การเรียนการสอนด้วยวิธีการแบบเปิด (Open Approach) และวิธีการศึกษาชั้นเรียน(Lesson Study)

การจัดการเรียนการสอนที่เป็นจุดเล็ก ๆ แต่เป็นก้าวที่ยิ่งใหญ่ของการพัฒนาวิชาชีพครูของไทย วิธีสอนแบบเปิด  จากการเล่าของ ดร.เฉลิมชัย  พันธ์เลิศ ดร.เฉลิมชัย  พันธ์เลิศ  เล่าว่า ไปเข้าร่วมประชุมปฏิบัติการเรื่อง Teaching Mathematics through problem solving and hand-on activities  ที่คณะศึกษาศาสตร์  มหาวิทยาลัยขอนแก่น  ที่นี่มีศูนย์คณิตศาสตรศึกษา ที่เป็นหน่วยงานที่น่าสนใจ เพราะเป็นองค์กรการเรียนรู้ มุ่งพัฒนานักศึกษาให้ทำงานควบคู่ไปกับการเรียนรู้ ได้ฝึกการบริหารจัดการ การลงไปทำงานจริงในโรงเรียน  เพราะเขาเชื่อว่าวัฒนธรรมอย่างนี้ที่จะช่วยพัฒนาคนไปสู่ระบบการศึกษา  การจัดการประชุมครั้งนี้ เขาเชิญ  Prof. Dr. Akihiko  Takahashi จาก Depaul University ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญในด้านการศึกษาชั้นเรียน(Lesson Study) มาอบรมให้ความรู้แก่พวกเรา และยังสาธิตการสอนแก่นักเรียนในโรงเรียนให้ดูด้วย การสอนครั้งนี้อาจารย์ใช้ Pattern Read More …

ดีงาม!เด็กนักเรียนในประเทศฝรั่งเศส ถูกสั่งห้ามใช้สมาร์ทโฟนในเวลาเรียน

เด็กนักเรียนในประเทศฝรั่งเศส ถูกสั่งห้ามใช้สมาร์ทโฟนในเวลาเรียน เชื่อว่าจะเป็นการลดปัญหาอาการติดมือถือ นักเรียนที่อายุต่ำกว่า 15 ปี จะถูกสั่งห้ามไม่ให้ใช้สมาร์ทโฟนในระหว่างเรียน ห้ามไม่ให้นำสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตมาโรงเรียน หรือต้องปิดเครื่องตลอดเวลาเรียน ยกเว้นแต่มีเหตุจำเป็นทางการศึกษาและนักเรียนที่มีความพิการ Jean-Michel Blanquer รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาของประเทศฝรั่งเศส ประกาศใช้กฎนี้อย่างจริงจังหลังที่ประธานาธิบดี Emmanuel Macron เคยพูดถึงการแบนโทรศัพท์มือถือในโรงเรียนในช่วงปี 2017 ขอบพระคุณที่มา CatDumb News http://news.abs-cbn.com

8 เทคนิคการสอนแนวใหม่ที่นิยมใช้ในปัจจุบัน และใช้ได้ผล ประกอบด้วยเทคนิค การสอนดังต่อไปนี้

  1. วิธีสอนแบบทำงานรับผิดชอบร่วมกัน ( Co – operative Leanning ) ความหมาย เป็นการจัดประสบการณ์เรียนรู้ที่ผู้เรียนทำงานร่วมกันและช่วยเหลือ กันในชั้นเรียน ซึ่งจะสร้างบรรยากาศที่ดีในชั้นเรียน และยังเพิ่มปฏิสัมพันธ์ที่ยอมรับซึ่งกันและกัน สร้างความภาคภูมิใจให้ผู้เรียนทุกคน นอกจากนี้ยังเพิ่มผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนอีกด้วย เพราะใน ชั้นเรียนมีความร่วมมือ ผู้เรียนจะได้ฟัง เขียน อ่าน ทวนความ อธิบาย และปฏิสัมพันธ์ ผู้เรียน จะเรียนด้วยการลงมือกระทำ ผู้เรียนที่มีจุดบกพร่องจะได้รับการช่วยเหลือจากเพื่อนในกลุ่ม ความมุ่งหมายของการสอน ความมุ่งหมายของการเรียนแบบทำงาน รับผิดชอบ ร่วมกัน คือ การให้สมาชิกทุกคนใช้ความสามารถอย่างเต็มที่ในการทำงานกลุ่ม โดยยังคงรักษา สัมพันธภาพที่ดีต่อสมาชิกกลุ่ม ในการเรียนเป็นกลุ่มแบบเดิมนั้น จุดมุ่งหมายอยู่ที่การทำงานให้ สำเร็จเท่านั้น ขั้นตอนการสอนมี 5 Read More …

“อยากให้คุณครูได้อ่าน” สอนให้สนุก นักเรียนตั้งใจเรียนทำอย่างไร?

การจัดการเรียนการสอนในปัจจุบันมักพบว่า นักเรียนไม่ตั้งใจเรียน ขาดความสนใจ ขาดความมุ่งมั่น ผู้เขียนได้เข้าร่วมประชุมปฏิบัติการเกี่ยวกับการเรียนการสอน  ได้ฟังผู้เชี่ยวชาญหลายท่านได้ให้ความรู้เกี่ยวกับการจัดการเรียนรู้ที่เป็นปัญหาถกเถียงกันไม่รู้จบในปัจจุบัน  ยิ่งผลการสอบวัดผลระดับชาติ ที่เรียกว่า NT  หรือ O-net  ของนักเรียน  ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ปีการศึกษา 2551  ออกมาสดๆ ร้อน แล้วน่าตกใจว่าการจัดการเรียนการสอนไม่สามารถพัฒนานักเรียนได้เลย  ตามความหมายของคะแนนที่ออกมา  ทำให้ผู้ใหญ่ใน สพฐ. ต้องดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งเพื่อพัฒนาและแก้ปัญหาดังกล่าวบางคนอาจวิจารณ์ว่า สอบไม่ตรงกับที่สอน  หรือ นักเรียนไม่ตั้งใจสอบก็ตามที  ปัญหานี้หลีกเลี่ยงไม่ได้เลยว่าเกี่ยวกับ ครู นักเรียน การจัดกิจกรรมการเรียนการสอน และสื่อการสอน จากประสบการณ์และได้ฟังผู้รู้หลายท่านได้ให้แนวคิดในการจัดการเรียนรู้ให้นักเรียนอยากเรียนรู้ ของผู้เขียน จึงเก็บมาฝากท่านผู้อ่าน  เพื่อให้ภาคเรียนนี้ ครูเราจะได้ปรับวิธีเรียนเปลี่ยนวิธีสอน  ดังนี้ 1.  ต้องรู้เขา รู้เรา 1.2  ต้องรู้ว่า Read More …

ครูสอนดีไม่ต้องเก่งวาจาดี-อย่าดุขี้โมโหไม่เลือกที่รักมักที่ชัง

ดร.นพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการวิจัยความสุขชุมชน มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญเปิดเผยถึงผลสำรวจความคิดเห็นในหัวข้อ”ครูสอนดีอย่างไรได้ใจเด็ก” โดยความร่วมมือกับสำนักงานส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้และคุณภาพเยาวชน (สสค.) พบว่าเด็กที่รู้สึกว่าตนเองมีฐานะปานกลางจนถึงยากจน เป็นกลุ่มที่รู้สึกว่าได้พบคุณลักษณะของคุณครูที่พึงประสงค์ ด้อยกว่าในทุกตัวชี้วัด เมื่อเทียบกับกลุ่มเด็กนักเรียนที่รู้สึกว่าตนเองเป็นคนร่ำรวย โดยเฉพาะคุณลักษณะของครูในเรื่องการพูดจาดี ไม่โมโหง่ายกลุ่มเด็กที่คิดว่าตนเองร่ำรวย ได้พบครูที่พูดจาดี ไม่โมโหง่าย มีค่าเฉลี่ยสูงถึงร้อยละ 7.98 ขณะที่กลุ่มเด็กฐานะปานกลางและยากจน พบค่าเฉลี่ยที่ต่ำกว่าคือร้อยละ 7.37 ทั้งนี้ จากการสอบถามนักเรียนพบว่า ร้อยละ 91.00 อยากให้มีครูสอนดี ร้อยละ 6.1 อยากให้มีบ้าง ร้อยละ 1.8 อยากให้มีก็ได้ไม่มีก็ได้ ขณะเดียวกันเมื่อให้ตัวอย่างจัดอันดับผลที่เกิดมากที่สุดจากการที่มีครูสอนดี พบว่าอันดับแรก ช่วยให้เด็กมีวิชาความรู้ ร้อยละ 32.1 รองลงมา ช่วยให้เด็กมีความสุขในการเรียนร้อยละ 13.0 และช่วยให้เด็กได้คะแนนสอบสูงๆ เกรดดีๆ Read More …