ครูสอนดีไม่ต้องเก่งวาจาดี-อย่าดุขี้โมโหไม่เลือกที่รักมักที่ชัง

ดร.นพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการวิจัยความสุขชุมชน มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญเปิดเผยถึงผลสำรวจความคิดเห็นในหัวข้อ”ครูสอนดีอย่างไรได้ใจเด็ก” โดยความร่วมมือกับสำนักงานส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้และคุณภาพเยาวชน (สสค.) พบว่าเด็กที่รู้สึกว่าตนเองมีฐานะปานกลางจนถึงยากจน เป็นกลุ่มที่รู้สึกว่าได้พบคุณลักษณะของคุณครูที่พึงประสงค์ ด้อยกว่าในทุกตัวชี้วัด เมื่อเทียบกับกลุ่มเด็กนักเรียนที่รู้สึกว่าตนเองเป็นคนร่ำรวย โดยเฉพาะคุณลักษณะของครูในเรื่องการพูดจาดี ไม่โมโหง่ายกลุ่มเด็กที่คิดว่าตนเองร่ำรวย ได้พบครูที่พูดจาดี ไม่โมโหง่าย มีค่าเฉลี่ยสูงถึงร้อยละ 7.98 ขณะที่กลุ่มเด็กฐานะปานกลางและยากจน พบค่าเฉลี่ยที่ต่ำกว่าคือร้อยละ 7.37 ทั้งนี้ จากการสอบถามนักเรียนพบว่า ร้อยละ 91.00 อยากให้มีครูสอนดี ร้อยละ 6.1 อยากให้มีบ้าง ร้อยละ 1.8 อยากให้มีก็ได้ไม่มีก็ได้ ขณะเดียวกันเมื่อให้ตัวอย่างจัดอันดับผลที่เกิดมากที่สุดจากการที่มีครูสอนดี พบว่าอันดับแรก ช่วยให้เด็กมีวิชาความรู้ ร้อยละ 32.1 รองลงมา ช่วยให้เด็กมีความสุขในการเรียนร้อยละ 13.0 และช่วยให้เด็กได้คะแนนสอบสูงๆ เกรดดีๆ Read More …

เด็กสอบตกควรโทษใครดี (คุณครูป้ายแดง)

เด็กสอบตกควรโทษใครดี โทษคุณครูที่สอนไม่ดี หรือโทษตัวเด็กเอง ในฐานะครูคนหนึ่งที่สอนวิชาภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร ผมทำตามหน้าที่อย่างเคร่งครัด สอนให้จนหมดไส้หมดพุง แต่เด็กก็ยังสอบตก ผู้ปกครองก็โทษคุณครูที่สอนไม่ดี ผอ.ก็เรียกไปตำหนิว่าทำไมให้เด็กตก ทำไมไม่ให้ผ่าน ผมในฐานะครูที่ต้องการให้เด็กมีความรู้ความสามารถ ผมไม่อาจปล่อยให้เค้าสอบผ่านทั้งที่ยังไม่เข้าใจในวิชาที่ผมสอนได้ ผู้ปกครองโกรธ ผอ.ก็ไม่สบอารมณ์ เด็กก็นั่งร้องไห้ เจอสถานการณ์แบบนี้เกิดความรู้สึกท้อ และไม่อยากจะทำอาชีพนี้อีก แล้วจะทำไงต่อดี ช่วยหาคำตอบให้ผมทีครับ จากคุณครูป้ายแดง กระทู้พันทิปจาก https://pantip.com/topic/33334616

เด็กสมัยนี้สอนยาก หรือ ครูสอนไม่เป็น?

เพิ่งผ่านวันครูมาได้ไม่นานทำให้รู้สึกนึกถึงสมัยที่ยังเป็นนักเรียนและคิดไม่ตกกับเรื่องระบบการศึกษาไทย ซึ่งเมื่อพูดถึงเรื่องนี้ก็มักจะมีคำถามซ้ำๆเกิดขึ้นมาเสมอ ทำไมครูยังคงสอนแบบเดิม 10 ปีที่แล้วเป็นอย่างไร ตอนนี้ก็เป็นแบบเดิม ทำไมเด็กไทยใช้เวลาไปกับการเรียนหลายคาบต่อวัน แต่เด็กกลับโตมาแบบคิดวิเคราะห์ไม่เป็น ทำไมเด็กเดี่ยวนี้ถึงสอนยาก หรือเด็กไทยโง่? “ เด็กทุกคนสามารถเรียนรู้ได้ แต่ต้องสอนด้วยวิธีที่ต่างกัน เพราะเด็กแต่ละคนต่างก็มีพื้นฐานหรือต้นทุนชีวิตที่จะเข้าใจในเรื่องใดเรื่องหนึ่งมา ไม่เท่ากัน” ขอบพระคุณภาพประกอบและบทความจาก https://today.line.me/ เป็นคำพูดของ ทัฬหวิชญ์ ฐิติรัตน์สกุล หรือ สกาย ครูรุ่นใหม่ไฟแรงด้วยวัยเพียง 25 ปีที่ยังคงเชื่อมั่นในศักยภาพของเด็กไทย ซึ่งจบจากคณะเศรษฐศาสตร์ ภาควิชาภาษาอังกฤษ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และเป็นอดีตนักวิจัยการตลาดให้กับบริษัทชื่อดังหลายแห่ง โดยสกายเล่าว่าที่ผันตัวเองมาเป็นครู เพราะรู้สึกว่า อาชีพที่เคยทำให้ประโยชน์แค่กับคนรวยไม่กี่กลุ่ม และเขาสามารถทำให้งานเค้ามันให้อะไรกับสังคมได้มากกว่านั้น จนมาพบกับ มูลนิธิ Teach for Thailand ที่สรรหาคนรุ่นใหม่จากทุกสาขาอาชีพเพื่อเข้าไปเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงและสร้างอนาคตด้านการศึกษาที่ดีให้กับเด็กในชุมรายได้น้อย ซึ่งสกายใช้เวลา 2 ปีกับการศึกษาและเรียนรู้ถึงแก่นปัญหาของระบบการศึกษากับเด็กไทย Read More …

จำเป็นมากๆ 7 วิธีสอนลูกอย่างไรให้เป็นคนมีมารยาท?

แม้ว่าการสอนลูกให้เป็นคนมีมารยาทจะฟังดูเป็นเรื่องยากสำหรับคุณพ่อคุณแม่ แต่จะกลายเป็นเรื่องที่ง่ายขึ้นเยอะหากมีการวางแผนที่ดี และเริ่มที่จะทำตั้งแต่ลูกยังเล็ก ไปดูวิธีอย่างละเอียดที่จะช่วยให้คุณสอนลูกให้เป็นคนมีมารยาทกันค่ะ คุณพ่อคุณแม่อาจเคยเห็นเด็กที่พูดจาสุภาพอ่อนหวาน ค๊ะขา ครับผมตลอดเวลา ชอบช่วยเหลือเพื่อนฝูง ยิ้มหวานอย่างเป็นมิตร จนอยากจะให้ลูกของคุณเป็นเทพธิดานางฟ้าตัวน้อย ๆ แบบนี้บ้างใช่มั้ยคะ ถ้าการสอนลูกให้เป็นคนมีมารยาทฟังดูเป็นเรื่องยากสำหรับคุณ ไปดูวิธีอย่างละเอียดที่จะช่วยให้คุณสอนลูกให้เป็นคนมีมารยาทกันค่ะ เริ่มตั้งแต่ยังเล็ก: เด็กเล็กอายุ 2-5 ปีเป็นช่วงอายุที่เหมาะที่สุดที่คุณพ่อคุณแม่จะสอนลูกให้เป็นคนมีมารยาทนะคะ เพราะเขาจะเลียนแบบทุกสิ่งที่เขาได้ยิน ได้ฟัง และจะทำตามคำขอของคุณทุกอย่าง คุณสามารถสอนมารยาทในการเข้าสังคมขั้นพื้นฐานให้เขาในช่วงเวลานี้ ฝึกให้เขามีมารยาทในเรื่องต่าง ๆ ให้มากเท่าที่เขาจะทำได้ และหลอมละลายให้ติดเป็นนิสัย คุณควรเป็นตัวอย่างที่ดีให้เขาด้วย เพื่อให้เขามองคุณเป็นแบบอย่างที่ดีและทำตามคุณได้ทุกขั้นตอน สอนให้เขาพูดคำดีๆ: การมีมารยาทที่ดีหมายถึงคำพูดที่ดี อย่างเช่น ค่ะ/ครับ นะคะ/นะครับ ขอบคุณค่ะ/ขอบคุณครับ สวัสดีค่ะ/สวัสดีครับ ซึ่งคำเหล่านี้เป็นคำทักทายและเป็นคำพูดทั่วไปที่สามารถใช้ในสังคมได้ สอนให้ลูกคุณพูดคำเหล่านี้ทุกครั้งที่มีโอกาสจนติดปากเขาเองในที่สุด สอนให้เขารู้จักมีความเคารพ: ส่งเสริมให้เขามีความเคารพผู้อื่น ให้เขาปฏิบัติกับผู้อื่นเหมือนอย่างที่เขาอยากให้ผู้อื่นปฏิบัติกับเขา และให้เขาเห็นความสำคัญของการปฏิบัติต่อคนอื่นอย่างใจเย็นและสุภาพ มารยาทบนโต๊ะอาหาร: เมื่อไรก็ตามที่ลูกของคุณโตพอที่จะร่วมทานอาหารบนโต๊ะกับคุณได้ Read More …

การใช้เทคนิค “การสอนให้เหมาะสมกับวัย”

การดำรงตนเป็นครูที่ดี สามารถช่วยเหลือเด็กให้มีพัฒนาการเติบโตตามวัยและเต็มศักยภาพได้ ไม่จำเป็นที่ครูจะต้องจบปริญญาเอกด้านจิตวิทยา ขอเพียงแค่ให้ครูมีพื้นฐานทางด้านการพัฒนาเด็กเพียงเล็กน้อยก็เพียงพอที่จะช่วยให้ครูสามารถสร้างแผนการเรียนรู้และกิจกรรมที่มีประสิทธิภาพและเหมาะสมให้กับเด็ก นอกจากนี้ การเข้าใจคอนเซ็ปต์พื้นฐานบางประการจะยังช่วยให้ครูสามารถสร้างความสัมพันธ์อันดีกับเด็ก และกำหนดขั้นตอนการเรียนรู้ได้ ยกตัวอย่าง การจัดการเรียนการสอนให้กับกลุ่มเด็กวัยก่อนอ่าน หรือเด็กในวัยเริ่มต้นหัดอ่าน (อายุระหว่าง 3-8 ปีโดยประมาณ) ครูหรือผู้สอนจะต้องผ่านการฝึกอบรมวิธีสอนมาโดยเฉพาะ ทั้งนี้ สังเกตได้ว่าครูที่ไม่ได้รับการอบรมมาโดยเฉพาะแล้วมาสอน อาจจะทำให้เด็กเกิดปัญหาตามมาคือ เด็กไม่สามารถปฏิบัติตามที่ครูคาดหวังได้ ทั้งนี้เนื่องจากครูเองมักเป็นฝ่ายจัดกิจกรรมที่ไม่เหมาะสมกับระดับการพัฒนาการของเด็ก สำหรับเด็กในวัยโตกว่านี้ จะมีความสามารถในการเข้าใจสิ่งที่ยากและซับซ้อนขึ้น และสามารถฝึกทักษะการเรียนรู้ที่แตกต่างหลากหลายได้มากขึ้น อย่างไรก็ตาม การเติบโตดังกล่าวเป็นเพียงลักษณะหนึ่งของกระบวนการพัฒนาไปสู่ความเป็นผู้ใหญ่ที่สมบูรณ์และมีความสามารถเท่านั้น สิ่งสำคัญที่สุดคือ การเข้าใจพัฒนาการของเด็กจะช่วยให้ครูคำนึงถึงจุดแข็งของเด็กแต่ละคน ความคาดหวังที่ครูควรมี ตลอดจนวิธีการที่ดีที่สุดที่ครูจะสามารถช่วยเหลือเด็กให้พัฒนาได้เต็มตามศักยภาพของตน พัฒนาการ 3 ด้านของเด็ก เด็กมีการเจริญเติบโตหลักๆ 3 ด้าน คือ ด้านสติปัญญา ด้านร่างกาย และด้านอารมณ์-สังคม ในด้านสติปัญญาหมายถึงการมีทักษะในเชิงความรู้วิชาการต่างๆ อาทิเช่น Read More …