อ่านด่วน!ห้ามคลิกผ่าน รู้จักกับโรค “ลำไส้โป่งพอง” น่ากลัวกว่าที่คิด

มีอีกหนึ่งโรคที่เชื่อว่าหลายคนคงจะไม่คุ้นหูมากนักกับโรคลำไส้โป่งพอง เป็นโรคที่ส่งผลต่อระบบขับถ่าย เพราะคนที่ป่วยเป็นโรคนี้มักจะไม่สามารถขับถ่ายได้ด้วยตนเองต้องใช้วิธีการสวนเพื่อช่วยในการขับถ่าย ทั้งยังพบว่าบางรายที่มีอาการรุนแรงนั้นไม่ขับถ่ายเป็นเวลานับปี ส่งผลให้ลำไส้ขยายใหญ่และท้องมีขนาดใหญ่ขึ้น กระทั่งปวดท้องรุนแรงและต้องทำการผ่าตัด เรียกได้ว่าเป็นโรคที่น่ากลัวไม่น้อย และทุกคนควรทำความรู้จักกับโรคนี้โดยทั่วกัน ข้อมูลจาก รายการพบหมอรามา ช่วง Big Story โรคสำไส้ใหญ่โป่งพองตั้งแต่กำเนิด วันที่ 4 กรกฎาคม 60 อ.นพ. ชลศักดิ์ ถิรภัทรพันธ์ สาขาวิชากุมารศัลยศาสตร์ ภาควิชาศัลยศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล http://med.mahidol.ac.th

5 ความเชื่อเรื่องสุขภาพผิดๆ ที่มากับละคร!

บอกได้เต็มปากเต็มคำว่า สื่อมีหน้าที่สะท้อนสังคมก็จริง แต่ก็ต้องหน้าที่เผยแพร่ความรู้ความเข้าใจในเรื่องที่ถูกต้องให้ประชาชนได้ทราบกันด้วย ไม่ว่าเรื่องนั้นจะเป็นเพียงละครก็ตาม แต่อย่างน้อยคนดูต้องได้รับสิ่งที่ผู้จัดต้องการจะสื่ออย่างชัดเจน ดังนั้นเป็นหน้าที่ของทีมงานที่ต้องทำงานกันอย่างหนัก เพื่อให้ได้มาซึ่งบทละคร และการแสดงที่เป็นประโยชน์ต่อคนดู แม้จะเป็นเพียงละครเพื่อความบันเทิงก็ตาม หลายเรื่องราวที่เกี่ยวกับสุขภาพ การแพทย์ โรคภัยไข้เจ็บต่างๆ ที่ถ่ายทอดผ่านตัวละครในเรื่อง ทำให้คนดูจำและนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้ แต่ยังมีละครบางเรื่องที่ทำให้คนดูมีความเข้าใจคลาดเคลื่อน จะเป็นเรื่องอะไรบ้าง Sanook! Health รวบรวมมาให้ค่ะ 1. ต่อเลือดสายตรง เคยเห็นกันไหมคะ ที่พระเอก หรือแม้กระทั่งพระรองที่ยอมเสียสละตัวเอง นอนให้เลือดอยู่เตียงข้างๆ นางเอก น้ำตาคลอเบ้า พร้อมมีสายต่อส่งเลือดจากแขนพระเอก ไปสู่แขนนางเอกตรงๆ หรือแม้กระทั่งภาพยนตร์ฮอลลีวูดบางเรื่องก็มีฉากนี้ (แต่เป็นภาพยนตร์แฟนตาซีเล็กๆ และสื่อถึงเรื่องราวของสมัยโบราณ) การให้เลือดแบบนี้มีแต่ในโบราณกาลที่ยู่ในช่วงการแพทย์ยังมีการลองผิดลองถูกกันอยู่ ซึ่งเป็นวิธีที่ผิดมาก ปัจจุบันการให้เลือด ต้องมีการตรวจสอบจากทีมเทคนิคการแพทย์ ว่าเลือดของผู้ให้ สามารถเข้ากันได้กับเลือดของผู้รับหรือเปล่า เราเรียกขั้นตอนนี้ว่า “Cross  Matching” หากให้เลือดกับผู้ป่วยที่สุดท้ายเลือดเข้ากันไม่ได้ หรือหากให้เลือดผิดกรุ๊ปกันขึ้นมา ผู้ป่วยอาจเกิดอาการช็อคจนเสียชีวิตได้ค่ะ   Read More …

5 เมนูอาหาร “ดีท็อกซ์” ลำไส้ ทานง่าย ถ่ายคล่อง!

1.แกงจืดเต้าหู้หมูสับผักกาดขาว เมนูอาหารคลีนๆ ทานง่าย ราคาไม่แพงชามนี้นี่แหละค่ะ ที่จะทำให้คุณได้ผ่อนคลายความอึดอัดท้องได้ในเวลาไม่นาน ใครอยากจะคลีนหนักๆ เปลี่ยนหมูสับเป็นอกไก่ได้ แต่อย่าลืมพระเอกของเราคือผักกาดขาว นอกจากนี้ใครมีต้นผอม ผักชี คื่นช่าย หอมหัวใหญ่ แครอท และมะเขือเทศ ก็อย่าลืมใส่ไปด้วย จำไว้ว่าผักยิ่งเยอะยิ่งดี   2.แกงส้มผักรวม เราแนะนำแกงส้มผักรวมมากกว่าแกงส้มที่ใส่ผักชนิดใดชนิดหนึ่งอย่างเดียว เลือกใส่พริกแกงส้มนิดหน่อย ไม่ต้องเข้มข้นมากก็ได้ ระวังเค็ม+รสจัดมากเกินไปไม่ดีต่อกระเพาะอาหารและลำไส้ (ที่สำคัญระวังแสบ…. เวลาถ่าย) ผักรมที่เราแนะนำ ต้องมีมะละกอ ผักกาดขาว หัวไชเท้า และที่ควรมีคือชะอมชุบไข่ มะรุม และดอกแค เพราะมีฤทธิ์ช่วยถ่าย และยังมีกากใยอาหารมากเป็นพิเศษ 3.ต้มจับฉ่าย พอได้ยินว่าเป็นจับถ่าย เราก็นึกถึงหม้อต้มใบใหญ่ที่อัดแน่นไปด้วยสารพัดผักเท่าที่จะหามาต้มกันได้ รสชาติเค็มๆ หวานๆ อาจใส่ซี่โครงหมูต้มเปื่อยๆ และเห็ดหอมดอกใหญ่ๆ Read More …

14 เรื่องมหัศจรรย์!ความลับของร่างกาย(รู้แล้วจะหนาว!)

จิตใจของคนเรายากแท้จะหยั่งถึง ร่างกายของเราเองก็เช่นกันที่มีระบบต่าง ๆ ซับซ้อนซ่อนอยู่ ซึ่งถ้าเราไม่ใช่หมอที่มีความรู้ หรือนักวิทยาศาสตร์ ก็คงไม่มีโอกาสได้รับรู้ความลับของร่างกายอีกหลายต่อหลายอย่าง แต่ถึงแม้ว่าเราจะไม่ใช่หมอ ก็สามารถรับรู้ความลับของระบบต่าง ๆ ภายในร่างกายได้เหมือนกัน เพราะเว็บไซต์ Readers’ Digest เขาได้หอบเอาข้อมูลจาก Travis Stork หัวเรือใหญ่ของรายการ The Doctors มาฝากกันด้วย เอาเป็นว่ารีบมาอ่านกันดีกว่า ร่างกายเขาอยากจะบอกความลับให้เราได้รู้กันแย่แล้วจ้า สมองมีความคิดกว่า 20,000 อย่างต่อวัน 1.เคยสงสัยกันไหมคะว่าวัน ๆ หนึ่งในสมองของเรามีความคิดวนไปเวียนมากันมากเท่าไร? คำตอบก็คือเซลล์สมองและเส้นประสาทนับ 100 พันล้านเซลล์มีการติดต่อสื่อสารกันอยู่ตลอดเวลา เฉลี่ยแล้วก็ประมาณ 5-50 ครั้งต่อวินาที ชีพจรเต้นเร็ว 270 ไมล์ต่อชั่วโมง และปรากฏการณ์นี้ก็ทำให้เราสามารถพูดเห็นและเห็นสิ่งของต่าง ๆ Read More …

“มะระ”ป้องเบาหวาน-จัดการริดสีดวง!

โดย – โต๊ะข่าวเกษตร  ผิวขรุขระของมะระจีน หรือเรียกสั้นๆ ”มะระ” เด็กหรือแม้กระทั่งผู้ใหญ่บางคนมักจะเมินหน้าหนี ด้วยรสขมนำ จนยากที่คนไม่ชอบจะฝืนกลืนลงได้ ด้วยเหตุผลเดียวกันนี้มะระจึงนิยมกินกันเพียงเฉพาะแค่ในแถบเอเชีย เช่น ไทย จีน อินเดีย เวียดนาม ฟิลิปปินส์ และอินโดนีเซีย รสขมของมะระเกิดจากสาร โมมอร์ดิซิน (Momordicin)  สารอัลคาลอยด์ที่ดีต่อผู้ป่วยเบาหวาน เนื่องจากช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด โดยออกฤทธิ์คล้ายสารอินซูลิน จึงแนะนำว่าให้ผู้ป่วยเบาหวานดื่มน้ำมะระคั้นสด 4 ช้อนโต๊ะ วันละ 3 ครั้ง มะระยังมีสรรพคุณช่วยย่อยอาหาร ขับพยาธิ แก้ร้อนใน กระหายน้ำ และเป็นยาระบายอ่อน   เป็นพืชตระกูลเดียวกับบวบ แตงกวา ฟัก (CUCURBITACEAE) ที่อยู่คู่กับคนเอเชียมาช้านาน Read More …