7 เคล็ดลับ การสอนลูกให้เก่งคิด เก่งคณิตศาสตร์ สบายๆชิวๆ

การสอนลูกให้เก่งคิด คณิตศาสตร์ สามารถทำได้ง่ายๆ ผ่านกิจกรรมและอุปกรณ์ในชีวิตประจำวัน ได้แก่ การสังเกต โดยใช้ประสาทสัมผัส (ตา หู จมูก ลิ้น ผิวกาย) ในการเรียนรู้ผ่านสิ่งที่เขาพบเห็นทุกวัน การแบ่งประเภทสิ่งของที่เหมือนกันหรือแตกต่างกัน การเปรียบเทียบ เช่น เล็กกว่า ใหญ่กว่า ยาวกว่า เป็นต้น การจัดลำดับสิ่งของตั้งแต่ 3 ชิ้นขึ้นไป ตามความยาว ความสูง เช่น จากยาวสุดไปสั้นสุด เป็นต้น การวัดโดยสอนให้ลูกหาความยาว ความสูง หรือน้ำหนักของของเล่นหรือของใช้ สอนนับจำนวน เช่น นับจำนวนอวัยวะในร่างกาย นับสมาชิกในบ้าน นับผลไม้ เป็นต้น สอนเรื่องรูปทรงและขนาด โดยใช้สิ่งของในบ้านที่ลูกสามารถมองเห็นได้ เริ่มจากรูปทรงพื้นฐาน Read More …

เลี้ยงลูกให้สมดุลระหว่างเรียนกับเล่น ดร.กุลเดช สินธวณรงค์

ปลูกเรือนตามใจผู้อยู่สำคัญฉันใด การเลี้ยงลูกและส่งเสริมในสิ่งที่ลูกเป็นก็มีความสำคัญฉันนั้น ดร.กุลเดช สินธวณรงค์ ประธานกรรมการบริหาร กลุ่มบริษัท จาร์เค็น บริษัทชั้นนำด้านสถาปัตยกรรม มีวิธีเลี้ยงลูกชายทั้ง 3 คน ได้แก่ ได้แก่ ยูจิ-เด็กชายติณห์ มารุ-เด็กชายภาคิน โมริ-เด็กชายวิธวินท์ สินธวณรงค์ วัย 9 7 และ 5  ขวบได้น่าสนใจ โดย ดร.กุลเดช พิถีพิถันตั้งแต่การเลือกโรงเรียนที่ตรงกับจริตของลูกชายแต่ละคน “วิธีการเลือกโรงเรียนให้ลูก ผมเลือกจากระบบการสอน วิชาที่ลูกต้องเรียน และสิ่งแวดล้อม โรงเรียนที่ลูกเรียนมีคาแรกเตอร์ลั้นลามาก มีโรงละครเป็นของตัวเอง ผมชอบดูลูกเล่นละคร โรงเรียนส่งเสริมให้เด็กเรียนรู้ด้วยตัวเองผ่านศิลปะบทประพันธ์ การอ่านหนังสือ ที่สำคัญคือ โรงเรียนให้พ่อแม่ต้องคลุกคลีกับลูกๆ ในการทำกิจกรรม เช่น ช่วยกันสอนการบ้านลูกผมคิดว่าเราเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้ลูกคือด้านวิชาการ Read More …

พลิกแนวคิด!นักวิชาการและแพทย์แนะ! รักลูก อย่าสอนลูกให้เป็นแค่คนเก่ง!

เมื่อเร็ว ๆ นี้ได้มีงานแถลงข่าวเปิดเวทีเสวนา “ก้าวข้ามวิกฤตปฐมวัย สู่ไทยแลนด์ 4.0” โดยมีคุณหมอและนักวิชาการชื่อดังมาร่วมกันถกปัญหาดังกล่าว พร้อมกับได้มีการแลกเปลี่ยนมุมมองได้อย่างน่าสนใจ ซึ่งแต่ละท่านบอกเลยว่า มีแนวคิดที่ทำเอาคุณพ่อคุณแม่อย่างเราถึงกับสะดุ้งถึงมุมมองที่ว่านี้กันเลยละค่ะ คุณพ่อคุณแม่อาจจะอยากรู้กันแล้วใช่ไหมละคะว่า ที่แต่ละท่านพูดมานั้นจะมีอะไรกันบ้าง พร้อมแล้วไปดูพร้อม ๆ กันเลยค่ะ โดยเริ่มจาก รศ. นพ. สุริยเดว ทรีปาตี ผู้อำนวยการสถาบันเด็กแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว มหาวิทยาลัยมหิดล ที่ได้เปิดเผยถึงความน่าเป็นห่วงในประเด็นของที่เด็กถูกเร่งให้อ่านออกเขียนได้เอาไว้ว่า “ผมเคยแวะเวียนไปดูการสอนที่โรงเรียนแห่งหนึ่งแถวจังหวัดนครปฐม ตัวอย่างของคำที่ให้เด็กอนุบาลอ่านนั้น ทำเอาผมตกใจมากคือคำกว่า “กะหล่ำปลี” นี่คือส่วนหนึ่งที่สะท้อนให้เห็นว่า ระบบกำลังมีปัญหา ดังนั้นลดความคาดหวังให้เด็กเป็นคนเก่ง และเลิกเปรียบเทียบลูกตัวเองกับลูกคนอื่น เพราะมันสร้างความบาดเจ็บให้แก่เด็ก” ถือเป็นการสะท้อนให้เห็นว่า เด็กจำนวนหนึ่งกำลังถูกบังคับให้ท่องตำรา มุ่งเน้นให้จริงจังกับการสอบตั้งแต่เด็ก หรือทำสิ่งต่าง ๆ เกินวัยด้วยความคาดหวังว่า จะต้องเป็นเด็กเก่งทั้งที่จริงแล้ว การเป็นคนเก่งอย่างเดียวไม่สามารถทำให้ประสบความสำเร็จและมีความสุขได้เลย แต่กลับกลายเป็นการสร้างภาวะเครียดในสมองเด็ก และปิดกั้นความคิดสร้างสรรค์ Read More …

เลี้ยงลูกอย่างไรให้ IQ ดี EQ เด่นควบคู่กันไป

นพ.กมล แสงทองศรีกมล  กุมารแพทย์ จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น แนะนำวิธีการเลี้ยงลูกตามแนวทาง EQ ดี IQ เด่น  ดังนี้ 1. ให้ความรัก เป็นข้อแรกที่สำคัญมากและไม่เพียงแต่ให้ความรักเท่านั้น    คุณพ่อคุณแม่ต้องแสดงออกอย่างเหมาะสมอีกด้วย   บางคนรักลูกแต่ไม่กล้าพูด  ไม่กล้าแสดงความรักออกมาให้ลูกเห็นเลย การยิ้มให้ การสัมผัส การกอด โอบไหล่ ล้วนแล้วแต่เป็นภาษากาย    ซึ่งบ่งบอกถึงความรักได้เป็นอย่างดี รวมถึงการสร้างครอบครัวมีสุข คือ การที่คุณพ่อและคุณแม่มีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน และรวมถึงการมีทัศนคติ ความคิดเห็นในการเลี้ยงดูอบรมสั่งสอนลูกไปในทิศทางเดียวกัน ไม่ขัดแย้งกัน หรือถ้ามีความขัดแย้งบ้างก็จะมีการพูดคุยกัน ตกลงกันให้เป็นทิศทางเดียวกันคือเป็นทีมเดียวกันนั่นเอง 2. พูดคุยสร้าง EQ  อ่านหนังสือเสริมIQ การอ่านหนังสือให้ลูกฟัง พร้อมทั้งพูดคุยไปด้วย เท่ากับกระสุนนัดเดียวยิงนกได้สองตัวเลยนะคะ ได้ทั้งอ่านหนังสือและได้พูดคุย การพูดคุย  ปริมาณคำศัพท์ที่เจ้าตัวน้อยได้ยินในช่วงที่เป็นทารก มีความสัมพันธ์กับระดับไอคิวของลูกเมื่อโตขึ้น ยิ่งคุณพ่อคุณแม่คุยกับลูกมากเท่าไร คลังคำศัพท์ในสมองของลูกก็ยิ่งมีข้อมูลมากเท่านั้น แต่ทั้งนี้ควรเลือกหัวข้อง่ายๆ ใกล้ตัว ที่ลูกสามารถเชื่อมโยงคำศัพท์กับสิ่งที่เห็นได้ การอ่านหนังสือ การอ่านนิทานให้เจ้าตัวน้อยฟัง ไม่เพียงช่วยให้คุณและลูกได้สายสัมพันธ์กันเท่านั้น แต่หนูน้อยยังได้เรียนรู้เรื่องอารมณ์ ความรู้สึก Read More …

9 เทคนิคสอนลูกเป็นคนมั่นใจกล้าแสดงออก!

กล้าตัดสินใจ กล้ารับผิด กล้าแสดงออก กล้าทำสิ่งต่างๆ เป็นคุณลักษณะของเด็กที่มีความเชื่อมั่นในตัวเอง หรือที่เรียกว่า Self Confidence เด็กจะมีทักษะด้านการพึ่งตนเอง มีความรับผิดชอบในหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายทั้งงานบ้านและงานที่โรงเรียน ปรับตัวเข้ากับสถานการณ์ใหม่ๆ ในสังคมได้ดี พ่อแม่ควรส่งเสริมและปลูกฝังเรื่องความรับผิดชอบ ให้ลูกตั้งแต่วัยอนุบาล เริ่มต้นที่พ่อแม่ต้องเป็นแบบอย่างที่ดี สนับสนุนพฤติกรรมในด้านบวก และสนับสนุนให้ลูกทำกิจกรรมต่างๆ ตามความสนใจ โดยมีผู้ใหญ่คอยดูอยู่ห่างๆ ทฤษฎีความต้องการพื้นฐานของมาสโลว์ (Maslow) บอกเอาไว้ว่า “ความเชื่อมั่นในตนเองนั้น สามารถปลูกฝังให้เกิดขึ้นได้ เพราะทุกคนในสังคมมีความปรารถนาที่จะได้รับความสำเร็จ ต้องการให้คนอื่นยอมรับกับความสำเร็จของตนด้วย ถ้าความต้องการนี้ได้รับการตอบสนองอย่างเพียงพอ จะทำให้บุคคลมีความเชื่อมั่นในตนเอง” เมื่อเด็กมีความกล้าและรับผิดชอบต่อหน้าที่แล้วได้รับการยอมรับจากผู้ใหญ่ด้วยการชื่นชม จะเห็นคุณค่าในตนเอง ส่งผลให้เด็กมีความมั่นใจในตัวเอง 9 เทคนิคสอนให้ลูกเป็นเด็กมั่นใจและรับผิดชอบ 1. เปิดโอกาสให้ทำกิจกรรมที่ชื่นชอบ เด็กบางคนชอบทำกิจกรรมการเคลื่อนไหวร่างกาย เช่น เต้นตามเสียงเพลง พ่อแม่ก็ส่งเสริมเปิดเพลงเต้นกับลูกที่บ้าน หรือพาลูกไปทำกิจกรรมตามสถานที่ต่างๆ ลูกก็จะได้แสดงความสามารถให้คนอื่นเห็น Read More …