สเต็มศึกษา (STEM Aducation) คำใหม่ที่ครูคณิตศาสตร์/วิทยาศาสตร์ควรรู้จัก

สะเต็มศึกษา(Science Technology Engineering and Mathematics Education:STEM Education) คือ แนวทางการจัดการศึกษาให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้และสามารถบูรณาการความรู้ทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี กระบวนการทางวิศวกรรม และคณิตศาสตร์ ไปใช้ในการเชื่อมโยงและแก้ปัญหา ในชีวิตจริง รวมทั้งการพัฒนากระบวนการหรือผลผลิตใหม่ควบคู่ไปกับการพัฒนาทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 ดังนั้น สะเต็มศึกษาจึงไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่เป็นการต่อยอดหลักสูตรโดยบูรณาการการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี กระบวนการทางวิศวกรรมศาสตร์ และคณิตศาสตร์ เพื่อนำไปใช้แก้ปัญหาในชีวิตจริง และการประกอบอาชีพในอนาคต สะเต็มศึกษาจึงส่งเสริมการเรียนรู้ผ่านกิจกรรมหรือโครงงานที่มุ่งแก้ปัญหาที่พบเห็นในชีวิตจริง เพื่อสร้างเสริมประสบการณ์ ทักษะชีวิต ความคิดสร้างสรรค์ นำไปสู่การสร้างนวัตกรรม ผู้เรียนที่มีประสบการณ์ในการทำกิจกรรมหรือโครงงานสะเต็มจะมีความพร้อมที่จะไปปฏิบัติงานที่ต้องใช้องค์ความรู้ และทักษะด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และเทคโนโลยีในภาคการผลิต และการบริการที่สำคัญต่ออนาคตของประเทศ เช่น การเกษตร อุตสาหกรรม การพลังงาน การจัดการสิ่งแวดล้อม การบริการสุขภาพ ลอจิสติกส์ อนึ่ง การทำกิจกรรมหรือโครงงานสะเต็มไม่ได้จำกัดอยู่ในกลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ Read More …

การนํามาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๐) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ไปสูู่การปฏิบัติ ข้อมูลล่าสุด ๓๐ มีนาคม ๒๕๖๑ (สำหรับโรงเรียนในสังกัด สพป.)

การนํามาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๐) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ไปสูู่การปฏิบัติ ข้อมูลล่าสุด ๓๐ มีนาคม ๒๕๖๑ (สำหรับโรงเรียนในสังกัด สพม.) มีรายละเอียดดังนี้ครับ   การนํามาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๐) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ไปสูู่การปฏิบัติ การนํามาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๐) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ไปสูู่การปฏิบัติ การนํามาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ Read More …

การเปรียบเทียบเนื้อหาวิทยาศาสตร์ ป.1 – ม.3 ตามหลักสูตรปรับปรุง พ.ศ. 2560 เทียบกับหลักสูตรฯ 2551

เพิ่งเสร็จสดๆร้อนๆ กับการเปรียบเทียบเนื้อหาวิทยาศาสตร์ ป.1 – ม.3 ตามหลักสูตรปรับปรุง พ.ศ. 2560 เทียบกับหลักสูตรฯ 2551 ค่ะ หวังว่าจะเป็นประโยชน์กับคุณครูและผู้เกี่ยวข้องนะคะ แล้วติดตามเอกสารหรือวิดีโอของสาขาวิทยาศาสตร์ภาคบังคับที่จะทยอยปล่อยมาเพื่อคุณครูกันนะคะ สำหรับ link เอกสารทั่วไป โหลดได้ที่ https://goo.gl/SYeHT7 (iOS เปิดด้วยแอพพลิเคชั่น Page ได้เลย ส่วน androi / computor / tablet เปิดด้วย program word document ค่ะ แต่อาจต้องปรับขนาดตัวอักษรให้พอเหมาะเอง) สำหรับ link ePUB โหลดที่ https://goo.gl/wDS68N *** ☀️☀️เครื่อง iOS เปิดด้วยแอพพลิเคชั่น Read More …

วิทยาศาสตร์น่ารู้!!! 10 อย่างในร่างกายของเราที่สืบทอดผ่านยีนของพ่อแม่ได้

สิ่งที่เราทราบกันดีเกี่ยวกับการถ่ายทอดทางพันธุกรรมจากพ่อแม่สู่ลูก นั่นก็คือลักษณะทางกายภาพภายนอก ที่เด่นชัดที่สุดก็เป็นเรื่องของหน้าตา รูปร่าง บุคลิกบางอย่าง ซึ่งแน่นอนว่ามันไม่ใช่แค่นั้น แต่ยังมีอีกหลายสิ่งอย่าง ที่พ่อแม่ของคุณ ถ่ายทอดให้คุณมาโดยที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อน 1. ระดับคอเลสเตอรอลสูง   หลายคนเชื่อว่าระดับคอเลเตอรอลในร่างกายสัมพันธ์กับสิ่งที่คุณกิน แต่นั่นเป็นเพียงแค่ปัจจัยส่วนหนึ่งเท่านั้น เพราะบางครั้งระดับคอเลสเตอรอลในร่างกาย ไม่ได้ขึ้นอยู่กับวิถีชีวิตของเรา แต่มันอยู่ในยีน โดยมีคน 1 ในทุกๆ 500 คน จะมียีนกลายพันธุ์พิเศษ ที่นำไปสู่การสะสมของคอเรสเตอรอลในเลือด ซึ่งพวกเขาเหล่านี้จะมีระดับคอเลสเตอรอลในร่างกายที่สูง ถึงแม้ว่าจะกินแต่ผักก็ตาม 2. รูปแบบของหัวล้าน มาจากแม่   หนึ่งในยีนที่มีบทบาทเกี่ยวกับหัวล้านอยู่ในโครโมโซม X ซึ่งผู้ชายจะได้รับมรดกตกทอดนี้มาจากแม่ของพวกเขา (ผู้หญิงจะเป็นพาหะของยีน แต่ไม่แสดงออกในเพศหญิง) แต่อย่าเพิ่งไปตำหนิแม่ของคุณเรื่องอาการผมบาง เพราะยังมียีนอื่นๆ ที่มีบทบาทเกี่ยวกับหัวล้าน ที่มีโอกาสสืบทอดมาจากพ่ออีกด้วย รวมไปถึงปัจจัยแวดล้อมอื่นๆ Read More …

นักวิทยาศาสตร์เผย หากเรา “นอนหลับมากเกินไป” จะเกิดอะไรขึ้นกับร่างกายของเราบ้าง?

ว่ากันว่ากันพักผ่อนที่ดีที่สุดคือการนอนหลับ ซึ่งก็อาจจะจริงตามนั้นเพราะว่าอวัยวะทุกส่วนในร่างกายจะทำงานน้อยลงอีกทั้งเป็นช่วงเวลาที่เรายังได้พักความคิดต่างๆ ได้เป็นอย่างดีอีกด้วย แต่รู้หรือไม่ว่าถึงการนอนหลับจะมีประโยชน์ขนาดไหนแต่ถ้านอนเยอะเกินไปก็มีผลเสียต่อร่างกายเช่นกันนะ ซึ่งปกติแล้วสำหรับวัยผู้ใหญ่ควรนอนวันละ 7-9 ชั่วโมงและถ้าหากนอนน้อยเกินไปก็อาจจะทำให้ร่างกายเกิดอ่อนเพลียได้ แต่เพื่อนๆ รู้หรือไม่ว่าการนอนเยอะเกินไปก็ส่งผลเสียต่อสุขภาพของเราได้เหมือนกันนะ ซึ่งผลเสียที่ว่านี้จะร้ายแรงขนาดไหนลองไปดูกันเลยดีกว่า   1. คุณมีโอกาสเสี่ยงที่จะเป็นโรคหัวใจมากขึ้น   การนอนหลับมากกว่าวันละ 9-10 ชั่วโมงนั้นสามารถทำให้มีโอกาสเสี่ยงที่จะเป็นโรคหัวใจและโรคเกี่ยวกับหลอดเลือดมากกว่าคนที่นอนปกติกว่า 38% เลยทีเดียว ซึ่งนับว่าเป็นตัวเลขที่สูงมาก นอกจากนี้การนอนเยอะอาจทำให้เกิดอาการเจ็บหน้าอกจากหัวใจขาดเลือดมากกว่าคนปกติมากถึง 2 เท่า   2. มักจะนอนหลับไม่สนิทนัก   มีทฤษฎีหนึ่งได้บอกไว้ว่าเวลานอนของเราถูกขัดจังหวะ ซึ่งอาจจะเป็นเพราะโรคหยุดหายใจขณะนอนหลับ หรืออาจจะเป็นเพราะบรรยากาศในการนอนไม่เหมาะสมเช่นมีแสงสว่างเกินไป หรือว่ามีเสียงรบกวนซึ่งภาวะหลับไม่สนิทอย่างนี้เป็นสิ่งที่ไม่ดีต่อสุขภาพในระยะยาวเลยล่ะ   3. คุณจะอ้วนได้ง่ายขึ้น   การใช้เวลามากกว่า 9-10 ชั่วโมงบนเตียงนอนทำให้ร่างกายของเราไม่ได้เคลื่อนไหวใดๆ เลย นั่นจึงทำให้ร่างกายไม่เกิดการเผาผลาญแคลอรี่เหมือนกับตอนที่เราตื่น Read More …