เลี้ยงลูก วัยรุ่น “เข้ม” แค่ไหนดี แบบไหนถึงจะได้ใจเขา?

โดย: ดัชนี … อย่าเพิ่งถอดใจนะคะ เวลาเจ้าหนุ่มหรือแม่สาวของคุณปึงปังใส่ หลังคุณยื่นกฎเหล็กเข้าให้ ไม่งั้นจะเรียกวัยวุ่น วัยรุ่น รึ ลองรำลึกอดีตชาติตอนเราเป็น วัยรุ่น มั่ง ตอนนั้นเราก็ป่วนใช่ย่อยเหมือนกัน พ่อแม่เอ่ยอะไรมา ผิดหมด รับไม่ได้ ‘ไม่เห็นด้วย’ ไว้ก่อน ห้ามอะไรนอกจากไม่ฟังแล้วยังทำตรงกันข้ามกันซะอีก พ่อแม่เห็น วัยรุ่น เมินหน้า จะหักด้ามพร้าด้วยเข่ารึก็กลัวว่าจะเตลิดเปิดเปิงไปใหญ่ จะเลยตามเลย ก็กลัวจะเหลวไหลเสียผู้เสียคน …ทำไงดีล่ะทีนี้ !! เหตุการณ์อิหลักอิเหลื่อแบบนี้เกิดขึ้นกับทุกบ้านค่ะ ซึ่งจะบอกว่าเป็นเรื่องธรรมชาติก็ว่าได้ เรื่องธรรมชาติที่ว่านี้มี 2 เรื่องด้วยกัน เรื่องแรก วัยรุ่น ไม่อยู่ในคอนโทรล… ไม่แปลก เรื่องสอง พ่อแม่ต้องคุมวินัยลูก … ก็เรื่องปกติอีกเช่นกัน Read More …

5 วิธีจัดการกับลูก เมื่อลูกอารมณ์ร้าย!!!

ในความเป็นจริงนั้นการมีอารมณ์ร้าย เช่น อารมณ์โกรธ อารมณ์ฉุนเฉียว เป็นสิ่งที่มนุษย์เราทุกคนมีอยู่ในตัวเองตามธรรมชาติ แต่อยู่ที่ว่าเราจะสามารถควบคุมมันได้มากน้อยแค่ไหน และอยู่ที่ว่าอารมณ์ร้ายของเราก่อให้เกิดความเดือดร้อนแก่ตัวเราเองหรือคนอื่น ๆ หรือไม่ เพราะหากใครที่ไม่สามารถควบคุมอารมณ์ส่วนร้ายของตัวเองได้มากพอ อาจจะก่อให้เกิดความเสียหาย เช่น การไม่เป็นที่รัก ไม่น่าคบหาสมาคมด้วย บางอาจคนถูกต่อต้านจนไม่สามารถเรียนหรือทำงานร่วมกับผู้อื่นได้ก็มี ดังนั้น คุณพ่อคุณแม่จึงอย่าได้นิ่งนอนใจหากลูกมีพฤติกรรมหรือมีอารมณ์ร้ายบ่อย ๆ จนน่ากลัวว่าจะติดเป็นนิสัย ต้องเร่งรีบหาทางแก้ไขโดยด่วน  อย่างไรก็ตามการจะแก้ไขปัญหาได้อย่างถูกต้องคุณพ่อคุณแม่ต้องรู้ถึงสาเหตุอารมณ์ร้าย ๆ ของลูกเสียก่อนว่าเกิดเพราะสาเหตุใด เพื่อคอยช่วยเหลือและสอนให้ลูกจัดการกับอารมณ์ของตัวเองได้ 1.สอนลูกให้เตือนตัวเองอยู่เสมอว่ามันไม่เป็นการดีเลยหากลูกต้องโมโหและอาละวาด บอกลูกว่ามันไม่ดีเลย หากลูกโมโหแล้วมีการทำร้ายหรือขว้างปาข้าวของเสียหาย ซึ่งรวมถึงการทำร้ายคนอื่นด้วยคำพูดของเรา 2.ลองหายใจเข้าลึก ๆ 3 ครั้ง หรือ นับ 1 ถึง 10 อย่างช้า ๆ ช่วยให้เด็ก ๆ จัดการกับอารมณ์ความรู้สึกของตัวเอง Read More …

10 คำพูดที่พ่อแม่ไม่ควรใช้กับลูก!

บางครั้งคนเป็นพ่อเป็นแม่อาจไม่ค่อยสนใจว่าเราพูดอะไรกับลูกบ้าง แต่รู้หรือไม่ว่าเวลาเราเครียดหรือโมโห เราอาจพูดสิ่งที่ทำร้ายจิตใจลูกอย่างรุนแรงออกไปโดยไม่ได้ตั้งใจ เราควรระลึกไว้เสมอว่าผลจากการกระทำของเราอาจส่งผลต่อคนอื่นโดยที่เราคาดไม่ถึง 1.ล้อเลียน นี่เป็นสิ่งต้องห้ามเด็ดขาดสำหรับคุณพ่อคุณแม่ เราไม่ควรล้อเลียนหรือเรียกลูกด้วยชื่ออื่น ๆ ที่อาจทำให้เขาสูญเสียความมั่นใจให้เขา เช่น อ้วน แห้ง สิว ฯลฯ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม 2.หยุดกวนซะที บางครั้งผู้ปกครองอาจต้องการเวลานอก แต่ถ้าคุณบอกลูกว่าอย่ามายุ่งกับคุณบ่อย ๆ เข้า พวกเขาก็อาจไม่คุยกับคุณอีกต่อไป เด็ก ๆ ควรเรียนรู้ว่าบางครั้งคุณก็ต้องการเวลาพักบ้าง พยายามอธิบายให้ลูกฟังก่อนที่จะระเบิดใส่พวกเขาว่าคุณขอเวลาทำธุระส่วนตัวสัก 2-3 นาที 3.ต่อว่าตลอดเวลา การบอกลูกว่าเขาซุ่มซ่ามหรือนิสัยไม่ดีไม่ได้ช่วยให้เด็กมีความมั่นใจหรือรู้สึกมีคุณค่ามากขึ้น แม้ว่าคุณจะไม่ได้พูดกับเขาโดยตรงก็ตาม เด็ก ๆ มักเชื่อในสิ่งที่พวกเขาได้ยินโดยไม่ถามอะไรทั้งสิ้น สุดท้ายพวกเขาก็จะเชื่อว่าพวกเขาแย่อย่างที่คุณพูดจริง ๆ 4.สั่งให้เก็บอารมณ์ เรามักพยายามปกป้องลูกโดยการบอกเขาว่าไม่ต้องเศร้า หรือไม่ต้องกลัว แต่บางครั้งการบอกไม่ให้เขารู้สึกอย่างนั้นอย่างนี้อาจเป็นการสื่อให้เขารู้สึกว่าอารมณ์และความรู้สึกของเขานั้นไม่สำคัญ พยายามบอกลูกว่าไม่เป็นไรที่จะรู้สึกเช่นนั้น Read More …

พูดทุกวันลูกเก่งแน่ 20 ประโยคภาษาอังกฤษ ให้แม่พูดกับลูกตอนเช้าก่อนไปโรงเรียน

คุณแม่ทราบไหมคะ หากลูกเข้านอนเร็วได้นอนหลับอย่างเพียงพอ เด็ก ๆ จะตื่นมาด้วยสมองปลอดโปร่ง และคุณแม่สามารถใช้ช่วงเวลาเช้านี้ฝึกให้ลูกคุ้นเคยกับประโยคภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวันได้อย่างง่าย ๆ การพูดภาษาอังกฤษกับลูกในทุก ๆ วันนอกจากจะช่วยให้ลูก ๆ จำคำศัพท์ได้แล้ว ยังแอบทำให้คุณพ่อคุณแม่ฝึกพูดภาษาอังกฤษไปในตัวด้วย ลองเริ่มต้นที่ 20 ประโยคภาษาอังกฤษ  ง่าย ๆ นี้ โดยเน้นการออกเสียงแต่ละคำให้ถูกต้อง เพราะถ้าออกเสียงสำเนียงเป๊ะ ลูกก็จะเข้าใจและออกเสียงได้อย่างถูกต้องด้วยเช่นกันนะคะ 20 ประโยคภาษาอังกฤษ ให้แม่พูดกับลูกตอนเช้าก่อนไปโรงเรียน 1.Good morning. How was your sleep?/ อรุณสวัสดิ์จ๊ะ เมื่อคืนลูกหลับสบายดีไหม? 2.Wake up, baby/ ตื่นได้แล้วลูกรัก 3.Let’s take a Read More …

พ่อแม่ที่ดี ต้องปกป้องลูกชายจาก 5 เรื่องนี้

โลกปัจจุบันไม่ใช่โลกที่คุณพ่อคุณเเม่จะปล่อยลูกๆ ออกไปวิ่งเล่นอย่างอิสระเสรีได้อีกเเล้วนะคะ ไม่ว่าลูกจะเป็นผู้ชายก็ตาม พ่อแม่ที่ดี ต้องปกป้องลูกชายจาก 5 เรื่องนี้ เพราะมันสุ่มเสี่ยงหลายอย่างต่อลูกของเรา 1.นอนค้างบ้านเพื่อน เรื่องน่าสนุกของเด็กๆ คือการนอนค้างบ้านเพื่อนค่ะ หลายครั้งที่การนอนค้างเกิดเรื่องดีๆ เเต่อย่างไรก็ตามสามารถเกิดเรื่องที่เป็นอันตรายต่อลูกได้ เช่น พ่อแม่ส่วนใหญ่จะเข้านอนเเละปล่อยให้เด็กๆ อยู่ตามลำพัง ซึ่งนั่นเป็นช่องโหว่ให้เด็กๆ เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องที่สุ่มเสี่ยงได้ เเม้บางครั้งเด็กๆ จะเล่นเกินเลยไปบ้าง เเต่ก็ไม่ใช่ทุกครั้งที่มันจะปลอดภัย เด็กๆ อาจจะขาดความมั่นใจ ถูกจับ หรือเป็นอันตรายต่อร่างกายได้ค่ะ ไม่เพียงเเค่การปล่อยลูกไปค้างบ้านเพื่อนอาจจะทำให้ลูกเกิดความกดดันเท่านั้น เเต่ยังเสี่ยงต่อการล่วงละเมิดทั้งทางเพศ ทางวาจา ทางจิตใจ หรือดูถูกเหยียดหยาม คุณพ่อคุณเเม่ไม่มีทางรู้ได้เลยว่า บ้านพ่อแม่ของเพื่อนลูกนั้นมีใครเข้าออกในบ้านบ้าง อาจจะเป็นตัวของพ่อแม่เพื่อนเอง ญาติๆ ลูกหลานในบ้าน สิ่งที่คุณพ่อคุณเเม่ทำได้เพื่อการป้องกันคือการอนุญาติในลูกไปเล่นในช่วงกลางวันได้ เเต่จำเป็นจะต้องกลับมานอนที่บ้านค่ะ 2.กีดกันทางเพศ การบอกลูกว่า “เป็นลูกผู้ชายหน่อยสิ” Read More …