ลูกมีกี่ประเภท ถ้าพ่อแม่อยากให้ลูกดีๆ มาเกิดควรทำอย่างไร?

การมีลูกของครอบครัวหลังแต่งงาน คล้ายกับเป็นโซ่ทองคล้องใจ และเป็นส่วนหนึ่งที่มาเติมเต็มให้กับชีวิตคู่ได้กลายเป็น “ครอบครัว” ที่สมบูรณ์ แต่ใช่ว่าเมื่อมีลูกแล้วจะออกมาดีได้ดั่งใจไปซะทุกคน ลูกมีกี่ประเภท ดีหรือไม่ดีอยู่ที่อะไร ลูกมีกี่ประเภท ดีหรือไม่ดีอยู่ที่อะไร พระพุทธเจ้าตรัสไว้ถึงบุตร 3 ประเภท อันหมายถึงทั้งลูกชาย ลูกหญิง คือ 1.อภิชาตบุตร คือ ลูกที่เกิดมาดีเลิศกว่าพ่อแม่ โดยยกพ่อแม่เป็นมาตรวัด เกิดมาเชิดชูวงศ์สกุล เกิดมาอุดหนุนค้ำจุนพ่อแม่ เป็นลูกที่ประเสริฐ ทำให้พ่อแม่ได้รับความสุขใจยิ่งนัก 2.อนุชาตบุตร คือ ลูกที่เกิดมาเสมอตัว คือ ไม่ดีไม่เลวกว่าพ่อแม่ ดีเสมอกับพ่อแม่ และไม่แย่ไปกว่าวงศ์สกุล ไม่ทำให้พ่อแม่อับอาย ไม่ทำให้วงศ์สกุลเสื่อมโทรม แต่ก็ไม่ได้ดีขึ้นไปกว่าเดิม 3.อวชาตบุตร ลูกประเภทนี้เกิดมาเพื่อทำให้พ่อแม่ทุกข์ใจอยู่ร่ำไป ตกต่ำถึงขีดสุด เกิดมาเป็นคนเลว ต่ำกว่าพ่อแม่ แม้พ่อแม่ประพฤติ3.ตัวดีมีศีลธรรมแต่ลูกก็กลับเป็นคนไม่ดี ไม่สามารถฉุดรั้งให้ดีได้ ทำตัวเป็นปัญหาของครอบครัวและสังคม ลูกเช่นนี้ไม่มีใครอยากได้ดีอยากมี Read More …

20 เรื่องเบสิกที่ “แม่ควรสอนลูกชายตั้งแต่เล็ก”

1.ให้ลูกได้เล่นกีฬา เพราะประโยชน์ของกีฬาจะช่วยสอนให้รู้ลูกผู้ชายมีน้ำใจนักกีฬา รู้จักยอมรับการพ่ายแพ้อย่างสง่างาม และได้รับการชนะอย่างมีเกียรติ การมีกติกาให้ลูกได้ทำตามจะช่วยกล่อมเกลาจิตใจในด้านระเบียบวินัยให้กับลูก ไม่ว่าจะเล่นเป็นทีมหรือการเล่นเดี่ยว การแบ่งเวลา การขอเวลานอก จะทำให้ลูกรู้จักจัดการและหาวิธีแก้ไขปัญหาได้ด้วยตนเองเมื่อต้องพบกับอุปสรรค 2.สอนให้ลูกชายรู้จักเก็บเงินเป็นตั้งแต่เล็ก เพราะในอนาคตหน้าที่ของการเขาคือการเป็นหัวหน้าครอบครัวที่จะต้องดูแลเรื่องค่าใช้จ่ายหลัก 3.สอนให้ลูกชายรู้จักทำงานบ้านต่าง ๆ ให้เป็น รู้จักวิธีล้างจาน ทำอาหาร ซักผ้า รีดผ้า ดูดฝุ่น กวาดบ้าน ถูบ้าน ไม่ต่างจากลูกผู้หญิง 4.สอนลูกชายเวลาฉี่ให้ระวัง ถึงจะเป็นห้องน้ำส่วนตัวหรือห้องน้ำสาธารณะ ไม่ทำให้เลอะเทอะ ไม่ทำให้คนอื่นที่มาใช้ห้องน้ำต่อต้องลำบากมาทำความสะอาดส่วนที่ทำเลอะเทอะเอาไว้ 5.สอนลูกชายอย่าเป็นคนเริ่มทำร้ายผู้อื่น อย่ารังแกคนที่ไม่มีทางสู้หรือด้อยกว่า ถ้ามีใครมาแกล้งหรือทำร้ายให้รู้จักหาทางป้องกันตัวเอง 6.สอนให้ลูกรู้จักเข้มแข็งและอ่อนโยนในคราวเดียวกัน 7.สอนให้ลูกมีความกล้าและความมั่นใจ 8.สอนให้ลูกตั้งใจในการเรียน เพราะความรู้เป็นสิ่งที่จะอยู่ติดตัวลูกไปตลอด 9.สอนลูกรู้จักใช้คำพูดสุภาพให้ติดปาก และมีสัมมาคาระต่อผู้ที่อายุมากกว่า 10.สอนลูกให้รู้จักเป็นผู้นำที่ดี แต่ก็จงคล้อยตามความคิดดี ๆ ของผู้อื่นได้ด้วยเช่นกัน 11.ฝึกให้ลูกเป็นแบบอย่างที่ดี Read More …

พ่อแม่ที่ดี ต้องปกป้องลูกชายจาก 5 เรื่องนี้

โลกปัจจุบันไม่ใช่โลกที่คุณพ่อคุณเเม่จะปล่อยลูกๆ ออกไปวิ่งเล่นอย่างอิสระเสรีได้อีกเเล้วนะคะ ไม่ว่าลูกจะเป็นผู้ชายก็ตาม พ่อแม่ที่ดี ต้องปกป้องลูกชายจาก 5 เรื่องนี้ เพราะมันสุ่มเสี่ยงหลายอย่างต่อลูกของเรา 1.นอนค้างบ้านเพื่อน เรื่องน่าสนุกของเด็กๆ คือการนอนค้างบ้านเพื่อนค่ะ หลายครั้งที่การนอนค้างเกิดเรื่องดีๆ เเต่อย่างไรก็ตามสามารถเกิดเรื่องที่เป็นอันตรายต่อลูกได้ เช่น พ่อแม่ส่วนใหญ่จะเข้านอนเเละปล่อยให้เด็กๆ อยู่ตามลำพัง ซึ่งนั่นเป็นช่องโหว่ให้เด็กๆ เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องที่สุ่มเสี่ยงได้ เเม้บางครั้งเด็กๆ จะเล่นเกินเลยไปบ้าง เเต่ก็ไม่ใช่ทุกครั้งที่มันจะปลอดภัย เด็กๆ อาจจะขาดความมั่นใจ ถูกจับ หรือเป็นอันตรายต่อร่างกายได้ค่ะ ไม่เพียงเเค่การปล่อยลูกไปค้างบ้านเพื่อนอาจจะทำให้ลูกเกิดความกดดันเท่านั้น เเต่ยังเสี่ยงต่อการล่วงละเมิดทั้งทางเพศ ทางวาจา ทางจิตใจ หรือดูถูกเหยียดหยาม คุณพ่อคุณเเม่ไม่มีทางรู้ได้เลยว่า บ้านพ่อแม่ของเพื่อนลูกนั้นมีใครเข้าออกในบ้านบ้าง อาจจะเป็นตัวของพ่อแม่เพื่อนเอง ญาติๆ ลูกหลานในบ้าน สิ่งที่คุณพ่อคุณเเม่ทำได้เพื่อการป้องกันคือการอนุญาติในลูกไปเล่นในช่วงกลางวันได้ เเต่จำเป็นจะต้องกลับมานอนที่บ้านค่ะ 2.กีดกันทางเพศ การบอกลูกว่า “เป็นลูกผู้ชายหน่อยสิ” Read More …

ผลวิจัยชี้!!!ลูกชายกับลูกสาวควรเลี้ยงให้เหมือนกัน แนะเปลี่ยนความคิด! เลี้ยงลูกชายต้องสอนให้อดทน เลี้ยงลูกสาวให้อ่อนโยน!

จากผลงานวิจัยพบว่า เมื่อคุณมีลูกชาย คุณไม่จำเป็นต้องเลี้ยงเขาให้แข็งแกร่งเสมอไป อย่าไปคิดว่าเด็กผู้ชายต้องอึด ต้องอดทน แต่กับลูกสาวคุณเลือกที่จะทะนุถนอม อ่อนโยน ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง เพราะไม่ว่าจะเป็น ลูกชาย หรือลูกสาว คุณควรเลี้ยงในมาตรฐานเดียวกันจะทำให้เด็กได้ดีกว่า ถ้าเลี้ยงต่างกันจะส่งผลเสียต่อพัฒนาการและทำให้เด็กเกเรได้.. คุณไม่จำเป็นต้องเลี้ยงลูกชายแบบหักดิบ ถ้าลูกร้องไห้คุณสามารถปลอบโยน หรือกอดไว้ได้ เพราะถ้าคุณไม่สนใจปล่อยให้ร้องไห้ด้วยการไม่มีเหตุผลอาจส่งผลเสียโดยที่คุณคาดไม่ถึง เพราะการเลี้ยงลูกด้วยความแตกต่างของเพศจะทำให้เด็กเกิดความเครียด ส่งผลให้พัฒนาการของเด็กไปในทางที่ไม่ดี ในทางกายภาพแล้วเด็กผู้ชายจะพูด เดิน และพัฒนาทางร่างกายช้ากว่าเด็กผู้หญิงอยู่แล้ว ถ้าโดนกระตุ้นด้วยการเลี้ยงแบบผิด ๆ จะยิ่งทำให้เด็กเครียดเกิดความรู้สึกสับสน พัฒนาการก็ช้าลง ดูง่าย ๆ จากการที่เด็กชายหญิงอายุ 6 เดือนการตอบสนองและพัฒนาการจะต่างกัน เด็กหญิงจะตอบสนองได้เร็วกว่า   คุณพ่อคุณแม่ หรือ บ้านไหนที่มีทั้งลูกชายและลูกสาว ควรเปลี่ยนความคิด และวิธีการเลี้ยงลูกดังนี้ 1. เด็กผู้ชายไม่จำเป็นจะต้องได้รับความรัก ความอ่อนโยน น้อยกว่าเด็กผู้หญิง Read More …