เตือนพ่อแม่”เล่นกับลูกบ้าง”อย่าปล่อยให้ลูกเล่นอยู่คนเดียว เพราะการเล่นกับลูกช่วยเสริมพัฒนาการลูกในหลายๆด้าน

รู้หรือไม่คะ? ว่าคุณพ่อคุณแม่สามารถ เล่นกับลูก ได้ตั้งแต่แรกคลอด คุณพ่อคุณแม่สามารถเล่นสิ่งต่าง ๆ กับลูกได้โดยให้เหมาะสมกับวัยของลูก พัฒนาการของลูกจะไปได้เร็วมากเพียงแค่ได้เล่นวันละ 1-2 ชั่วโมง การเล่นกับลูก จะช่วยเสริมพัฒนาการลูกด้านใดบ้าง? มาดูกันค่ะ การเล่นกับลูกช่วยเสริมพัฒนาการลูก ดังนี้ 1.ลูกได้เคลื่อนไหวร่างกายขณะเล่น การที่ลูกเคลื่อนไหวร่างกายบ่อย ๆ จะทำให้ลูกสามารถควบคุมศีรษะและร่างกายได้ดี  ลูกจะยืนและเดินได้ไวมากขึ้น 2.ได้ใช้ภาษา ในการสื่อสาร ลูกจะเรียนรู้ไวและฟังรู้ภาษาและสามารถสื่อสารในสิ่งที่ตัวเองต้องการได้ดีขึ้น 3.ได้ฝึกการใช้มือ ลูกจะได้ใช้กล้ามเนื้อมือ สามารถควบคุมมือและนิ้วได้อย่างคล่องแคล่ว 4.การคิด พัฒนาการด้านสมองของลูกจะได้ใช้อย่างเต็มที่ ระบบประสาทสัมผัสของลูกจะได้ใช้อย่างเป็นกระบวนการ 5.ลูกจะรู้จักการเข้าสังคม รู้จักการปฏิสัมพันธ์กับคนคนรอบข้างได้ดี คุณพ่อคุณแม่สามารถเล่นกับลูกน้อยได้ง่าย ๆ ด้วยของเล่นที่มีอยู่แล้วในบ้าน เช่น 1.กระจก การเล่นกับกระจกจะทำให้เด็กรู้จักกระตุ้นการสื่อสารกับคนรอบข้าง เด็ก ๆ จะชอบเห็นหน้าตัวเองในกระจก และจะดีมากถ้าได้เห็นหน้าพ่อแม่ในกระจกด้วย 2.กรุ๊งกริ๊ง ช่วยกระตุ้นเรื่องการฟัง และ มุ่งจุดสนใจให้ลูก ช่วยกระตุ้นพัฒนาการลูกเรื่องเหตุและผลให้ 3.โมบาย ช่วยกระตุ้นเรื่องพัฒนาการเรื่องการมองเห็น ควรติดไว้ให้ลูกดูห่างจากตัวลูกประมาณ 1 ฟุต 4.ของเล่นนุ่มนิ่มไว้จับ ช่วยในเรื่องพัฒนาการของลูกด้าน การสัมผัส การจับยึด Read More …

เตือน!!!พ่อแม่ผู้ปกครอง “กิจกรรมที่ทำแล้วลูกสมองฝ่อ ถ้ารักลูกต้องระวัง”

กิจกรรมที่ทำแล้วลูกสมองฝ่อ : สมองของเด็ก ๆ ใน 2 ปีแรกของชีวิต จะเติบโตอย่างน่าเหลือเชื่อ และใหญ่ขึ้นเป็น 3 เท่าของขนาดสมองตอนแรกเกิด ซึ่งพัฒนาการในช่วงนี้นั้นเป็นช่วงที่สำคัญที่สุดของชีวิตมนุษย์แล้วละค่ะ หากสมองของเด็ก ๆ ได้รับการกระตุ้นน้อยเกินไป หรือมากเกินไป ก็จะส่งผลไปตลอดชีวิตของเขาเลยนะคะ กุมารแพทย์และนักวิจัยเผยให้เห็นการทำงานระหว่าง สมองของเด็กปกติ และเด็กกำพร้า ซึ่งความแตกต่างนั้นส่งผลชัดเจนค่ะ เด็กที่ได้รับการกระตุ้นน้อยจะมีพื้นที่ในสมองที่ไม่ได้ใช้งานเป็นจำนวนมาก และสำหรับการกระตุ้นที่เยอะมากเกินไปล่ะ คำตอบเป็นอย่างนี้ค่ะ ดูทีวี สมองฝ่อ จริงเหรอ ? ไม่ถึงกับฝ่อ แต่การให้เด็กๆ ดูทีวี ยูทูป หรือภาพเคลื่อนไหวใด ๆ ก็ตาม ที่เปลี่ยนเร็วมากเกินไป ก่อนช่วงอายุ 3 ขวบนั้น จะทำให้มีปัญหาทางด้านสมาธิเมื่อเทียบกับเด็ก ๆ ที่ไม่ได้ดูภาพเหล่านี้เลย การดูทีวีเพียง Read More …

พ่อแม่อ่านไว้! “เลี้ยงลูกยุคดิจิตอล ต้องระวังอะไรมากที่สุด”

“พ่อแม่สมัยนี้หมกมุ่นกับการเลี้ยงลูกมากเกินไป ดูพ่อแม่สมัยก่อนสิ เลี้ยงดูกันแบบตามมีตามเกิด เรายังโตกันมาได้เลย” หมอคิดว่าน่าจะมีคุณพ่อคุณแม่หลายท่านที่เคยได้ยินคำพูดในลักษณะนี้ ไม่ว่าจะมาจากคนเฒ่าคนแก่ จากเพื่อนบ้านหรือไม่ก็จากเพื่อนสนิทของคุณเอง ที่อาจจะมองว่าการเลี้ยงเด็กสมัยนี้ไม่น่าจะแตกต่างจากการเลี้ยงเด็กในสมัยก่อนสักเท่าไหร่ แต่จากประสบการณ์ในการทำงานของหมอ บวกกับการศึกษาประวัติศาสตร์และการเปลี่ยนแปลงทางสังคมของมนุษย์ในแต่ละยุคสมัย หมอพบว่าสิ่งเหล่านั้นมีผลทำให้การเลี้ยงเด็กในยุคสมัยปัจจุบันนี้ มีความแตกต่างจากสมัยก่อนมากทีเดียวค่ะ เพราะสิ่งที่มีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างมากในชีวิตของเด็กๆ เมื่อเทียบกับสักเมื่อ 20-30 ปีก่อน ก็คือเรื่องของเทคโนโลยีโดยเฉพาะเทคโลยีในด้านการติดต่อสื่อสาร ที่เดี๋ยวนี้หากเด็กๆ วัยรุ่นของเราคิดถึงเพื่อนสักคน เขาก็คงจะไม่ได้เขียนจดหมายใส่ซองฝากบุรุษไปรษณีย์เอาไปส่งให้ และก็คงจะไม่ได้ไปยืนต่อคิวที่ตู้โทรศัพท์สาธารณะตรงหน้าปากซอยเพื่อจะคุยกับเพื่อนของเขาอีกแล้ว แต่เพียงแค่นอนเล่นอยู่ที่บ้าน แล้วยกโทรศัพท์มือถือขึ้นมากดแชทคุยกันหรือคุยกันแบบเห็นหน้าเห็นตาด้วย video call จากแท็ปเล็ต ใช้เวลาเพียงไม่กี่วินาทีก็ได้คุยกันแล้วค่ะ และถึงแม้ว่าการสื่อสารด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ เช่น การใช้ social media จำพวก facebook, line, Instagram ฯลฯ จะทำให้ชีวิตของคนสมัยนี้สะดวกสบายมากขึ้นแค่ไหน หากนำไปใช้ในทางที่ผิด ก็อาจทำให้ชิวิตทั้งของตัวเองหรือคนรอบข้างมีปัญหาได้เหมือนกัน Read More …

10 พฤติกรรมยอดแย่ ที่ไม่ควรทำต่อหน้าลูก!!!

ทะเลาะกัน ถ้าแค่ถกเถียงเล็กๆน้อยๆไม่เป็นไรค่ะ แต่ถ้าถึงขั้นโมโหร้าน ด่าทอกัน อย่าทำให้ลูกเห็นจะดีกว่า ลูกจะรู้สึกไม่มั่นคงทางอารมณ์ วิตกกังวล เพราะเราต่างก็สำคัญกับลูกทั้งคู่ สบถคำหยาบ เรามักจะเผลอสบถคำหยาบกันบ่อยๆ โดยที่ลืมว่าลูกช่างจดช่างจำ เมื่อลูกได้ยินเป็นประจำ ก็คิดว่ามันคือสิ่งที่ยอมรับกันได้ทั่วไป แล้วก็เลียนแบบเราในที่สุด ใช้ความรุนแรง เรื่องนี้กระทบต่อสภาพจิตใจลูกโดยตรงเลยค่ะ ลูกจะกลายเป็นคนก้าวร้าว หรือไม่ก็กลายเป็นคนหวาดกลัวไปทุกสิ่ง อย่าใช้ความรุนแรงต่อหน้าลูกเลยค่ะ มันไม่คุ้มเลยจริงๆ นินทาว่าร้าย อย่านินทาล้อเลียนหรือดูถูกคนอื่นให้ลูกเห็น บางทีเราลืมตัวนินทาคนอื่นๆ ยิ้มไปหัวเราะไป (เม้าท์เพลิน) ลูกจะเข้าใจได้ว่า การทำแบบนี้เป็นเรื่องน่าสนุก โกหก หากเราโกหกให้ลูกเห็นเป็นประจำ มันจะทำให้ลูกรู้สึกว่ามันเป็นเรื่องปกติ ไม่มีอะไรเลวร้าย แล้วต่อไปลูกก็จะพัฒนาความสามารถในการโกหกตามเรา สูบบุหรี่ / ดื่มของมึนเมา เรื่องนี้ไม่ขอพูดมากค่ะ เราจะสอนลูกยังไงว่ามันไม่ดี ถ้าเรายังทำให้ลูกเห็น !!!! ไม่รักษาของส่วนรวม เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เรามองข้ามกันมาก เราไม่ค่อยรักษาของส่วนรวมกันเท่าไหร่ ลูกเห็นก็เลยซึมซับไปด้วย เช่น ม้านั่งสาธารณะ ห้องน้ำสาธารณะ  ทิ้งขยะไม่ลงถัง ฯลฯ ละเลยมารยาทพื้นฐาน ลูกไม้หล่นไม่ไกลต้น ลูกดูเราเป็นแบบอย่าง หากเราละเลยมารยาทไป ลูกก็เลียนแบบ เช่น วางเท้าบนโต๊ะ ขากเสมหะลงข้างถนน ไม่เข้าคิว เรอบนโต๊ะอาหาร ฯลฯ[dt_gap height=”10″ /] บทรักบนเตียง เรื่องนี้เป็นสิ่งที่เด็กๆไม่ควรเห็นอยู่แล้ว หลายๆครอบครัวนอนรวมกัน ลูกอาจสะดุ้งตื่นมาเห็น ดังนั้นหากนึกจะมีบทรักกัน อย่ามีใกล้ๆลูก ถึงแม้ว่าลูกจะหลับแล้วก็ตาม ให้เลี่ยงไปห้องอื่นแทนดีกว่าค่ะ [dt_gap height=”10″ /] สิ้นหวัง อย่าทำตัวสิ้นหวัง ไม่อยากเอาอะไรกับชีวิต คิดฆ่าตัวตาย เราคือเสาหลักจิตใจของลูก ถ้าเราสิ้นหวังลูกจะได้รับผลพวงไปเต็มๆเลยค่ะ ขอบพระคุณบทความดีดีจาก แม่อ้อ http://www.doolukkid.com

ถึงพ่อแม่ที่มีลูกเรียนไม่เก่ง :ดร.แพง ชินพงศ์

คุณพ่อคุณแม่ทุกคนย่อมมีความปรารถนาที่จะให้ลูกของตนเป็นคนที่สมบูรณ์พร้อมในทุกสิ่ง ทั้งเป็นเด็กดีว่านอนสอนง่าย สุขภาพร่างกายแข็งแรง มีจิตใจและอารมณ์ดี นอกจากนี้แล้ว ความปรารถนาอีกประการหนึ่งที่คุณพ่อคุณแม่ส่วนใหญ่ไม่อาจปฏิเสธได้ก็คืออยากให้ลูกของเราเป็นเด็กที่เรียนเก่ง เพราะเชื่อว่าเด็กที่เรียนเก่งมักจะประสบความสำเร็จในชีวิตทุกสิ่งทุกอย่างนั่นเอง โดยความเข้าใจของคนทั่วไปเข้าใจว่า “เด็กเรียนเก่ง” หมายความถึงเด็กที่ทำข้อสอบในวิชาต่างๆของโรงเรียนได้คะแนนดี หรือสอบเรียนต่อเข้าในโรงเรียนหรือมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงอันดับต้นๆของจังหวัดหรือของประเทศได้ ซึ่งถ้าลูกสามารถทำได้เช่นนี้ก็ถือเป็นความโชคดีและเป็นที่ชื่นอกชื่นใจของผู้เป็นพ่อแม่ทุกรายไป แต่ในมุมกลับกัน หากลูกทำข้อสอบได้คะแนนต่ำหรือสอบไม่ผ่านตามเกณฑ์ของโรงเรียนหรือสอบเข้าเรียนต่อที่ดีๆไม่ได้ ลูกของเราก็จะขึ้นชื่อว่าเป็นเด็กเรียนไม่เก่ง โง่ ไม่เอาไหน อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และมักจะถูกทำนายอนาคตไว้ล่วงหน้าต่อไปเลยว่าเด็กคนนี้คงจะมีชีวิตที่ไม่ประสบความสำเร็จในเรื่องใดอย่างแน่นอน จริงๆแล้วการที่คุณพ่อคุณแม่อยากให้ลูกเป็นคนเรียนเก่งไม่ใช่เรื่องผิด แต่การที่ลูกเรียนไม่เก่งก็ไม่ใช่เรื่องผิดเช่นกัน เพราะบางกรณีการที่เด็กเรียนไม่เก่งหรือมีปัญหาทางด้านการเรียนอาจไม่ได้เกิดจากระดับสติปัญญาเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่มีหลายปัจจัยแวดล้อมที่เป็นตัวแปรสำคัญทำให้เด็กเรียนไม่เก่งได้ เช่นนี้ ผู้เขียนจึงอยากนำเสนอถึงสาเหตุที่ทำให้เด็กเรียนไม่เก่ง อีกทั้งวิธีที่จะให้พ่อแม่ช่วยเหลือลูกที่เรียนไม่เก่ง ดังนี้ 1. ปัญหาทางด้านร่างกาย เป็นปัญหาสำคัญที่ส่งผลต่อการเรียนรู้ของเด็กโดยตรง เช่น เด็กที่มีปัญหาเกี่ยวกับการมองเห็น สายตาสั้น สายตาเอียง ปัญหาการได้ยิน เช่น ได้ยินเสียงคุณครูไม่ชัดเจนหรือได้ยินเพียงเบาๆ หรือเด็กมีร่างกายอ่อนแอ เป็นโรคต่างๆ ปัญหาพวกนี้เป็นอุปสรรคต่อการเรียนมากและทำให้เด็กเรียนไม่รู้เรื่องได้ – วิธีช่วยเหลือ โดยธรรมชาติของเด็กเล็กมักจะไม่บอกพ่อแม่ถึงปัญหาความผิดปกติทางร่างกายของตนเอง Read More …