10 พฤติกรรมยอดแย่ ที่ไม่ควรทำต่อหน้าลูก!!!

ทะเลาะกัน ถ้าแค่ถกเถียงเล็กๆน้อยๆไม่เป็นไรค่ะ แต่ถ้าถึงขั้นโมโหร้าน ด่าทอกัน อย่าทำให้ลูกเห็นจะดีกว่า ลูกจะรู้สึกไม่มั่นคงทางอารมณ์ วิตกกังวล เพราะเราต่างก็สำคัญกับลูกทั้งคู่ สบถคำหยาบ เรามักจะเผลอสบถคำหยาบกันบ่อยๆ โดยที่ลืมว่าลูกช่างจดช่างจำ เมื่อลูกได้ยินเป็นประจำ ก็คิดว่ามันคือสิ่งที่ยอมรับกันได้ทั่วไป แล้วก็เลียนแบบเราในที่สุด ใช้ความรุนแรง เรื่องนี้กระทบต่อสภาพจิตใจลูกโดยตรงเลยค่ะ ลูกจะกลายเป็นคนก้าวร้าว หรือไม่ก็กลายเป็นคนหวาดกลัวไปทุกสิ่ง อย่าใช้ความรุนแรงต่อหน้าลูกเลยค่ะ มันไม่คุ้มเลยจริงๆ นินทาว่าร้าย อย่านินทาล้อเลียนหรือดูถูกคนอื่นให้ลูกเห็น บางทีเราลืมตัวนินทาคนอื่นๆ ยิ้มไปหัวเราะไป (เม้าท์เพลิน) ลูกจะเข้าใจได้ว่า การทำแบบนี้เป็นเรื่องน่าสนุก โกหก หากเราโกหกให้ลูกเห็นเป็นประจำ มันจะทำให้ลูกรู้สึกว่ามันเป็นเรื่องปกติ ไม่มีอะไรเลวร้าย แล้วต่อไปลูกก็จะพัฒนาความสามารถในการโกหกตามเรา สูบบุหรี่ / ดื่มของมึนเมา เรื่องนี้ไม่ขอพูดมากค่ะ เราจะสอนลูกยังไงว่ามันไม่ดี ถ้าเรายังทำให้ลูกเห็น !!!! ไม่รักษาของส่วนรวม เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เรามองข้ามกันมาก เราไม่ค่อยรักษาของส่วนรวมกันเท่าไหร่ ลูกเห็นก็เลยซึมซับไปด้วย เช่น ม้านั่งสาธารณะ ห้องน้ำสาธารณะ  ทิ้งขยะไม่ลงถัง ฯลฯ ละเลยมารยาทพื้นฐาน ลูกไม้หล่นไม่ไกลต้น ลูกดูเราเป็นแบบอย่าง หากเราละเลยมารยาทไป ลูกก็เลียนแบบ เช่น วางเท้าบนโต๊ะ ขากเสมหะลงข้างถนน ไม่เข้าคิว เรอบนโต๊ะอาหาร ฯลฯ[dt_gap height=”10″ /] บทรักบนเตียง เรื่องนี้เป็นสิ่งที่เด็กๆไม่ควรเห็นอยู่แล้ว หลายๆครอบครัวนอนรวมกัน ลูกอาจสะดุ้งตื่นมาเห็น ดังนั้นหากนึกจะมีบทรักกัน อย่ามีใกล้ๆลูก ถึงแม้ว่าลูกจะหลับแล้วก็ตาม ให้เลี่ยงไปห้องอื่นแทนดีกว่าค่ะ [dt_gap height=”10″ /] สิ้นหวัง อย่าทำตัวสิ้นหวัง ไม่อยากเอาอะไรกับชีวิต คิดฆ่าตัวตาย เราคือเสาหลักจิตใจของลูก ถ้าเราสิ้นหวังลูกจะได้รับผลพวงไปเต็มๆเลยค่ะ ขอบพระคุณบทความดีดีจาก แม่อ้อ http://www.doolukkid.com

5 สัญญาณบ่งบอกว่าลูกยังไม่พร้อมเข้าเรียนอนุบาล

เด็ก ๆ ก่อนวัยเรียน ในช่วง 2-3 ขวบ ควรมีโอกาสในการเตรียมความพร้อมสำหรับที่จะเข้าเรียนอนุบาล และพร้อมช่วยเหลือตัวเองได้ในระดับหนึ่ง รวมถึงอีกหลายปัจจัยเข้ามาประกอบทั้งเรื่องของสังคม อารมณ์ความรู้สึก ความรู้ ความเข้าใจ และพัฒนาการของกล้ามเนื้อต่าง ๆ ซึ่งเด็กแต่ละคนจะมีความสามารถในการพัฒนาตนเองที่แตกต่างกัน เช็กความพร้อมของลูกของคุณดู หากเจ้าตัวเล็กมีสัญญาณเหล่านี้แสดงว่าเขาอาจจะยังไม่พร้อมสำหรับการเข้าเรียนอนุบาลก็ได้ 5 สัญญาณบ่งบอกว่าลูกยังไม่พร้อมเข้าเรียนอนุบาล #1 ยังไม่ได้ฝึกการใช้ห้องน้ำ หรือยังคงต้องการความช่วยเหลืออย่างมากในการทำกิจวัตรประจำวัน เด็กในวัยก่อนอนุบาลต้องเริ่มหัดใช้ห้องน้ำเพื่อทำธุระส่วนตัวเองได้ หรือแม้แต่การช่วยเหลือตัวเองเล็ก ๆ น้อย ๆ ลองดูซิว่าลูกหัดใส่เสื้อผ้าหรือกางเกงเองได้หรือยัง เริ่มที่อยากจะเรียนรู้การติดกระดุมหรือรูดซิปบ้างหรือเปล่า สวมใส่รองเท้าเองได้ไหม แม้แต่การตักอาหารกินข้าวด้วยตัวเอง เหล่านี้คุณได้เริ่มหัดให้ลูกเตรียมพร้อมก่อนที่จะเข้าอนุบาลหรือยัง เพราะเมื่อเด็ก ๆ ได้ไปโรงเรียนที่มีเพื่อนคนอื่นอยู่ในห้องราว 20 คนหรือมากกว่าและมีครูหนึ่งหรือสองคนเป็นผู้ดูแลนั้นความมีอิสระและการสามารถที่จะทำอะไรได้ด้วยตัวเองนั้นสำคัญมากเวลาอยู่ในห้องเรียน   #2 สามารถรับฟังหรือปฏิบัติตามคำสั่งได้หรือไม่ คุณพ่อคุณแม่ลองออกคำสั่งให้ลูกลองทำตามซัก Read More …

จำเป็นมากๆ 7 วิธีสอนลูกอย่างไรให้เป็นคนมีมารยาท?

แม้ว่าการสอนลูกให้เป็นคนมีมารยาทจะฟังดูเป็นเรื่องยากสำหรับคุณพ่อคุณแม่ แต่จะกลายเป็นเรื่องที่ง่ายขึ้นเยอะหากมีการวางแผนที่ดี และเริ่มที่จะทำตั้งแต่ลูกยังเล็ก ไปดูวิธีอย่างละเอียดที่จะช่วยให้คุณสอนลูกให้เป็นคนมีมารยาทกันค่ะ คุณพ่อคุณแม่อาจเคยเห็นเด็กที่พูดจาสุภาพอ่อนหวาน ค๊ะขา ครับผมตลอดเวลา ชอบช่วยเหลือเพื่อนฝูง ยิ้มหวานอย่างเป็นมิตร จนอยากจะให้ลูกของคุณเป็นเทพธิดานางฟ้าตัวน้อย ๆ แบบนี้บ้างใช่มั้ยคะ ถ้าการสอนลูกให้เป็นคนมีมารยาทฟังดูเป็นเรื่องยากสำหรับคุณ ไปดูวิธีอย่างละเอียดที่จะช่วยให้คุณสอนลูกให้เป็นคนมีมารยาทกันค่ะ เริ่มตั้งแต่ยังเล็ก: เด็กเล็กอายุ 2-5 ปีเป็นช่วงอายุที่เหมาะที่สุดที่คุณพ่อคุณแม่จะสอนลูกให้เป็นคนมีมารยาทนะคะ เพราะเขาจะเลียนแบบทุกสิ่งที่เขาได้ยิน ได้ฟัง และจะทำตามคำขอของคุณทุกอย่าง คุณสามารถสอนมารยาทในการเข้าสังคมขั้นพื้นฐานให้เขาในช่วงเวลานี้ ฝึกให้เขามีมารยาทในเรื่องต่าง ๆ ให้มากเท่าที่เขาจะทำได้ และหลอมละลายให้ติดเป็นนิสัย คุณควรเป็นตัวอย่างที่ดีให้เขาด้วย เพื่อให้เขามองคุณเป็นแบบอย่างที่ดีและทำตามคุณได้ทุกขั้นตอน สอนให้เขาพูดคำดีๆ: การมีมารยาทที่ดีหมายถึงคำพูดที่ดี อย่างเช่น ค่ะ/ครับ นะคะ/นะครับ ขอบคุณค่ะ/ขอบคุณครับ สวัสดีค่ะ/สวัสดีครับ ซึ่งคำเหล่านี้เป็นคำทักทายและเป็นคำพูดทั่วไปที่สามารถใช้ในสังคมได้ สอนให้ลูกคุณพูดคำเหล่านี้ทุกครั้งที่มีโอกาสจนติดปากเขาเองในที่สุด สอนให้เขารู้จักมีความเคารพ: ส่งเสริมให้เขามีความเคารพผู้อื่น ให้เขาปฏิบัติกับผู้อื่นเหมือนอย่างที่เขาอยากให้ผู้อื่นปฏิบัติกับเขา และให้เขาเห็นความสำคัญของการปฏิบัติต่อคนอื่นอย่างใจเย็นและสุภาพ มารยาทบนโต๊ะอาหาร: เมื่อไรก็ตามที่ลูกของคุณโตพอที่จะร่วมทานอาหารบนโต๊ะกับคุณได้ Read More …

“ลูกเป็นคนหัวช้า” ทำอย่างไรจะช่วยลูกให้พัฒนาจนเป็นเลิศได้

การช่วยเด็กหัวช้าหาแนวทางการเรียนรู้ที่เหมาะสมเป็นสิ่งสำคัญ เด็กแต่ละคนก็เรียนรู้ได้ช้าเร็วและมีความถนัดในแต่ละด้านต่างกัน เด็กบางคนอ่านหนังสือได้ดี ในขณะที่บางคนอาจถนัดคิดเลข ซึ่งไม่ได้บ่งบอกว่าเด็กคนหนึ่งฉลาดกว่าเด็กอีกคน เด็กบางคนอาจมีพัฒนาการทางการเรียนรู้ ไม่ว่าจะเป็นทักษะด้านการเคลื่อนไหว ความเข้าใจ และความจำ ช้ากว่าเด็กคนอื่น  ซึ่งเราเรียกเด็กกลุ่มนี้ว่า “เด็กหัวช้า” โดยส่วนตัวแล้ว ฉันไม่ชอบคำนี้เลย ฉันคิดว่าลำพังการเรียกเด็กด้วยคำต่าง ๆ ก็แย่พออยู่แล้ว ไม่ต้องพูดถึงคำว่า “ช้า” ซึ่งเป็นคำที่ลดคุณค่าในตัวเด็กลง และยังไม่นับการบอกเขาว่า เขาไม่เก่งเหมือนเด็กคนอื่น ๆ อีก ทั้งนี้ทั้งนั้น มีเด็กจำนวนหนึ่งที่ต้องการความช่วยเหลือด้านการเรียนมากกว่าเด็กอื่น ๆ เพื่อที่จะทำให้เขาเติบโตและเรียนรู้ได้ทันคนอื่น ๆ เราอาจสรุปว่าเด็กที่ต้องการความช่วยเหลือเหล่านี้เป็นเด็กหัวช้า แต่คุณควรระลึกไว้เสมอว่า ถ้าเราบอกคน ๆ หนึ่งว่าเขาเป็นเช่นนั้นเรื่อย ๆ สักวันเขาก็จะกลายเป็นแบบนั้นจริง ๆ จะรู้ได้อย่างไรว่าลูกหัวช้า? พ่อแม่และคุณครูอาจไม่สามารถรู้ได้ว่าจริง ๆ แล้ว เด็กหัวช้า เป็นเพราะเด็กไม่สามารถตามคนอื่น Read More …

พ่อแม่ควรดูไว้ “ควรให้เงินลูกไปโรงเรียนวันละเท่าไหร่ดี?”

1. ตอนนี้ลูกชาย 5 ขวบกว่า อนุบาล 3 ให้ไปวันละ 10 บาท บางวันก็เหลือมา บางวันก็ไม่ใช้ มีขนมใส่ไปในกระเป๋าบ้าง คุณสาธะ สมา 2. ตอนนี้ลูกชาย 8 ขวบแล้วค่ะได้เงินค่าขนมไปวันละ 40 บาทค่ะ เพราะว่าไปรับส่งเองค่ะ ส่วนขนมกับนมก็มีใส่ในกระเป๋าให้ค่ะ คุณ Wannisa Pokkalap 3. ลูกขึ้นชั้นป.1 เคยให้เงินไปโรงเรียนค่ะ ให้วันละ 20 บาท หมดทุกวันค่ะ บ้างวันไปรับต้องจ่ายเพิ่มค่ะ คุณ Yuparat Utd 4. ตอนนี้ลูกสาว 3 ขวบ Read More …