“ทุกข์ในวัยเด็ก” มีผลต่อ “รักในวัยโต” อย่างไรบ้าง (ถ้าคุณไม่อ่านบทความนี้ความทุกข์จะติดตัวคุณไปจนวันตาย)

เอ็กฮาร์ต โทลเล่ แจกแจงอิทธิพลของ “ตัวทุกข์” เอาไว้ในหนังสือ A New Earth ในหลายแง่มุม ขอหยิบแง่มุมของความรักมาฝากกันครับ อารมณ์ลบที่เกิดขึ้นในชีวิตจะไม่สลายไปโดยสมบูรณ์ แต่จะทิ้งริ้วรอยความทุกข์ไว้เบื้องหลัง บางคนอาจพยายามหลีกเลี่ยง ไม่รับรู้ถึงมัน แต่ทุกข์นั้นจะยังกรุ่นอยู่ในใจรอวันทำปฏิกิริยากับบางสิ่งแล้วจะแสดงตัวออกมาให้เห็น ตัวทุกข์นั้นต้องการอาหารเป็นระยะ ประสบการณ์ที่เป็นทุกข์ทางอารมณ์ทั้งหลายเป็นอาหารของตัวทุกข์ พอเจอประสบการณ์ที่ไม่ถูกใจ เราจะมองมันด้วยความคิดแง่ลบ สิ่งเหล่านี้ช่วยยืนยันว่า ถูกต้องแล้วที่เราจะเป็นทุกข์ บางครั้งเราเลือกที่จะเป็นทุกข์ เพราะความทุกข์นั้นเสริมอัตตาของเรา ความทุกข์ทำให้เราเป็นฝ่ายถูกต้อง น่าเห็นใจ ได้รับความสงสาร (สิ่งนี้อาจเกิดขึ้นตั้งแต่ในวัยเด็ก) เมื่อเป็นเช่นนี้บ่อยเข้า เราอาจค่อยๆ กลายเป็นคนเสพติดความทุกข์ไปเลย เมื่อเกิดเหตุการณ์หนึ่งขึ้น เราไม่ได้มองมันด้วยสายตาบริสุทธิ์ แต่เรามองมันด้วยสายตาของอดีต ใช้ประสบการณ์ในอดีตมาตัดสิน ยิ่งสะสมอดีตที่เลวร้ายไว้มาก เราก็ยิ่งสร้างความคิดลบให้เกิดขึ้นได้ง่าย เหตุการณ์นั้นอาจจะแค่เล็กน้อย เป็นเราเองที่ขยายขนาดมันให้ใหญ่โตเกินจริง นี่คือกระบวนการบิดเบือนความทุกข์ โดยใช้อดีตของตัวเอง Read More …

“ฉลาดเลือก” ฉลาดใช้รูปแบบการเรียนการสอน คือหัวใจวิชาครูแห่งศตวรรษที่ 21

มีวิธีสอนอยู่ 2 แบบ เพื่อให้คุณครูเลือกใช้ “ตามวัตถุประสงค์”ของการเรียนการสอนแห่งศตวรรษที่ 21 ครับ นั่นคือ 1.การฝึกอบรมทั่วๆไปแบบเดิม หรือ conventional training. 2.การเรียนรู้จากประสบการณ์ experiential learning >>>คุณครูผู้ฉลาดในอาชีพของตน จะ “เลือกเอามาประยุกต์ใช้ Select the application” ให้เหมาะกับวัตถุประสงค์ของการเรียนการสอน Objective.. และได้คุณภาพของผู้เรียนตรงกับตัวชี้วัด Indicator ทุกประการ<<< เมื่อเลือกรูปแบบการเรียนการสอนได้แล้ว ต้องนำมาออกแบบการสอน Instructional Design และ ทำแผนการเรียน Learning Plan ด้วยทุกครั้งไป ***การเลือกวิธีสอน “อยู่ที่วิจารณญาณของคุณครู”ว่า วิธีการสอนนั้นๆ เหมาะสมกับเนื้อหา สิ่งแวดล้อมแห่งการเรียนรู้ และสถานการณ์ Appropriate to Read More …

กฏเหล็ก 17ข้อ ในการดูแลเด็กก้าวร้าวเพื่อให้เกิดพฤิกรรมเชิงบวกอย่างได้ผล

เด็กก้าวร้าว วัยเด็กเป็นวัยแห่งการเรียนรู้ เด็กๆ จะเรียนรู้จากการมีปฏิสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อมใกล้ตัวก่อน โดยเฉพาะครอบครัวซึ่งถือว่าเป็นสิ่งแวดล้อมแรกของชีวิต เป็นจุดเริ่มต้นของพฤติกรรมทุกพฤติกรรม ตั้งแต่ความนุ่มนวลอ่อนโยน จนถึงความก้าวร้าว ในปัจจุบันนี้มีเด็กๆ เป็นจำนวนมากที่หลายคนมองว่าเขาเป็นเด็กก้าวร้าว เพราะเห็นภาพเด็กแสดงความรู้สึกที่รุนแรงเมื่อไม่ได้ดังใจ เด็กที่ควบคุมตัวเองไม่ได้จะแสดงพฤติกรรมที่ขาดการยับยั้ง ไม่รู้ถึงผลที่ตามมา ซึ่งเกิดจากหลายสาเหตุเช่น ขาดแบบอย่างที่ดีให้ทำตาม ไม่ได้รับการช่วยเหลือชี้แนะแนวทางการแสดงออกที่เหมาะสม มีความเจ็บป่วยทางร่างกายหรือสมอง ซึ่งการดูแลช่วยเหลือเด็กก้าวร้าวนั้นสามารถทำได้ดังนี้ กฎฏเหล็ก 17ข้อ ในการดูแลเด็กก้าวร้าวเพื่อให้เกิดพฤิกรรมเชิงบวกอย่างได้ผล 1. วางแผนการช่วยเหลือเด็กแต่ละคนให้เหมาะสมกับวัยของเด็ก 2. ตรวจสอบดูว่าเป็นพฤติกรรมก้าวร้าวจริงหรือไม่ เด็กบางคนที่บ้านของเด็กหยาบคาย ก้าวร้าวเป็น กิจวัตร ภาพปกติของเด็กคนนั้นจึงหยาบคายก้าวร้าว 3. ผู้ดูแลพูดบอก สอนให้เด็กแสดงพฤติกรรมที่เหมาะสม เสนอทางเลือกให้เด็ก เช่น “หนูต้องขอ ก่อนแล้วรออีกหน่อยนะ” “ตีไม่ได้ ยืนนิ่งๆก่อน” “ของนี้มีไว้เล่นแบบนี้ ขว้างไม่ได้” Read More …

ฮาร์วาร์ดเผย 6 วิธีเลี้ยงลูกให้เป็นเด็กดี ไม่ก้าวร้าวต่อสังคม เข้าสังคมได้ดี!

1. สอนให้รู้จักที่จะควบคุมอารมณ์ ความโกรธ ความเศร้า หรือแม้แต่ความผิดหวัง ล้วนเป็นอารมณ์ที่ส่งผลกระทบต่อจิตใจไม่ใช่แค่สำหรับผู้ใหญ่เท่านั้น แต่ยังเกิดขึ้นกับเด็กเช่นเดียวกัน สิ่งสำคัญคือพ่อแม่ควรสอนให้ลูกจัดการกับอารมณ์แง่ลบให้ได้ เมื่อไหร่ที่เขาโมโห ผู้เชี่ยวชาญบอกว่า ให้ใช้ช่วงเวลาที่ลูกเริ่มรู้สึกใจเย็นขึ้นมาบ้าง ให้ข้าไปพูดคุย และสอนใช้เทคนิคการหายใจเข้าทางจมูก หายใจออกทางปาก พร้อมกับพยายามนับ 1-5 เพราะเมื่อไหร่ก็ตามที่คนเราเกิดความรู้สึกโมโห เลือดในร่างกายจะสูบฉีดอย่างแรง และหัวใจจะเต้นรัวมากกว่าปกติ ดังนั้นการกำหนดลมหายใจ เปรียบได้เหมือนเครื่องมือที่ใช้จัดการกับอารมณ์ร้ายได้เป็นอย่างดี   2. พูดคุยกับลูก ให้รู้จักมีความรับผิดชอบต่อสิ่งที่ตัวเองกระทำ พ่อและแม่ คือต้นแบบที่ลูกจะเรียนรู้ และเอาอย่าง สิ่งสำคัญที่สุดคือการสอนให้พวกเขามีความรับผิดชอบ ต่ออะไรก็ตามที่ได้กระทำลงไป อย่างเช่น กินขนมเสร็จก็ต้องนำไปทิ้งให้เป็นที่เป็นทาง ผู้เชี่ยวชาญเผยว่า ให้พ่อแม่พยายามอธิบายกับลูกๆอย่างใจเย็นว่า อะไรคือความรับผิดชอบ และมันส่งผลอย่างไรบ้างระหว่างตัวของลูกเอง และสังคมรอบข้าง แต่สิ่งสำคัญที่สุดก็คือ ตัวของพ่อแม่เอง ที่นอกจากจะสอนลูกแล้ว Read More …

แพทย์ชี้เลี้ยงลูกแบบ(เทวดา) ทั้งไอคิวต่ำและขาดพัฒนาการทางด้านสังคม!

ผลวิจัยจากแพทย์หญิง จันทร์เพ็ญ ชูประภาวรรณ นายกสมาคมนักวิจัยไทยเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว กล่าวว่า “เด็กไอคิวสูงไม่ได้หมายถึงเรียน เก่ง แต่หมายถึงรู้จักใช้ชีวิต คิดสร้างสรรค์ ทำงานเป็น พึ่งพาตัวเองได้ และเป็นที่พึ่งให้ผู้อื่น” อย่า เลี้ยงลูกแบบเทวดา ทำให้ไอคิวต่ำ เด็กไอคิวต่ำ คือเด็กที่มีอายุสมองต่ำกว่าอายุจริง เช่น เด็ก 10 ขวบ ควรมีสมองอายุ 10 ขวบ แต่เด็กไทยมีอายุสมองเพียง 8 ขวบโดยเฉลี่ย สาเหตุที่ทำให้เด็กไอคิวต่ำตั้งแต่ขวบปีแรกมาจากสิ่งแวดล้อม พ่อแม่ โรงเรียน ที่ไม่เอื้อต่อพัฒนาการของเด็ก จึงทำให้ถดถอย ถ้าพ่อแม่เลี้ยงลูกแบบตามมีตามเกิด ไม่ใส่ใจมากพอ ใส่สิ่งที่ไม่ดีให้กับลูก หรือรักลูกมากเกินไป ไม่ปล่อยให้ทำงาน เพราะคิดว่าตัวเองเคยเหนื่อยมาก่อน จึงอยากให้ลูกสุขสบาย เลี้ยงลูกแบบเทวดา ไม่ใช่เพียงครอบครัวที่มีฐานะเท่านั้น Read More …