ข้าราชการไม่ขออนุญาตออกนอกสถานที่ มีความผิดทางวินัย

แม้ว่าข้าราชการจะมีสิทธิและเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น การพูดการเขียนการพิมพ์การโฆษณาและการสื่อความหมายหรือวิธีอื่นเช่นเดียวกับประชาชนทั่วไปตามที่รัฐธรรมนูญได้บัญญัติรับรองและก็ตาม แต่เนื่องด้วยข้าราชการจะต้องประพฤติปฏิบัติตนตามระเบียบวินัยของทางราชการ ดังนั้นการที่ข้าราชการได้ลงชื่อมาปฏิบัติราชการและได้เดินทางไปยื่นหนังสือคัดค้านนโยบายของรัฐบาล จะถือเป็นการแสดงความคิดเห็นตามสิทธิรัฐธรรมนูญรับรองไว้ และถือเป็นการปฏิบัติราชการหรือไม่ ดังเช่นคดีปกครองที่จะนำมาเล่าสู่กันฟังฉบับนี้ เป็นกรณีของพนักงานเทศบาลผู้ฟ้องคดีได้ลงชื่อมาปฏิบัติราชการในสมุดบัญชีลงเวลาประมาณ 7 นาฬิกา จากนั้นได้เดินทางไปยื่นหนังสือคัดค้านนโยบายรัฐบาล เกี่ยวกับการคัดค้าน การคัดข้าราชการที่ไม่มีประสิทธิภาพออกจากราชการ 5 เปอร์เซ็นต์ ต่อรองนายกรัฐมนตรีและแจกเอกสารคัดค้านเรื่องดังกล่าวแก่สื่อมวลชนบริเวณหน้าทำเนียบรัฐบาลโดยไม่ได้รับอนุญาต หรืออนุมัติ จากผู้บังคับบัญชา ยื่นใบลาเพื่อออกไปทำธุระส่วนตัว ต่อมา คณะกรรมการสอบสวนทางวินัยมีมติว่าผู้ฟ้องคดีกระทำผิดวินัยอย่างไม่ร้ายแรงและผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 (นายกเทศมนตรี)ได้มีคำสั่งลงโทษตัดเงินเดือนผู้ฟ้องคดี 5 เปอร์เซ็นต์เป็นเวลา 3 เดือน หลังจากที่ผู้ฟ้องคดี อุทธรณ์และผู้ถูกฟ้องคดีที่ 3 (คณะกรรมการพนักงานเทศบาลจังหวัด)มีคำสั่งให้ยกอุทธรณ์แล้วผู้ฟ้องคดีจึงได้นำคดีมาฟ้องขอให้ศาลปกครองพิพากษาหรือมีคำสั่งเพิกถอนคำสั่งดังกล่าว โดยเห็นว่าการเดินทางไปทำเนียบรัฐบาลเป็นการส่งหนังสือราชการอันเป็นการให้ข้อมูลหรือเป็นพยานหรือเป็นการส่งเอกสารหลักฐานที่เป็นประโยชน์ต่อทางราชการซึ่งมติคณะรัฐมนตรีให้ถือว่าการให้ข้อมูลหรือการเป็นพยานหรือการส่งเอกสารหลักฐานดังกล่าว เป็นการปฏิบัติหน้าที่ราชการ ประกอบกับผู้ฟ้องคดีใช้เวลาไปเพียง 2 ชั่วโมงกว่าและได้กลับมาปฏิบัติหน้าที่ตามปกติจนเลิกงานเวลา 16.30 น.โดยไม่ปรากฏความเสียหายแก่ราชการแต่อย่างไร การเดินทางไปยื่นหนังสือคัดค้านนโยบายรัฐบาลของผู้ฟ้องคดีเป็นการให้ข้อมูลหรือเป็น พยานหรือการส่งเอกสารหลักฐานที่เป็นประโยชน์ต่อทางราชการหรือไม่ Read More …

เตือนครู! ให้ “ร” สุ่มสี่สุ่มห้า ระวังโทษอาจโดน : ภาคทัณฑ์(ตัวอย่างการลงโทษทางวินัยข้าราชการครู)

ตัวอย่างการลงโทษทางวินัย กรณีที่ 1 ผู้ที่ไม่ชอบตรวจข้อสอบไม่รับกระดาษคำตอบจากห้องวิชาการ แต่ถึงกำหนดส่งผลการเรียนมีผลการเรียนปรากฏ เพราะเอาแต่คะแนนเก็บระหว่างภาคมาตัดสินการเรียน โทษ : ตัดเงินเดือน 5 % เป็นเวลา 1 เดือน กรณีที่ 2 ผู้ออกนอกบริเวณโรงเรียนแล้วไม่ขออนุญาตแถมเถียงกับ ผู้อำนวยการไปธุระส่วนตัวข้างนอก กลับมาเจอผู้อำนวยการเมื่อถูกไต่ถามกลับมีการท้าทายและถกเถียง โทษ : ภาคฑัณฑ์ กรณีที่ 3 ผู้ที่พิเรนทร์ไปเข้าค่ายลูกเสือและแอบดูครูสตรีอาบน้ำ และมีการแจ้งความดำเนินคดีด้วย โทษ : ตัดเงินเดือน 5 % เป็นเวลา 2 เดือน กรณีที่ 4 ผู้ที่ชอบปลุกระดมนักเรียนนักเรียนให้ก่อความไม่เรียบร้อย และชักนำนักข่าวมาทำข่าวเผยแพร่ออกไปข้างนอก แถมประพฤติปฏิบัติตนไม่เรียบร้อย กระด้างกระเดื่องต่อผู้บังคับบัญชาโทษ Read More …

วิกฤตสังคมเด็กขาดระเบียบวินัย!!! รวมสุดยอดเทคนิคแก้ปัญหาเด็กขาดระเบียบวินัย!!!วอนครูและผู้ปกครองช่วยกันแก้ไข!

ปัญหาเด็กไม่มีวินัยมีสาเหตุมาจากอะไร? สาเหตุที่ทำให้เด็กขาดวินัยจนเป็นปัญหา สามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ปัจจัยหลักๆ ดังนี้ 1.ปัจจัยจากธรรมชาติของตัวเด็กเอง เด็กก็คือเด็ก โดยธรรมชาติของเด็กเล็กเมื่อเบื่อ เหนื่อยล้า หรือหิว หรือรู้สึกว่าตัวเองถูกทิ้งและไม่ได้รับความสนใจจากผู้ใหญ่ เขาก็อาจแสดงพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ ก้าวร้าว เอาแต่ใจ เพื่อเรียกร้องความสนใจ ปัจจัยนี้เป็นเพียงอาการชั่วคราวเท่านั้น ซึ่งไม่เป็นปัญหา เพียงแต่พ่อแม่ผู้ปกครองจะต้องรู้จักควบคุมดูแลไม่ให้ปัญหาเกิดซ้ำๆ หรือรุนแรงจนเกินควบคุมแล้วกลายเป็นปัญหาพฤติกรรมระยะยาว 2.ปัจจัยแวดล้อมอันเป็นผลมาจากผู้ใหญ่รอบตัวเด็กเองที่ทำให้เด็กมีพฤติกรรมไม่พึงประสงค์ เช่น ก้าวร้าว เอาแต่ใจ ขาดวินัยและการควบคุมตนเอง เช่น เด็กที่มาจากครอบครัวที่แตกแยก มีการหย่าร้าง เด็กที่มาจากครอบครัวที่ยากจนมาก เด็กที่มาจากครอบครัวที่ใช้ความรุนแรงทั้งทางร่างกายและวาจา เด็กที่มาจากครอบครัวที่มีผู้ปกครองใกล้ชิดเป็นผู้ป่วยทางจิตหรือมีอาการซึมเศร้าตลอดเวลา ซึ่งตัวอย่างเหล่านี้เป็นกลุ่มเด็กที่มีปัจจัยเสี่ยงสูงมากที่จะเกิดปัญหาเรื่องวินัยจนเป็นปัญ หาสังคมในอนาคตได้ นอกจากนี้ อีกปัจจัยสำคัญที่มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมของเด็กก็คือพฤติกรรมต้นแบบที่เด็กเอาเป็นแบบ อย่าง ซึ่งก็คือพฤติกรรมของผู้ปกครองหรือบุคคลที่เด็กใช้เวลาอยู่ด้วยบ่อยที่สุดนั่นเอง วัยเด็กเล็กเป็นวัยแห่งการจดจำและเลียนแบบ ดังนั้นเขาจึงจำและเลียนแบบพฤติกรรมของผู้ใหญ่ที่อยู่ใกล้ชิดเขา หากต้นแบบดีหรือไม่ดีก็ย่อมมีผลกับเด็กอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ Read More …

มาดูกันเลย!!!กรณีตัวอย่างการประพฤติผิดจรรยาบรรณของวิชาชีพครู!

ปัจจุบันสังคมเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะเทคโนโลยีมีบทบาทมากในทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็น การสื่อสาร การจัดซื้อจัดจ้างหรือการจัดการเรียนการสอน ค่านิยมของคนในประเทศไทยมีนิสัยชอบเลียนแบบ ถ้าเพื่อนมีมือถือหรือรถใหม่ก็อยากมีตามเพื่อน ประกอบกับความเจริญ ทางนวัตกรรม เทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็วส่งผลให้บุคคล หรือผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาต้องดิ้นรนติดตาม ให้ทันสมัย นอกจากสภาพเศรษฐกิจ สังคมและการเมืองที่ส่งผลต่อ พฤติกรรมแล้ว ยังมีปัจจัยอื่นอีกหลายประการที่อาจทำให้ ผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาประพฤติผิดจรรยาบรรณวิชาชีพ อาทิ กฎระเบียบ หรืออุปนิสัย หรืออาจเป็นเพราะยังไม่มีความรู้ หรือไม่เข้าใจเกี่ยวกับจรรยาบรรณของวิชาชีพ จึงเสนอกรณีตัวอย่างของการกระทำผิดจรรยาบรรณของวิชาชีพทางการศึกษา ดังนี้ การประพฤติผิดจรรยาบรรณต่อตนเอง -ผู้ประกอบวิชาชีพครู อาสาช่วยเหลืองานวัดเก็บรักษาเงินในงานผูกพัทธสีมาฝังลูกนิมิต หลังเลิกงานฝังลูกนิมิตทุกคืน ผู้ประกอบวิชาชีพครูได้นำเงินจากการขายดอกไม้ ธูปเทียนและ ทองมานับตามปกติเพื่อมอบส่งให้เจ้าอาวาสวัด ในระหว่างนับเงิน ผู้ประกอบวิชาชีพครูได้ถือโอกาสนำเงินที่ประชาชนบริจาค บางส่วนใส่กระเป๋ากางเกงตนเอง ซึ่งทางวัดได้ใช้กล้องวงจรปิดจับ ภาพ นำไปให้สื่อมวลชนลงทางสื่ออินเตอร์เน็ต คณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ พิจารณาแล้วเห็นว่า เป็นการเอาทรัพย์ของผู้อื่นไปโดยทุจริต Read More …

5 วิธีฝึกวินัยให้กับเด็กปฐมวัย(ครูและผู้ปกครองควรอ่าน!)แชร์เลย!!!

1. สร้างวินัยตั้งแต่ยังเด็ก ในวัยเด็กประมาณ 2 ขวบ พ่อแม่ชาวญี่ปุ่นจะฝึกให้ลูกทำกิจวัตรประจำวันด้วยตนเอง เช่น ใส่เสื้อผ้า แปรงฟัน ขับถ่าย รับประทานอาหาร โดยมีคุณพ่อคุณแม่คอยช่วยอยู่ข้างๆ และคอยชื่นชมเขาเมื่อเขาทำดี โดยไม่ได้คาดหวังว่าเขาจะทำได้ 100% เมื่อเขาอายุมากขึ้นประมาณ 3-4 ขวบ เขาจะสามารถทำสิ่งต่างๆ เหล่านี้ได้ดี นี่เป็นการฝึกวินัยขั้นต้นให้กับเด็ก 2. มอบหมายหน้าที่เล็กน้อยให้ทำ เมื่อลูกอายุ 5 ขวบ ชาวญี่ปุ่นจะมอบหมายงานบ้านให้แก่เด็ก ซึ่งเป็นการมอบหมายสิ่งเล็กๆ น้อยๆ เช่น มอบหมายหน้าที่ให้เขาคอยหยิบจับของช่วยแม่ หรือเก็บของช่วย เป็นกิจวัตรประจำวันโดยต้องมีการพูดคุย ตกลงกันเสียก่อน เพื่อให้เขาได้รู้หน้าที่และสิ่งที่เขาจะต้องทำ 3. มอบหมายงานบ้านเป็นกิจจะลักษณะ  เมื่ออายุมากขึ้นพอที่เขาจะช่วยได้ประมาณ 7 ขวบ คุณพ่อคุณแม่ชาวญี่ปุ่นจะมอบหมายงานบ้านที่เป็นกิจจะลักษณะให้เขา โดยให้ลูกมีส่วนช่วยในการเลือกสิ่งที่เขาอยากทำ และให้ทำเป็นประจำ เช่น ล้างจานในมื้ออาหารเย็น ทำความสะอาดบ้านทุกวันเสาร์ Read More …