ให้ภาษาคอมพิวเตอร์ Coding เป็นภาษาที่ 3 ของหลักสูตรการศึกษาไทย

เมื่อวันที่ 20 ก.ค. 2562 เพจ.ศธ. 360 องศาได้เปิดเผย เรื่องราวรมช.ศธ.(ดร.คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช ) ตรวจเยี่ยมสถานศึกษา ที่ลพบุรี โดยท่านได้เล็งเห็นความสำคัญของทักษะด้านภาษาคอมพิวเตอร์ และเตรียม ให้ภาษาคอมพิวเตอร์ Coding เป็นภาษาที่ 3 ของหลักสูตรการศึกษาไทย โดยมีรายละเอียดดังนี้ ย้ำ ศธ. มีนโยบายส่งเสริมการเรียนการสอนภาษาคอมพิวเตอร์ หรือ Coding เป็นภาษาที่ 3 ของหลักสูตรการศึกษาไทย นอกเหนือจากภาษาไทย และภาษาต่างประเทศ เพราะวันนี้การเรียนภาษา ไม่ได้ถูกจำกัดอยู่ที่ภาษาพูดของมนุษย์เท่านั้น อกจากนี้คุณหญิง กัลยา โสภณพนิช รมช.ศึกษาธิการ ได้กล่าวในการับตำแหน่ง รมช.ศธ. ว่า มีความยินดีที่จะนำความรู้ความสามารถและความเชี่ยวชาญมาช่วยพัฒนาการศึกษาไทย Read More …

กระทรวงศึกษาธิการ ยกเลิกระเบียบจ่ายค่าตอบแทนผู้จัดทำหลักสูตร

ดร.สุเทพ ชิตยวงษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยว่า ตามที่ นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ อดีต รมว.ศึกษาธิการ หารือถึงกรณีค่าลิขสิทธิ์การเขียนหนังสือเรียนของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เนื่องจากที่ผ่านมาเมื่อมีการจัดพิมพ์แบบเรียนก็จะต้องมีการจ่ายค่าลิขสิทธิ์ให้แก่ผู้ที่เขียนหนังสือเรียนจำนวน 3% จากการพิมพ์แบบเรียนทั้งหมด ซึ่งถือว่ามีมูลค่าหลายร้อยล้านบาท แต่ในเมื่อ สพฐ.เป็นผู้ว่าจ้างให้นักเขียนมาแต่งตำราเรียนให้เหตุใดลิขสิทธิ์จึงไม่ตกเป็นของ สพฐ. อีกทั้งยังต้องมีการจ่ายค่าลิขสิทธิ์ทุกปีรวมถึงค่าลิขสิทธิ์ยังตกเป็นมรดกของทายาทนักเขียนด้วยนั้น ซึ่งล่าสุดเมื่อวันที่ 26 เม.ย.62 นพ.ธีระเกียรติได้เซ็นคำสั่งยกเลิกระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ เรื่องให้ยกเลิกระเบียบ ศธ.ว่าด้วยการให้รางวัลหรือค่าตอบแทนผู้จัดทำหลักสูตรหรือสื่อการเรียนรู้ในการศึกษาขั้นพื้นฐานและการศึกษาปฐมวัย พ.ศ.2552 แล้ว ทั้งนี้ เพื่อให้สอดคล้องกับกฎหมายว่าด้วยวินัยการเงินการคลังของรัฐ “ซึ่งหลังจาก รมว.ศธ.มีคำสั่งยกเลิกระเบียบดังกล่าว สพฐ.ได้ทำหนังสือถึงกระทรวงการคลังเพื่อทบทวนแนวทางการให้ค่าตอบแทนผู้จัดทำหลักสูตรว่ายังต้องดำเนินการหรือไม่ เนื่องจากการจัดทำหลักสูตร หรือสื่อการเรียนรู้จะมีการตั้งคณะกรรมการจัดทำหลักสูตรขึ้น และในหนังสือเรียนแต่ละเล่มนั้นยังมีการนำบทความหรือบทกลอนจากผู้เขียนต่างๆมาใช้อยู่ โดยส่วนใหญ่ เป็นหนังสือเรียนรายวิชาภาษาไทย ซึ่งในส่วนนี้ถือเป็นลิขสิทธิ์ของผู้แต่งบทความและบทกลอนนั้นๆ ดังนั้น Read More …

คำถาม: การจัดทำหรือพัฒนาหลักสูตรนั้นมีสิ่งที่ต้องปฏิบัติและพิจารณาที่สำคัญ คือ

คำตอบ: 1.การศึกษาข้อมูลพื้นฐาน 2.การร่างหลักสูตร 2.1การกำหนดจุดมุ่งหมาย 2.2การกำหนดเนื้อหาสาระ 2.3การกำหนดประสบการณ์การเรียนรู้ 2.4การกำหนดวิธีการวัดและประเมินผล 3.การตรวจสอบคุณภาพหลักสูตร 4.การทดลองใช้หลักสูตร 5.การประเมินหลักสูตร 6.การปรับปรุงแก้ไขหลักสูตร คำถาม: พื้นฐานในการพัฒนาหลักสูตรด้านต่างๆ ที่ควรนำมาพิจารณาในการพัฒนาหลักสูตร มี 5 ด้านคือ คำตอบ: พื้นฐานทางด้านปรัชญาการศึกษา 2.  พื้นฐานทางด้านจิตวิทยา 3.  พื้นฐานทางด้านสังคมและวัฒนธรรม 4.  พื้นฐานทางด้านเศรษฐกิจ การเมือง การปกครอง 5.  พื้นฐานทางด้านวิทยาการและเทคโนโลยี คำถาม:  ปัญหาของการพัฒนาหลักสูตร คือ ⦁ คำตอบ:ปัญหาขาดครูที่มีคุณสมบัติเหมาะสม ⦁ ปัญหาการไม่ยอมรับและไม่เปลี่ยนแปลงบทบาทการอสนของครูตามแนวหลักสูตร ⦁ ปัญหาการจัดอบรมครู ⦁ ศูนย์การพัฒนาหลักสูตร Read More …

คำถาม: ลักษณะของหลักสูตรที่ดีต้องมีอะไรบ้าง?

ตรงตามความมุ่งหมายของการศึกษา ตรงตามลักษณะของพัฒนาการของเด็กในวัยต่างๆ ตรงตามลักษณะวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณีและเอกลักษณ์ของชาติ มีเนื้อหาสาระของเรื่องสอนบริบูรณ์เพียงพอที่จะช่วยให้นักเรียนคิดเป็น ทำเป็นและมีพัฒนา สอดคล้องกับชีวิตประจำวันของผู้เรียน หลักสูตรที่ดี ควรสำเร็จขึ้นด้วยความร่วมมือของทุกฝ่าย หลักสูตรที่ดี จะต้องยืดหยุ่นได้ตามความเหมาะสมกับสภาพการณ์ต่าง ๆ หลักสูตรที่ดีจะต้องให้นักเรียนได้เรียนรู้ต่อเนื่องกันไป และเรียงจากความยากง่ายไม่ให้ขาดตอนจากกัน หลักสูตรที่ดีจะต้องเป็นประสบการณ์ที่เกี่ยวกับชีวิตประจำวันของเด็ก ต้องเพิ่มพูนและส่งเสริมทักษะเบื้องต้นที่จำเป็นของเด็ก หลักสูตรที่ดีย่อมส่งเสริมให้เด็กเกิดความรู้ ทักษะ เจตคติ ความคิดริเริ่ม หลักสูตรที่ดีจะต้องส่งเสริมให้เด็กทำงานอิสระและทำงานร่วมกันเป็นหมู่คณะ คำถาม: หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2544 และหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.2551 ประกอบ ด้วย 5 ทฤษฎี คือ คำตอบ: ทฤษฎีการเรียนรู้อย่างมีความสุข  ทฤษฎีการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม ทฤษฎีการเรียนรู้เพื่อพัฒนากระบวนการคิด ทฤษฎีการเรียนรู้เพื่อพัฒนาสุนทรียภาพและลักษณะนิสัย: ศิลปะ ดนตรี กีฬา Read More …

คำถาม: ประเภทของหลักสูตรมีกี่ประเภท อะไรบ้าง

คำตอบ: 8 ประเภท 1.หลักสูตรแบบเน้นเนื้อหา (The Subject Matter Curriculum) 2.หลักสูตรสหสัมพันธ์ (Correlated Curriculum) 3.หลักสูตรแบบผสมผสาน (Fused Curriculum or Fusion Curriculum) 4.หลักสูตรแบบหมวดวิชาแบบกว้าง (Broad Fields Curriculum) 5. หลักสูตรเพื่อชีวิตและสังคม (Social Process and Life Function Curriculum)  6. หลักสูตรกิจกรรมหรือประสบการณ์ (Activity or Experience Curriculum) 7. หลักสูตรแบบแกน (Core Curriculum) 8. หลักสูตรบูรณาการ (Integrated Curriculum) คำถาม: หลักสูตรแบบเน้นเนื้อหา (The Subject Matter Curriculum) คือหลักสูตรที่มีรูปแบบอย่างไร คำตอบ: รูปแบบที่เก่าแก่ที่สุดซึ่งใช้ในการสอนศาสนา Read More …