ครูและผู้ปกครองอ่านด่วน!ควรให้เด็กอายุเท่าไหร่ถึงจะใช้ มือถือ, แท็บเล็ต ได้ ? อ่านข้อแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญเรื่องเด็ก!

จากที่เคยไปบรรยายให้ผู้ปกครองหลายท่านได้ฟังเรื่องข้อแนะนำการใช้ Social Media และอุปกรณ์ไอทีสำหรับเด็กยุคนี้ คำถามยอดฮิตของหลายๆ ท่านคือ “แล้วตกลง เด็กต้องอายุแค่ไหนถึงจะเริ่มให้ใช้ iPhone, iPad ได้คะ ?” เชื่อว่าหลายท่านน่าจะเคยอ่านผลกระทบหรือข้อเสียของการให้บุตรหลานเล่น Social Media หรืออุปกรณ์ไฮเทคหลายอย่างก่อนวัยอันควรไปแล้วบ้าง (อ่านเพิ่ม : นักจิตวิทยาเผย การให้เด็กเล็กเล่น iPad ถือเป็นการ “ทำร้ายเด็ก” โดยตรง) วันนี้เลยอยากขอแชร์เรื่องการให้เด็กใช้สมาร์ทโฟนหรือแทบเล็ต ว่ากลุ่มผู้เชี่ยวชาญเรื่องเด็กเขามีความเห็นกันอย่างไรบ้างครับ ไม่ควรให้เด็กอายุต่ำกว่า 2 ปีใช้งาน IPHONE, IPAD “เลย”  ข้อแนะนำจากสถาบันกุมารเวชศาสตร์แห่งอเมริกา (The American Academy of Pediatrics) ระบุว่า เด็กที่อายุต่ำกว่า 2 ขวบ Read More …

แพทย์ญี่ปุ่นเตือน ให้ลูกเล่นมือถือ ส่งผลเสียในทุกด้าน!

แพทย์ญี่ปุ่นเตือน ให้ลูกเล่นมือถือ ส่งผลเสียทุกด้านกระเเสการใช้งานเครื่องมือสื่อสารออนไลน์ ส่งผลกระทบไปทั่วโลกนะคะล่าสุด แพทย์ญี่ปุ่นเตือน ให้ลูกเล่นมือถือ ส่งผลเสียทุกด้านมือถือ เป็นอันตรายต่อเด็กสมาคมกุมารแพทย์แห่งญี่ปุ่นออกโปสเตอร์เตือนอันตรายของการใช้โทรศัพท์สมาร์ทโฟน ซึ่งผลกระทบด้านลบต่อเด็กทั้งสุขภาพกาย, การเรียน และพัฒนาการด้านต่างๆภาพโปสเตอร์เตือนถึงอันตรายของการใช้สมาร์ทโฟนจะถูกจัดส่งไปยังสถานพยาบาล 170,000 แห่งทั่วประเทศญี่ปุ่น โดยเป็นการตั้งคำถามว่า “เราจะสูญเสียอะไรไปบ้าง เมื่อใช้เวลากับสมาร์ทโฟน?” เพื่อเตือนให้ผู้ปกครองใส่ใจถึงผลกระทบต่อสมาร์ทโฟนที่มีต่อเด็ก 6 ผลกระทบ จากการใช้สมาร์ทโฟนมากเกินไปทำให้นอนหลับไม่เพียงพอผลการเรียนย่ำแย่ลง สมรรถภาพทางกายลดลงสายตาแย่ลง พัฒนาการทางสมองช้าลงความสามารถในการสื่อสารลดลงผลกระทบต่อการต้องมองจอโทรศัพท์ทำให้สายตาเสีย, นอนหลับไม่เพียงพอ และขาดการออกกำลังกายจนสุขภาพถดถอยลงนั้นเป็นเรื่องที่ทราบกันดี แต่ผลกระทบต่อสมองและการเรียนก็ได้รับการพิสูจน์โดยผลการสำรวจแล้วมือถือยิ่งเล็ก ผลกระทบยิ่งมากข้อมูลจากกระทรวงศึกษาธิการ วัฒนธรรม กีฬา วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของญี่ปุ่น พบว่า ตั้งแต่ปี 2014 นักเรียนชั้นประถมและมัธยมที่ใช้เวลากับโทรศัพท์มากจะยิ่งมีผลการเรียนถดถอยลง นอกจากนี้ การจ้องมองจอภาพเป็นเวลานานยังมีส่วนทำลายสมองและทำให้ประสิทธิภาพเรื่องความจำถดถอยอีกด้วย ผลการวิจัยเคยพบว่า โทรทัศน์ส่งผลลบต่อพัฒนาการของเด็ก เพราะเป็นการสื่อสารทางเดียว ทำให้เด็กขาดพัฒนาการการด้านการสื่อสารและความคิดสร้างสรรค์ แต่สมาร์ทโฟนซึ่งมีจอขนาดเล็กจะยิ่งมีผลเสียมากกว่าผู้ปกครองควรจำกัดเวลาการดูโทรทัศน์ Read More …

รัฐบาลญี่ปุ่นกังวล เด็กอนุบาลยังติดสมาร์ทโฟน!

รัฐบาลญี่ปุ่นกังวลต่อผลสำรวจที่พบว่า จำนวนเด็กที่ใช้โทรศัพท์สมาร์ทโฟนรวมทั้งคอมพิวเตอร์แท็บเล็ตเพิ่มมากขึ้น โดยเด็กบางคนใช้อินเตอร์เน็ตตั้งแต่อายุไม่ถึง 1 ขวบ ผลการสำรวจของกระทรวงมหาดไทยและการสื่อสารของญี่ปุ่น พบว่าเด็กญี่ปุ่น 1ใน10คนได้สัมผัสกับอุปกรณ์อิเลคทรอนิกส์ อย่างโทรศัพท์สมาร์ทโฟนและคอมพิวเตอร์แท็บเล็ต ตั้งแต่อายุไม่ถึง 1 ขวบ ซึ่งผู้เชี่ยวชาญระบุว่าส่งผลเสียอย่างมากต่อพัฒนาการของเด็ก ผลการสำรวจจากผู้ปกครองชาวญี่ปุ่น 1,350 คน พบว่าเด็กวัย 1 ขวบ 17% ใช้อุปกรณ์ที่เชื่อมต่อกับอินเตอร์เน็ต และเมื่อถึงอายุ 2 ขวบ อัตราการใช้อินเตอร์เน็ตของเด็กก็เพิ่มขึ้นถึง 31% โดยผู้ปกครองกว่า 70% ระบุว่าได้ให้ลูกหลานใช้อุปกรณ์ดังกล่าวเพื่อเล่นในยามว่าง และดูคลิปวีดีโอ โดยไม่คิดว่าจะมีผลเสียต่อพัฒนาการของเด็ก ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่า เด็กก่อนวัยเรียน หรือก่อนอายุ 6 ขวบไม่ควรใช้อินเตอร์เน็ต โดยเฉพาะจากโทรศัพท์สมาร์ทโฟนรวมทั้งคอมพิวเตอร์แท็บเล็ต เนื่องจากเป็นการสื่อสารทางเดียว ทำให้เด็กไม่มีปฏิสัมพันธ์กับผู้คนรอบข้าง นอกจากนี้เด็กยังอาจได้รับผลกระทบจากรังสีของเครื่องมืออิเล็คทรอนิกส์ด้วย Read More …

เช็กสัญญาน 6 พฤติกรรม “ลูกติดโทรศัพท์”

การปล่อยให้ลูกเล่นมือถือและทิ้งลูกอยู่กับหน้าจอเพียงลำพังนานเกินวันละหลายชั่วโมง อาจส่งผลให้เด็กจดจ่อกับเรื่องราวที่ผ่านตาเร็วเกินไป และไม่ยอมละสายตาเพื่อสนใจกับสิ่งรอบตัวอื่นรอบข้าง ด้วยการเคลื่อนไหวในสื่อต่าง ๆ บนหน้าจอมือถือหรือแท็ปเล็ตที่เปลี่ยนแปลงและมีความรวดเร็ว จะทำให้เกิดปัญหาการใช้สมองในส่วนความทรงจำลดลง และหากปล่อยให้ลูกเล่นเช่นนี้เป็นประจำทุกวันจะสะสมให้เด็กเกิดอาการ “สมาธิสั้น” ได้ เช็กสัญญานพฤติกรรม “ลูกติดโทรศัพท์” 1.แอบเล่นมือถือ ด้วยการหาที่เล่นโดยไม่ให้พ่อแม่เห็น เช่น ในห้องนอน 2.ใช้เวลาเล่นมือถือนานขึ้น และเกิดอารมณ์หงุดหงิดเมื่อถูกพ่อแม่ต่อว่า ห้ามไม่ให้เล่น หรือถูกสอดส่องพฤติกรรมจากการเล่นสมาร์ทโฟน 3.ตั้งหน้าตั้งตารอเวลาที่จะได้เล่นมือถือ หรือขอเล่นมือถือจากพ่อแม่บ่อย ๆ 4.มีการแสดงอารมณ์ ก้าวร้าว อารมณ์เสียง่าย หงุดหงิด หดหู่ เมื่อไม่ได้เล่น และจะหายทันทีเมื่อพ่อแม่ยอมให้ลูกได้เล่น 5.ไม่สนใจสิ่งอื่น ๆ หรือกิจกรรมรอบตัว เพราะมัวแต่เล่นมือถือ หรือขาดสมาธิระหว่างทำการบ้าน เพราะชอบเปิดสมาร์ทโฟนควบคู่ระหว่างทำการบ้าน 6.มีอาการตื่นสายและรู้สึกอ่อนเพลียในตอนเช้า สาเหตุด้านพฤตกรรมเหล่านี้อาจมีส่วนทำให้เด็กมีแนวโน้มที่จะสมาธิสั้น และนอกจากนี้การที่เด็กติดมือถือหรือติดเกม ก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เด็กมีปัญหาการสื่อสารกับผู้อื่นได้ Read More …