เทคนิคการสอน “ครูแม่น้อย” นำนักเรียน ป.1 ฝ่าวิกฤตอ่านไม่ออก เขียนไม่ได้

“>การอ่านหนังสือไม่ออก และเขียนไม่ได้ของนักเรียน เป็นปัญหาใหญ่ระดับประเทศ ที่สะท้อนวิกฤตคุณภาพการศึกษา มีการวิเคราะห์สาเหตุและกล่าวโทษกันไปต่าง ๆ นานา บ้างก็ว่าครูไม่ตั้งใจสอน ปล่อยปละละเลยเด็ก บ้างก็ว่าเด็กขาดความสนใจ บ้างก็ว่าพ่อแม่ผู้ปกครองไม่มีเวลาใสใจดูแลลูกหลานให้ทำการบ้านหรืออ่านหนังสือ หรืออื่นอีกมากมาย จนเมื่อต้นปี กระทรวงศึกษาธิการ ได้ประกาศนโยบาย “ปี 2558 เป็นปีปลอดนักเรียนอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้” จึงเป็นหน้าที่ของบุคคลหลายฝ่ายไม่ว่าจะเป็นผู้บริหาร ครู หรือผู้ปกครอง ที่ต้องร่วมมือกันทำให้นโยบายดังกล่าวประสบผลสำเร็จ โดยเฉพาะครูผู้สอนที่จะต้องพลิกโฉมให้นักเรียน ป.1 อ่านออกเขียนได้ เพื่อส่งต่อสู่การเรียนรู้ในระดับที่สูงขึ้น โดยเฉพาะที่โรงเรียนบ้านเขาไคร อ.ควนกาหลง จ.สตูล นักเรียนชั้น ป.1 อ่านออกเขียนได้ 100 % ด้วยฝีมือของ “ครูแม่น้อย” …นางเปรมวดี สุขศรี หรือ “ครูแม่น้อย” Read More …

9 ขั้นตอนปั้นเด็กป.1 ให้อ่านออก-และเขียนได้ (คุณลักษณะของครูป.1)(ทำตามนี้สำเร็จชัวร์!)

เด็กจบ ป.๑ จะอ่านออกเขียนได้ ตามเป้าหมายข้อ ๑ ของซูปเปอร์บอร์ดแห่งนายกรัฐมนตรีนั้น “ทุ่งสักอาศรม” เชื่อว่าสามารถทำให้เป็นไปได้จริง ๑๐๐% ครับ แต่โรงเรียนโดยผู้บริหารสถานศึกษาและครู ป.๑ จะต้องปฏิบัติการ “ประกันผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรม” ดังต่อไปนี้ครับ ๑. ครู ป.๑ ต้องมีคุณลักษณะ ดังนี้ ๑.๑ ครู ป.๑ ต้องมีทักษะอ่านออกเขียนได้ รวมทั้งออกเสียงชัดอักขระ และผันเสียงวรรณยุกต์ถูกต้องเป็นอย่างดี (เคยพบว่าครู ป.๑ บางท่านอ่อนภาษาไทยมากๆ เช่นอ่านไม่คล่อง เขียนตามคำบอก คำ ป.๑ จำนวน ๒๐ คำ ได้ไม่ถึง ๑๐ คำก็มี แม้อาจจะเป็นเพียงครูส่วนหนึ่งที่ไม่ใช่ครูส่วนใหญ่ก็ตาม Read More …

บันได 4 ขั้นการสอนเขียน “เรียงความ”สำหรับเด็กประถมศึกษา!

…การสอนเขียนเรียงความที่ครูหลายคนบ่นว่ายาก หากจับประสบการณ์นำฝึกทักษะมิให้ก้าวกระโดด ก็ไม่ยากเกินกว่าจะฝึกฝนให้เขียนกันได้จริงๆ นะครับ แต่ที่ครูมักพบว่าหลังการสอน “วิธีการเขียนเรียงความ” แล้ว ผู้เรียนมักจะเขียนไม่ได้ หรือเขียนได้ก็ไม่เป็นไปตามความคาดหวังที่พึงประสงค์ นั่นก็เพราะครูพลาดขั้นตอนไปสอน “วิธีเขียน” ก่อนนั่นเอง การที่ผู้เรียนจะเรียงความได้ไม่ใช่จากการรู้วิธีเขียน แต่จะเขียนได้จากความมีทักษะพื้นฐานทีละขั้นตอนต่างหาก ทางเลือกออกจากความล้มเหลวในที่นี้จึงขอให้ครู “หยุดสอนวิธีเขียน” แล้วมาเริ่ม “นำพาผู้เรียนฝึกปฏิบัติไปทีละขั้นพร้อมๆ กับครู” ดังนี้สิครับ ขั้นที่หนึ่ง – ฝึกให้ผู้เรียนเขียนบรรยายสั้นๆ สิ่งต่างๆ ตามที่เห็น ตามที่ได้ยิน ได้กลิ่น ได้ลิ้มรส หรือตามที่สัมผัสรู้สึก ตามที่รับรู้ เพียงสั้นๆ ก่อน กระทั่งชำนาญ จึงค่อยเพิ่มความยาว ขั้นที่สอง – เมื่อฝึกบรรยายได้แล้ว ให้ต่อยอดฝึกเขียนโวหารต่างๆ เริ่มจากอุปมาโวหารง่ายๆ พรรณนาโวหารสั้นๆ Read More …

ครูควรดูไว้!!!เด็กอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้…แก้ง่ายนิดเดียวภายใน 4 เดือน!!!

   วันนี้ได้เข้าไปท่องอินเตอร์เน็ต เจอบทความหนึ่งน่สนใจมาก เป็นการนำเสนอวิธีแก้ปัญหานักเรียนอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ ….แก้ได้ใน ๔ เดือน ของ ผศ.ศิวกานท์ ปทุมสูติ และเห็นว่าจะเป็นประโยชน์ต่อพี่น้องเพื่อนครู ศึกษานิเทศก์ และผู้ที่สนใจทางการศึกษา จึงขอนำเอาบทความดังกล่าวมาเผยแพร่ ครับ และขอขอบคุณเจ้าของบทความเป็นอย่างสูงครับ อีกครั้งหนึ่งที่นำเรืองแก้ปัญหา “เด็กอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้” กลับมาบอกกล่าวและเพิ่มเติมสาระสำคัญของแนวทาง หลักเกณฑ์ วิธีการ และกระบวนการที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการของผู้บริหารโรงเรียน การสอนของครู เครื่องมือที่ใช้ในการสอน และวิธีสอนแบบ “บันไดทักษะ ๔ ขั้น” เรื่องนี้ไม่เกินกำลังความรู้ความสามารถของครูและผู้บริหารโรงเรียนอย่างแน่ นอน ถ้าหากจะทำตามแนวทาง หลักเกณฑ์ วิธีการ และกระบวนการต่อไปนี้ ๑.การทดสอบเพื่อคัดเด็กเข้าสู่โครงการและทดสอบวัดผลเมื่อสิ้นสุดโครงการ ให้ครูทดสอบเด็กด้วยวิธี “เขียนตามคำบอก” จากคำ ๕๐ คำดังต่อไปนี้ คำทดสอบ สำหรับทดสอบนักเรียนเพื่อคัดเข้าโครงการ แก้ปัญหานักเรียน “อ่านไม่ออกเขียนไม่ได้” Read More …

ย้อนอดีตสอนภาษาไทย : แจกลูก-สะกดคำ แก้ปัญหาเด็กอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้

   โดย ดร.ดำรงค์ ชลสุข อาจารย์ประจำคณะศึกษาศาสตร์ ม.กรุงเทพธนบุรี การสอนให้เด็กอ่านออกเขียนได้ มิใช่เพียงแต่เป็นหน้าที่ของครูเท่านั้น พ่อแม่หรือผู้ปกครองยังเป็นอีกบุคคลหนึ่งที่มีความสำคัญในการอ่านออกของเด็ก เพราะใกล้ชิดเด็กมากที่สุดขณะอยู่ที่บ้าน ทั้ง 2 ฝ่ายจึงต้องช่วยกันฝึกฝนให้เด็กได้อ่านหนังสือเป็นประจำทุกวัน บทความนี้ขอกล่าวถึงสภาพทั่วไปการอ่านออกเขียนได้ของเด็กไทย สาเหตุที่เด็กอ่านไม่ออก และวิธีการแก้ปัญหาเด็กอ่านไม่ออกด้วยการแจกลูก-สะกดคำ 1.สภาพทั่วไปการอ่านออกเขียนได้ของเด็กไทย พ.ศ.2551 จากรายงานขององค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) พบว่าเด็กไทยอายุ 15 ปี ร้อยละ 37 มีความสามารถในการอ่านต่ำมาก ซึ่งส่งผลให้การเรียนวิชาอื่นๆ อ่อนด้อยตามไปด้วย และจากคะแนนการสอบ O-NET ปรากฏว่านักเรียนส่วนใหญ่ได้คะแนนต่ำกว่าร้อยละ 50 (คะแนนเต็ม 100 ได้ไม่ถึง 50 คะแนน) ในทุกรายวิชา ส่วนการประเมินผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนภาษาไทยของนักเรียนทุกระดับ ตั้งแต่ปี Read More …