ตามหาผอ.ในฝัน!เมื่อการศึกษาไทยตกต่ำ เด็กอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้เป็นจำนวนมาก…

ที่การศึกษาไทยตกต่ำ เด็กอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้เป็นจำนวนมาก อ่านไม่เป็นเขียนไม่เป็นกันก็มากยิ่งกว่า อีกทั้งไม่รักการอ่านก็ยิ่งยากจะพัฒนาเสริมสร้าง ไม่ต้องพูดถึงเรื่องคิดวิเคราะห์เจาะลึกในแก่นสารชีวิตและผลึกปัญญา เพราะยังห่างไกลนัก ก็ไม่แปลกหรอกที่ผลคะแนนการทดสอบเอ็นทีและโอเน็ตวิชาสำคัญๆ จึงยังมิอาจก้าวข้ามร้อยละห้าสิบได้ และก็มิอาจจะวาดฝันถึงคุณภาพชีวิต หน้าที่พลเมือง และจริยธรรม …สาเหตุสำคัญที่เป็นดั่งนั้นก็เพราะเรามีผู้บริหารที่เปล่ากลวงคุณภาพเป็น จำนวนมาก ทั้งระดับ ผอ.เขตพื้นที่การศึกษา ผอ.สำนักการศึกษา และ ผอ.สถานศึกษา เมื่อผู้ไร้สภาพเหล่านี้ไม่มีวิสัยทัศน์ที่ถูกต้องและแม่นตรงทางวิชาการ ขาดวิจารณญาณในการแก้ปัญหา ขาดอุดมการณ์ในการทำงาน และซ้ำบางรายยังบกพร่องจริยธรรมอีกด้วยแล้ว ก็มิอาจบริหารและจัดการการศึกษาให้มีประสิทธิภาพตามที่พึงประสงค์ได้ การดำเนินการแก้ปัญหาหลายเรื่องก็มักเป็นการเพิ่มปัญหา เพิ่มงานที่ไม่เป็นประโยชน์จริงแท้ ได้แต่สร้างภาพและแฟ้มงานขยะไปวันๆ เมื่อขยะงานโครงการต่างๆ จากระดับเขตพื้นที่และสำนักการศึกษาถูกส่งถึงโรงเรียนและบริหารจัดการโดย ผอ.ที่ไร้คุณภาพดังกล่าว เรื่องของเรื่องมันก็จึงรกไปด้วยงานขยะทางวิชาการ ซึ่งมิได้เกิดผลอันควรค่าจริงแท้แก่เด็กๆ …ถ้าโรงเรียนใดยังพอมีคุณครูที่มีคุณภาพและคุณธรรมอยู่บ้างก็ยังพอประคับ ประคอง แต่ถ้าโรงเรียนใดมีครูที่เป็นคนประเภทเดียวกันกับผู้บริหารก็ไม่ต้องคาดหวัง อะไร นอกจากจะได้แค่ภาพฉาบฉวยที่ผลิตซ้ำในทำนองเดียวกัน …ในชีวิตที่เหลืออยู่ของผม ผมเฝ้าตามหา ผอ.ในฝัน ทั้งในระดับ Read More …

[กล้าไหม]ผอ.โรงเรียนมัธยม ให้เด็กประเมินความพึงพอใจการบริหารงานในรอบปี นักเรียนประเมินผลงาน ผอ. ผ่าน-ไม่ผ่าน

มีคนเคยถามผมอยู่บ่อยครั้งว่า “มาเป็น ผอ.โรงเรียน หรือผู้บริหารสถานศึกษาทำไม เป็นครูก็ดีอยู่แล้ว” ซึ่งคำตอบที่ผมจะตอบอย่างหนักแน่นทุกครั้งคือ “ผมเป็นครู พัฒนานักเรียนได้ไม่กี่คน แต่ถ้าผมเป็น ผอ. และหากโชคดี ได้ร่วมงานกับครูดีมีคุณภาพ ผมจะสามารถสร้างโอกาสให้เด็กนักเรียนได้อีกหลายคน และหลายกลุ่มกว่าเดิม” เมื่อผมมาเป็น ผอ.โรงเรียน หัวใจในการพัฒนางาน จึงอยู่ที่ “การทำเพื่อนักเรียน” โดยผ่านทีมงาน “ครูที่รักการพัฒนาตนเอง” ผมมองว่า นักเรียนคือ ผู้รับบริการ หรือลูกค้า และครูคือ เพื่อนร่วมงาน ซึ่งจะต้องทำให้ลูกค้าได้รับความพึงพอใจสูงสุด อย่างมีคุณภาพภายใต้บริบทของเราเอง (แนวคิดที่ว่า ครูคือ เพื่อนร่วมงาน เป็นแนวคิดหนึ่ง ที่บางท่านไม่เห็นด้วย) ผมจึงมีความคิดว่า หากจะวัดหรือประเมินผลงานผู้บริหารสถานศึกษา นอกจากดูจากผลงานการพัฒนานักเรียน ผลงานครู ผลงานผู้บริหารและสถานศึกษา อีกสิ่งหนึ่งที่สามารถวัดได้คือ ความพึงพอใจของนักเรียน ดังนั้น เมื่อผมบริหารจัดการสถานศึกษา โรงเรียนตาเบาวิทยา Read More …

10 สัมฤทธิผล! ตัววัดกึ๋นผู้บริหารสถานศึกษามือใหม่!

กระทรวงศึกษาธิการมีนโยบายสำคัญหลายประการที่จะนำไปสู่การปฏิรูปการศึกษา โดยมีเจตนาที่จะสร้างโอกาสและคุณภาพทางการศึกษา ซึ่งทุกภาคส่วนมีบทบาทในการขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาไปสู่ความสำเร็จ โดยเฉพาะผู้อำนวยการสถานศึกษาถือว่าเป็นกุญแจแห่งความสำเร็จ เพราะเป็นจุดเชื่อมของนโยบายกับการปฏิบัติที่ใกล้ชิดกับผู้เรียนมากที่สุด ซึ่งแน่นอนว่าผู้อำนวยการสถานศึกษา นอกจากจะมีความรู้ความสามารถสูงแล้ว จะต้องเป็นผู้นำครูและบุคลากรทางการศึกษา ตลอดจนผู้ปกครองและชุมชนให้มาร่วมมือส่งเสริมและสนับสนุนการจัดการศึกษา ดังนั้นจะต้องคัดเลือกผู้อำนวยการสถานศึกษาที่พร้อมด้วยวัยวุฒิ คุณวุฒิ และมีศักยภาพในการเป็นผู้นำสถานศึกษา   สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ที่เป็นหน่วยงานบังคับบัญชา กำกับดูแลผู้บริหารสถานศึกษาขั้นพื้นฐานทั่วประเทศ จึงกำหนดแนวทางในการคัดเลือกและพัฒนาสมรรถนะผู้บริหารสถานศึกษาเพื่อเป็นกลไกขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาตามนโยบายและทิศทางของกระทรวงศึกษาธิการ โดยเริมต้นที่กลุ่ม “ผู้บริหารสถานศึกษาใหม่”  โดยคาดหวังว่าจะได้ผู้บริหารที่มีความรู้ความสามารถและผลการปฏิบัติงานที่ดี มาเป็นผู้นำในการขับเคลื่อนนโยบายสู่การปฏิบัติในระดับสถานศึกษาสถานศึกษา โดยมีกระบวนการดังนี้   การคัดเลือกผู้ที่มีสมรรถนะกระบวนการคัดเลือกผู้อำนวยการสถานศึกษา มีความสำคัญที่จะทำให้ได้มาซึ่งผู้ที่มีความรู้ความสามารถ ความเหมาะสมทั้งด้านคุณวุฒิ วัยวุฒิ มีประสบการณ์ในการบริหารสถานศึกษาและมีภาวะผู้นำสูงหรือโดยรวมว่า “มีสมรรถนะ” โดยกระบวนการคัดเลือกรูปแบบใหม่ เน้นคัดเลือกจากผู้ที่มีความรู้ความสามารถและประสบการณ์การบริหารสถานศึกษาโดยพิจารณาตัดสินจากผลการสอบข้อเขียน ผลการประเมินประวัติและผลการปฏิบัติงานควบคู่กันไป   การพัฒนาสมรรถนะก่อนแต่งตั้งเมื่อผ่านการคัดเลือกแล้วแล้วต้องเข้าสู่กระบวนการพัฒนาก่อนการบรรจุและแต่งตั้งจำนวนไม่น้อยกว่า 60 ชั่วโมง และต้องผ่านการอบรมตามเกณฑ์ที่กำหนด จึงจะได้รับการบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสถานศึกษา โดยในการพัฒนาก่อนแต่งตั้งกำหนดเนื้อหาพัฒนาเพื่อให้เกิด “สมรรถนะ” ทั้งสมรรถนะหลักและสมรรถนะประจำสายงาน ก่อนไปปฏิบัติงาน   3.การปฏิบัติงานที่สถานศึกษามีขั้นตอนดังนี้    3.1 การศึกษาบริบทของสถานศึกษา หลังจากการพัฒนาผู้บริหารสถานศึกษาเสร็จแล้ว จะมีคำสั่งบรรจุและแต่งตั้งให้ผู้ผ่านการพัฒนาไปดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสถานศึกษาที่เลือกตามลำดับที่ประกาศผลการคัดเลือก การปฏิบัติงานของผู้อำนวยการสถานศึกษาในระยะเวลา 1 ปี จะอยู่ภายใต้คำแนะนำปรึกษาของคณะกรรมการที่ปรึกษา(Coaching Team) เพื่อให้ผู้อำนวยการสถานศึกษาสามารถปฏิบัติงานตามระเบียบ กฎหมายและภารกิจที่เกี่ยวข้องได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล ซึ่งคณะกรรมการที่ปรึกษาจะคอยเป็นพี่เลี้ยงให้อย่างต่อเนื่อง ภายใต้กรอบแนวทางที่สำนักงานคณะกรรมการศึกษาขั้นพื้นฐานกำหนด  โดยผู้อำนวยการสถานศึกษาต้องศึกษาบริบทของสถานศึกษาในด้านต่างๆ Read More …

ประชุมงานอย่างไรให้มีประสิทธิภาพสูงสุด!

1. มีประเด็นในการประชุมทุกครั้ง การประชุมแต่ละครั้งจะต้องมีหัวข้อและวาระการประชุมที่ชัดเจน เพื่อกำหนดขอบเขตของเนื้อหาการประชุมให้ครอบคลุมมากที่สุด หรืออาจย่นย่อให้สะดวกง่ายดายกว่าการจัดทำวาระการประชุมอย่างเป็นทางการก็คือ ให้เขียนหัวข้อที่ต้องการจะได้คำตอบในการประชุมครั้งนั้น ๆ ลงในสมุด จากนั้นก็ดำเนินการประชุมตามหัวข้อที่เขียนไว้เป็นประเด็นหลักที่ต้องคุยกัน ถ้าใครออกนอกประเด็น ให้ผู้คุมการประชุมรีบดึงกลับเข้าสู่ประเด็นในทันที นอกจากนี้ควรกำหนดเวลาว่าแต่ละหัวข้อการประชุมควรใช้เวลาในการคุยกันประมาณเท่าไหร่ เพื่อบริหารจัดการเวลาประชุมให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด 2. เตรียมพร้อมก่อนการประชุม ผู้เข้าประชุมทุกคนควรรับทราบเกี่ยวกับหัวข้อในการประชุมก่อนวันประชุมจริง นอกจากนี้ผู้ที่เกี่ยวข้องในเรื่องต่าง ๆ ต้องมีการทำการบ้านก่อนการประชุม ด้วยการไปรวบรวมข้อมูล ประมวลผล และสรุปแนวทางต่าง ๆ ออกมาให้ชัดเจน ก่อนที่จะมาคุยกันเพื่อตัดสินใจในการประชุมครั้งนั้น การเตรียมพร้อมก่อนการประชุมจึงเป็นอีกหนึ่งเทคนิคที่จะช่วยให้การประชุมของทีมใช้เวลาสั้น กระชับ ได้ใจความ และตอบโจทย์การทำงานได้มากที่สุด 3. จำกัดจำนวนคน บรรดาผู้บริหารขององค์กรใหญ่ ๆ ชั้นนำของโลก ล้วนให้ความสำคัญกับเรื่องเล็ก ๆ อย่างจำนวนของผู้เข้าร่วมประชุมเป็นอย่างมาก เพราะจำนวนคนที่มากเกินไปย่อมไม่เกิดผลดีต่อการประชุมอย่างแท้จริง การประชุมที่ดีควรเน้นที่ผู้เกี่ยวข้องกับหัวข้อประชุมจริง ๆ Read More …

วิธีรับมือ 5 สุดยอดผอ. (ที่เป็นฝันร้ายของครู)

เป็นเรื่องน่าตกใจไม่น้อยเมื่อ www.careerbuilder.com ทำการสำรวจความคิดเห็นของบรรดาลูกจ้างที่เข้ามาใช้บริการหางานในเว็บไซต์ พบว่า ร้อยละ 43 มีปัญหาด้านความสัมพันธ์ที่ไม่ค่อยราบรื่นกับเจ้านาย ซึ่งนั้นก็ส่งผลโดยตรงต่อประสิทธิภาพของงาน ความสุขและสุขภาพกาย เพราะมนุษย์เงินเดือนส่วนมากก็มีเวลาเกือบครึ่งที่ต้องใช้ชีวิตอยู่กับงาน ที่ทำงาน และเจ้านาย และด้วยเหตุที่การหาความสุขจากการทำงานเป็นสิ่งสำคัญยิ่งสำหรับมนุษย์เงิน เดือนอย่างเราๆ จึงขอเสนอเทคนิคในการรับมือกับเจ้านาย 5 สไลต์ที่เป็นฝันร้ายสำหรับคุณเพื่อให้คุณตื่นขึ้นมาในเช้าวันใหม่และบอกตัว เองอย่างสุขใจว่า “ฉันอยากไปทำงาน” 1. ผอ.ยอดมนุษย์ วิธีสังเกต : โสดสนิท ยึดโรงเรียนเป็นฐานที่่มั่น มาเช้ากลับดึก ที่สำคัญงานต้องมาก่อนเสมอ สไตล์การทำงาน : เจ้านายประเภทนี้มักลืมไปว่าตัวเองเป็นมนุษย์ หายใจเข้าเป็นงาน หายใจออกเป็นงาน ข้อดีของเจ้านายประเภทนี้คือทำงานเก่ง ให้คำปรึกษาได้ มีไอเดียใหม่ๆ เสมอ ข้อเสียคือ เจ้านายยอดมนุษย์มักคิดว่า ถ้าเขาทำได้ ลูกน้องทุกคนก็ต้องทำได้เช่นกัน วิธีรับมือ : ทุ่มเท Read More …