เด็กสมาธิสั้น!ครูและผู้ปกครองฝึกอย่างไรให้มีสมาธิมากขึ้น!

ท่านผู้ปกครองหลายท่าน อาจจะเคยพบเจอกับเหตุการณ์เหล่านี้และตั้งคำถามในใจ ซึ่งนำไปสู่ความกังวลใจต่อทั้งตัวเด็กและผู้ปกครองไม่น้อย แล้วถ้าเป็นเช่นนี้ต่อไป จะต้องทำอย่างไร หรือว่าลูกของเราเป็นโรคสมาธิสั้นจริงๆ??!!! มีผู้ปกครองหลายท่านได้โทรเข้ามาสอบถาม และปรึกษาพูดคุยกับเราในการหาทางออก ซึ่งมีผู้ปกครองจำนวนไม่น้อยที่ไม่เข้าใจถึงที่มาและสาเหตุของพฤติกรรมดังกล่าวของลูก และตั้งข้อสรุปว่า ลูกเป็นโรคสมาธิสั้น ซึ่งจริงๆแล้ว สาเหตุและทางออกนั้นมีมากมาย โดยผู้ปกครองจะต้องทำความเข้าใจก่อนว่า โรคสมาธิสั้น นั้นมีอยู่จริงหรือไม่ แล้วสาเหตุเกิดจากอะไร เรามาลองทำความเข้าใจกันใหม่เกี่ยวกับโรคสมาธิสั้นกันดีกว่าคะ สมาธิ คือ ความสามารถในการจดจ่อในการทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งโดยไม่วอกแวก หรือถูกกระตุ้นเพื่อให้เกิดการหันเหความสนใจไปกับสิ่งอื่นได้อย่างง่ายดาย สาเหตุของสมาธิสั้น ระดับสมาธิที่พบในเด็กนั้น ขึ้นอยู่กับความสามารถของสมองของเด็กแต่ละคน ซึ่งเด็กแต่ละคนนั้นก็จะมีความสามารถทางด้านสมองที่แตกต่างกันออกไป สมองจึงเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อความสามารถและประสิทธิภาพในการรับรู้และวิเคราะห์ข้อมูลในด้านต่างๆของเด็กแต่ละคน ไม่ว่าจะเป็นการเรียนหรือแม้กระทั่งการใช้ชีวิตประจำวันนั้น สมองที่เกิดการพัฒนาอย่างล่าช้าและขาดประสิทธิภาพที่ดีพอ ก็ส่งผลทำให้ทักษะพื้นฐานในการเรียนรู้ทักษะด้านต่างๆนั้นช้าตามไปด้วย เช่น ·ไม่สามารถจดจ่อในสิ่งที่ครูสอน ·ไม่เข้าในบทเรียน เบื่อหน่ายได้ง่าย ·ชอบคุยเล่นกับเพื่อนในขณะที่ครูสอน ·เหม่อลอย ซึ่งเมื่อครูและผู้ปกครองพบเห็นก็อาจจะคิดว่าเด็กเป็นโรคสมาธิสั้นนั่นเอง ดังนั้นทักษะพื้นฐานของสมองในแต่ละช่วงวัยนั้นจึงควรได้รับการพัฒนา เพื่อสร้างความแข็งแรงและเพิ่มประสิทธิภาพในการเรียนรู้ได้อย่างต่อเนื่องและถูกวิธี   Read More …

9 พฤติกรรมของพ่อแม่!ที่ทำให้ลูกกลายเป็นเด็กที่ไม่รู้จักโต!

พ่อและแม่คือคนที่รักและหวังดีกับลูกมากที่สุด แต่ในบางครั้งความหวังดีของเราอาจย้อนกลับมาทำร้ายลูกอย่างไม่ได้ตั้งใจก็เป็นได้ ซึ่งกว่าเราจะรู้ตัวก็อาจสายเกินแก้แล้ว วันนี้เราจึงมีบทความที่อยากจะให้ลองอ่านกันดูเผ่ือเราจะช่วยกันทำให้เด็กๆของเรา ได้มีภูมิคุ้มกันทางด้านจิตใจที่พร้อมจะต่อสู้กับปัญหาต่างๆมากมายในชีวิตกับอนาคตข้างหน้าได้อย่าง สมบูรณ์แบบ 1.ไม่ยอมปล่อยให้ครูมาว่ากล่าว ตักเตือน หรือตีลูก ถ้าลูกมาฟ้องคุณว่าถูกครูตีหรือว่ากล่าวตักเตือน ซึ่งนั่นอาจทำให้คุณพ่อคุณแม่มีอาการหัวร้อนและพร้อมจะไปเคลียร์กับครูที่โรงเรียน แต่เรื่องนี้เป็นสิ่งที่อยากบอกว่าคนเป็นพ่อเป็นแม่ต้องใจเย็นๆก่อน และอาจต้องสอบถามลูกถึงสาเหตุที่ครูทำเช่นนั้น ซึ่งหากลูกทำความผิดจริงๆ และการลงโทษไม่ได้ร้ายแรงจนถึงขั้นเลือดตกยางออก คุณพ่อคุณแม่ก็ไม่ต้องถึงขั้นไปคุยกับคุณครูเองที่โรงเรียน ควรปล่อยให้เป็นหน้าที่ของคุณครูที่ต้องอบรมสั่งสอนลูกของเราอยู่แล้ว แต่สิ่งที่ควรทำคือให้คุณพ่อคุณแม่สอนลูกแทนว่าจะต้องทำตัวอย่างไรเพื่อไม่ให้โดนครูว่าหรือตีอีก 2.ทำการบ้านให้ สำหรับคุณพ่อคุณแม่คนไหนที่ชอบทำการบ้านให้ลูกเป็นประจำ ควรเลิกทำแบบนี้ปอย่างเด็ดขาด เพราะสิ่งที่คุณกำลังทำอยู่นี้จะทำให้ลูกไม่ได้ฝึกคิดหรือเรียนรู้อะไรเลย ซึ่งถ้าไม่อยากให้ลูกเติบโตมาแบบไม่มีความรู้ในสมอง ก็อย่าทำร้ายลูกทางอ้อมแบบนี้เลยค่ะ 3. นำของที่ลูกลืมไปให้ถึงที่โรงเรียน การที่ลูกโทรมาเพื่อบอกให้คุณพ่อคุณแม่นำเอาสิ่งของที่ลืมไปส่งที่โรงเรียน โดยที่คุณก็ทำตามที่ลูกสั่งทุกครั้ง ซึ่งนั่นอาจทำให้ลูกกลายเป็นเด็กที่ไม่รอบคอบได้ ดังนั้นเมื่อลูกโทรมาเพื่อให้คุณพ่อคุณแม่ทำแบบนั้นอีก โดยที่ของชิ้นนั้นไม่ได้มีความสำคัญถึงขั้นคอขาดบาดตายอะไร ก็ควรบอกปัดเพื่อให้ลูกรู้จักมีความรอบคอบมากขึ้นและตรวจความเรียบร้อยของสิ่งของเครื่องใช้ที่ต้องเอาไปโรงเรียนก่อนออกจากบ้านทุกครั้ง 4. ซักเสื้อผ้าให้ลูก เมื่อลูกโตพอที่จะทำงานบ้านได้แล้ว แต่คุณพ่อคุณแม่ไม่เคยฝึกหรือให้ลูกได้ทำด้วยตัวเอง และการที่คุณแม่ซักเสื้อผ้าให้ลูกทุกวันอาจทำให้เด็กเคยตัวและเป็นคนไม่มีวินัยในตัวเองหรือความรับผิดชอบ ดังนั้นหากเด็กอยู่ในวัยที่พอเรียนรู้และทำอะไรด้วยตัวเองได้แล้ว คุณแม่ก็ควรสอนลูกถึงวิธีการใช้เครื่องซักผ้าหรือการซักผ้าด้วยมือ เพื่อที่เขาจะได้ฝึกทำมันด้วยตัวเอง Read More …

8 คำพูดที่ไม่ควรพูดกับเด็ก คำพูดที่ปิดกั้นพัฒนาการเด็ก ครูและผู้ปกครองอ่านด่วนก่อนจะสายไป

เด็ก ๆ ที่อยู่ในช่วงของวัยเรียนรู้ มักจะเป็นคนช่างสังเกตและจดจำรายละเอียด โดยเฉพาะคำพูดของผู้ใหญ่ ดังนั้นคุณพ่อคุณแม่ต้องระมัดระวังคำพูดเป็นอย่างยิ่งนะคะ เพราะอาจจะส่งผลเสียต่อพัฒนาการเด็กได้ วันนี้เลยมีคำต้องห้ามมาฝากกัน ไปดูกันเลยค่ะว่ามีคำอะไรที่ไม่ควรพูดเพราะอาจจะทำให้ปิดกั้นพัฒนาการเด็กบ้าง     1. ทำอะไรไม่ได้สักอย่าง คำพูดนี้ไม่ว่าเด็กหรือผู้ใหญ่ก็ไม่ชอบกันทั้งนั้นใช่ไหมละคะ ฟังแล้วรู้สึกเสียความมั่นใจ ไม่ว่าคุณพ่อคุณแม่จะโมโหหรือโกรธสักแค่ไหน ก็ไม่ควรเผลอพูดคำนี้ออกมาเด็ดขาด เพราะนั้นจะทำให้เด็กไม่กล้าจะลองทำสิ่งใหม่ๆ พัฒนาการเด็กก็จะย้ำอยู่กับที่ และอาจจะไม่กล้าแสดงออกอีกต่อไป ดังนั้นควรใช้คำพูดในเชิงบวกเข้าไว้ ค่อย ๆ สอน ค่อย ๆ แนะนำและให้กำลังใจจะเป็นผลดีกว่านะคะ   2. หุบปากแล้วอยู่เงียบ ๆ เด็กที่อยู่ในวัยที่กำลังหัดพูด มักจะชอบพูดไปตามประสาหรือพูดอยู่ตลอดเวลา หากเด็กพูดคำที่ไม่เหมาะสม คุณพ่อคุณแม่ก็ควรพูดหรือสอนกับลูกดีๆ อย่าแสดงอาการแสดงรำคาญเวลาที่ลูกถามหรือสงสัย เพราะเด็กจะไม่กล้าถาม ไม่กล้าแสดงออก และรู้สึกเก็บกด และพัฒนาการของก็จะช้าลง Read More …

11 วิธีเลี้ยงลูกให้ดี EQ สูง!!!

วันนี้เราจะมาคุยกันด้วยเรื่อง ที่ต่อเดือนที่แล้วว่าจะเลี้ยงลูกให้มี E.Q.สูงได้อย่างไร อย่างที่ผมได้พูดคุยกับท่านผู้อ่านไปแล้วว่าเรื่องของ I.Q.หรือระดับสติปัญญานั้นขึ้นกับปัจจัยหลักคือสมองและระบบประสาทที่ดี พร้อมที่จะรับรู้ข้อมูลและเรียนรู้ อิทธิพลที่มีผลของระดับสติปัญญาขึ้นกับพันธุกรรม (Gene) ค่อนข้างมาก พูดง่ายๆ ก็คือถ้าพ่อแม่เฉลียวฉลาดย่อมมีโอกาสสูงที่ลูกจะเฉลียวฉลาดเช่นกัน ปัจจัยอื่นๆก็คือการได้รับสารอาหารเพียงพอต่อการเจริญเติบโตของสมองตั้งแต่ เด็กยังอยู่ในครรภ์และตลอดช่วงวัยเด็ก นอกจากนั้นยังต้องได้รับการกระตุ้นอย่างเหมาะสมด้วย จะเห็นว่าเรื่องของพันธุกรรมเป็นเรื่องที่่เราควบคุมไม่ได้ แต่เรื่องของ E.Q.นั้น เราสร้างเสริมให้ลูกได้ทั้งสิ้น ลองมาดูกันเลยครับว่า12 วิธีเลี้ยงลูกให้ดี… E.Q.สูง มีอะไรกันบ้าง ให้ความรัก เป็นข้อแรกที่สำคัญมากและไม่เพียงแต่ให้ความรักเท่านั้นคุณพ่อคุณแม่ต้องแสดงออกอย่างเหมาะสมอีกด้วย บางคนรักลูกแต่ไม่กล้าพูด ไม่กล้าแสดงความรักออกมาให้ลูกเห็นเลย การยิ้มให้ การสัมผัส การกอด โอบไหล่ ล้วนแล้วแต่เป็นภาษากายซึ่งบ่งบอกถึงความรักได้เป็นอย่างดี ครอบครัวมีสุข คือ การที่คุณพ่อและคุณแม่มีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน และรวมถึงการมีทัศนคติ ความคิดเห็นในการเลี้ยงดูอบรม สั่งสอนลูกไปในทิศทางเดียวกัน ไม่ขัดแย้งกัน หรือถ้ามีความขัดแย้งบ้างก็จะมีการพูดคุยกัน ตกลงกันให้เป็นทิศทางเดียวกันคือเป็นทีมเดียวกันนั่นเอง Read More …