อโตขึ้น

เห็นลูกดื้ออย่าเพิ่งดุอย่าเพิ่งด่า เห็นลูกดื้ออย่าเพิ่งดุอย่าเพิ่งด่า วิจัยบอกว่าเด็กดื้อจะประสบความสำเร็จมากกว่าเมื่อโตขึ้น เด็กดื้อรั้นส่วนใหญ่เติบโตมาเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพ จริงหรือ ผลการศึกษานี้ถูกตีพิมพ์ในวารสารการแพทย์ Developmental Psychology หลังจากที่ทีมงานใช้เวลาติดตามเด็กกว่า 700 คน ตั้งแต่อายุ 9 ปี ไปจนถึง 40 ปี โดยเน้นการติดตามคุณลักษณะของแต่ละคน เช่น การเป็นคนที่ชอบความท้าทาย มีแนวโน้มที่จะแหกกฎระเบียบต่างๆ มีความรอบคอบ พากเพียร อุตสาหะ เป็นต้น พบว่า เด็กดื้อรั้นส่วนใหญ่เติบโตมาเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพ และประสบความสำเร็จตามเป้าหมายของตัวเอง เด็กที่ไม่ชอบปฏิบัติตามกฎระเบียบ และไม่ค่อยเชื่อฟังผู้ปกครอง มักมีรายได้สูงกว่าเพื่อนๆ รายงานชิ้นนี้ระบุด้วยว่า เด็กที่ไม่ชอบปฏิบัติตามกฎระเบียบ และไม่ค่อยเชื่อฟังผู้ปกครอง จำนวนไม่น้อยมีรายได้สูงกว่าเพื่อนๆ และประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน ทั้งนี้ ไม่มีการเปิดเผยว่า เด็กเหล่านี้เลือกประกอบอาชีพอะไร อาจเป็นไปได้ว่าอาชีพนั้นๆ Read More …

ตามนั้น!!! ผลวิจัยชี้ คนที่มีไอคิวสูงชอบนอนเปื่อยๆ มากกว่าออกไปทำกิจกรรม

ผลการวิจัยจากมหาวิทยาลัย Florida Gulf Coast ของสหรัฐฯ เปิดเผยว่า คนที่มีไอคิวสูงมักจะชอบจมอยู่กับความคิดตัวเองมากกว่าออกไปทำกิจกรรมเคลื่อนไหว เพราะคนไอคิวสูงขี้เบื่อน้อยกว่า พวกเขาจึงพึงพอใจกับการอยู่เฉยๆ แล้วนั่งคิดอะไรของตัวเองไป กลุ่มคนที่ชอบใช้ความคิดจะชอบอยู่เฉยๆ นักวิจัยทำการทดสอบที่เคยใช้เมื่อ 30 ปีที่แล้วกับกลุ่มนักเรียน โดยแบบสอบถามจะเป็นการจำลองเหตุการณ์ เพื่อถามผู้ทำแบบสอบถามว่าเห็นด้วยหรือไม่ อย่างเช่น “ฉันชอบการทำงานที่ต้องคิดวิธีการแก้ปัญหาใหม่ๆ” หรือ “ฉันมักจะคิดให้ละเอียดที่สุดเท่าที่ฉันจะคิดได้เสมอ” จากนั้นคณะนักวิจัย นำโดย ทอดด์ แม็กเอลรอย ได้เลือก 30 คนที่จัดเป็นพวกชอบใช้ความคิด กับพวกที่ไม่ชอบใช้ความคิด จากแบบสอบถาม เพื่อให้พวกเขาใส่สร้อยข้อมือที่จะติดตามการเคลื่อนไหวของพวกเขาประเภทของกิจกรรมที่ทำเป็นเวลา 7 วัน เพื่อติดตามการเคลื่อนไหวของร่ายกายของพวกเขา ที่น่าแปลกใจคือ กลุ่มคนที่ชอบใช้ความคิดจะทำกิจกรรมที่เคลื่อนไหวร่างกายน้อยกว่ากลุ่มคนที่ไม่ใช้ความคิด คนไอคิวสูงไม่เคยเบื่อที่จะผจญภัยในความคิดตัวเอง คนที่มีสติปัญญาดีหรือมีไอคิวสูงมักจะใช้เวลาไปกับการอยู่เปื่อยๆ มากกว่าคนที่มีไอคิวน้อยกว่าที่มักจะเป็นคนคล่องแคล่ว ชอบทำกิจกรรมเคลื่อนไหวร่างกาย เพราะคนฉลาดมักจะขี้เบื่อน้อยกว่าคนทั่วไป Read More …

งานวิจัยชี้”พ่ออายุมาก”จะได้ลูกชายเป็นพวกหมกมุ่นสิ่งเดียว

พ่อที่มีลูกเมื่ออายุมาก มีโอกาสสูงที่จะได้ลูกชายซึ่งมีลักษณะนิสัยหมกมุ่นสนใจในเรื่องเดียว โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี นักวิจัยจากราชวิทยาลัยแห่งกรุงลอนดอน (King’s College London – KCL) เผยแพร่ผลการวิจัยที่พบว่า พ่อที่มีลูกเมื่ออายุมาก มีโอกาสสูงที่จะได้ลูกชายซึ่งมีลักษณะนิสัยหมกมุ่นสนใจในเรื่องเดียว โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี หรือที่เรียกกันทั่วไปว่า “กี๊ก” (Geek) นั่นเองนักวิจัยได้ติดตามศึกษาฝาแฝด 15,000 คู่ในระยะยาว โดยเมื่อฝาแฝดกลุ่มนี้มีอายุได้ 12 ปี ได้มีการจัดทำ “ดัชนีความเป็นกี๊ก” (Geek Index) โดยมีการให้คะแนนว่าฝาแฝดเหล่านี้เติบโตขึ้นมาเป็นคนที่มีลักษณะหมกมุ่นสนใจในสิ่งเดียวมากน้อยแค่ไหน โดยพิจารณาจากระดับสติปัญญาหรือไอคิวด้านที่ไม่ใช่ความสามารถทางภาษา รวมทั้งพิจารณาถึงความสามารถในการเพ่งความสนใจต่อประเด็นใดประเด็นหนึ่ง และการเข้าสังคมด้วย นักวิจัยพบว่า ฝาแฝดที่ได้คะแนนความเป็นกี๊กสูง มักเป็นลูกชายที่เกิดมาเมื่อพ่อมีอายุมากแล้ว และพวกเขามักทำคะแนนได้ดีในวิชาด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี คณิตศาสตร์ และวิศวกรรมศาสตร์อย่างไรก็ตาม ไม่พบความสัมพันธ์ระหว่างอายุของแม่กับความเป็นกี๊กของลูกชาย และไม่พบกรณีดังกล่าวในลูกสาวดร. มักดาเลนา Read More …

ผลการวิจัยพบว่า “เด็กผู้หญิงแก้ไขปัญหาได้ดีกว่าเด็กผู้ชาย” เมื่อทำงานเป็นทีม

องค์กรเพื่อการร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ได้ทำการสำรวจเด็กอายุ 15 ปี จำนวน 125,000 คน จาก 52 ประเทศทั่วโลก เพื่อทดสอบทักษะ ในการร่วมมือเพื่อแก้ไขปัญหา ของพวกเขา ผลที่ได้คือเด็กผู้หญิงมีทักษะดังกล่าวดีกว่าเด็กผู้ชาย   โดยค่าเฉลี่ยแล้ว เด็กผู้หญิงจะมีความสารถมากกว่าเด็กผู้ชายประมาณครึ่งปี (หมายถึงความสามารถนำหน้าไปครึ่งปี) ในการแก้ไขปัญหาที่ต้องทำงานร่วมกันเป็นกลุ่ม ซึ่งทักษะดังกล่าวมาจากการสื่อสารที่ดีระหว่างกลุ่ม และการศึกษาที่ดีก็ต้องให้ความสำคัญกับส่วนนี้ด้วย เลขาธิการของ OECD ได้กล่าวไว้ว่า “การพัฒนาทักษะด้านนี้ก็ต้องได้รับความร่วมมือจากพ่อแม่ผู้ปกครองด้วย ต้องอาศัยความร่วมมือระดับชุมชนเพื่อพัฒนาทักษะให้ดียิ่งขึ้น ซึ่งส่งผลให้คุณภาพชีวิตของพวกเขาดียิ่งขึ้น” อย่างไรก็ตาม การวิจัยเมื่อปี 2012 ของ OECD เอง ก็ได้มีการค้นพบว่าในการแก้ปัญหาแบบเดียวนั้น เด็กผู้ชายจะทำได้ดีกว่าเด็กผู้หญิง และยังมีการวิจัยอื่นๆ ที่ค้นพบว่าเด็กที่ชอบเล่นกีฬาเป็นทีมก็จะมีทักษะในการทำงานเป็นกลุ่มในระดับที่ดี ส่วนเด็กที่ชอบเล่นวิดีโอเกมส์ก็จะมีทักษะด้านนี้ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยอีกด้วย Source : Independent .sumrej.com

งานวิจัยพบว่า!! คนไม่ชอบอาบน้ำมี “ผิวพรรณดีกว่า” คนที่อาบน้ำเป็นประจำ ซะอีก!!

แน่นอนว่าถูกปลูกฝังมาตั้งแต่เด็กกับการที่คนเราต้องอาบน้ำวันละสองรอบ คือเช้าและเย็น นั่นอาจจะเป็นเพราะสภาวะของอากาศที่ร้อนในเมืองไทย และด้วยการใช้ชีวิตที่ต้องตากแดดอยู่เป็นประจำทำให้มีเหงื่อไหลออกมาเสมอ แต่ในตางประเทศเขาได้มีการวิจัยและทดสอบกันอย่างจริงจังในเรื่องนี้ และคำตอบที่ได้ก็เหลือเชื่อซะจริงๆ ซึ่งจะเป็นอย่างไรต้องตาม  ไปดูด่วนๆ จ้า Dr.Casey Carlos ผู้ช่วยศาสตราจารย์ด้านโรคผิวหนัง จากมหาวิทยาลัยทางการแพทย์ซานดิเอโก้ แคลิฟอร์เนีย บอกว่าการอาบน้ำทุกวัน และครั้งละนานๆ ไม่ส่งผลดีกับร่างกายคนเราเพราะปกติแล้วผิวหนังของคนเราสามารถทำความสะอาดได้ด้วยตัวเองอยู่แล้ว และการที่เราถูสบู่เพราะเชื่อว่ามันทำให้ร่างกายสะอาดขึ้นนั้น แท้จริงแล้วมันคือตัวทำลายน้ำมันในชั้นผิวหนังของเราต่างหาก   แถมการอาบน้ำบ่อยๆ ยังทำให้ผิวหนังเกิดการระคายเคือง และเจ้าสบู่ก้อนยังเป็นแหล่งสะสมเชื้อโรคได้ด้วย ที่สำคัญคือเมื่อเราถูสบู่บนผิวหนังของเรา สบู่ยังไปทำลายแบคทีเรียดีๆ ที่มีไว้ปกป้องผิวของเราโดยธรรมชาติอีกด้วย   ซึ่งเราจะสังเกตได้เมื่อหลังอาบน้ำจะรู้สึกคันที่ผิวหนัง ก็เพราะผิวหนังของเราเริ่มแตก และนั่นแหละมันคือการเปิดทางให้เชื้อโรคเข้าสู่ร่างกาย และอาจเกิดการติดเชื้อได้มากกว่าเดิม   แต่อย่างไรก็ตาม สภาพอากาศบ้านเราก็ยังคงไม่เอื้ออำนวยให้อยู่แบบไม่อาบน้ำได้ ก็เพราะแค่เดินออกไปหน้าประตูบ้าน แดดก็เร่งเหงื่อให้ออกมาเต็มตัวแล้ว แต่จะว่าไปหากนำมาใช้ในหน้าหนาวก็คงจะไม่เป็นอะไรมากหรอกมั่งเนอะ ขอบคุณข้อมูลจาก : buzzfeed.com Read More …