ประวัติฉบับย่อของ Stephen Hawking ชายผู้เป็นอัจฉริยะแห่งยุค

ก่อนอื่นต้องขอบอกก่อนนะครับ ว่าบทความนี้ผมเขียนไว้ในเว็บส่วนตัว โดยมีจุดมุ่งหมายก็เพื่อให้คนไทยได้รู้จักกับ Stephen Hawking สุดยอดอัจฉริยะของโลกคนนี้มากขึ้น (หลายๆคนอาจจะเคยได้ยินชื่อของเขาจากภาพยนตร์ที่เพิ่งฉายในโรงภาพยนตร์บ้านเรา The Theory of Everything) ทีนี้ก็มีความคิดว่าอยากจะนำมาแชร์ให้ชาว Pantip ได้อ่านกันด้วย หากผิดพลาดประการใด ขออภัย ไว้ ณ ที่นี้นะครับ ยินดีรับฟังทุกความคิดเห็นครับ ——————————————————————- วันนี้ผมจะขอแนะนำทุกท่านให้รู้จักกับ Stephen Hawking ผู้ที่ได้รับฉายาว่าเป็นไอน์สไตน์ที่ยังมีชีวิตอยู่ ว่ากันว่า เขาเป็นบุคคลที่ฉลาดที่สุดในโลกของเราที่ยังมีชีวิตอยู่ในขณะนี้ หลายคนอาจจะคุ้นชื่อของเขาจากภาพยนตร์เรื่อง The Theory of Everything ซึ่งเข้าฉายในบ้านเราเมื่อไม่นานมานี้ หากใครหลายคนได้ไปดูภาพยนตร์เรื่องนี้แล้วอยากจะหาอ่านข้อมูลเกี่ยวกับชีวิตของเขาเพิ่มเติม (โดยเฉพาะในส่วนที่เป็นข้อเท็จจริง) ผมได้รวบรวมและแปลมาให้อ่านกันแล้วครับ บทความนี้จะยาวนิดนึงนะครับ ประวัติย่อ Stephen Hawking Read More …

คนฉลาดอยู่ยาก!! ไอคิวสูงเอาตัวรอดไม่เป็น “ยิ่งเรียนสูงเรียนเก่ง ยิ่งต้องเร่งปรับตัว”

เคยสงสัยกันไหมว่าทำไมคนฉลาดเข้าขั้นอัจฉริยะ อย่างอัลเบิร์ต ไอน์สไตน์, สตีฟ จอบส์ มาจนถึงเจ้าพ่ออเมซอน “เจฟฟ์ เบซอส” มักจะนิสัยไม่ดี โมโหร้าย เข้ากับคนอื่นไม่ได้ ขาดความฉลาดทางอารมณ์ และใช้ชีวิตไม่เก่ง ทั้งๆที่สร้างสรรค์นวัตกรรมสารพัดให้กับชาวโลก “คะโตะ โทะชิโนะริ” แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านสมองของ ญี่ปุ่น และผู้ก่อตั้งศูนย์พัฒนาสมอง KATOBRAIN อธิบายไว้ในหนังสือ “ยิ่งเรียนสูงเรียนเก่ง ยิ่งต้องเร่งปรับตัว” ว่า อัจฉริยะที่เก่งทุกด้านไม่มีอยู่จริงในโลกนี้ เพราะในขณะที่สมองของคนฉลาดแสดงศักยภาพด้านที่ตนเองเชี่ยวชาญออกมาอย่างน่าทึ่ง พวกเขาก็ต้องเสียสละศักยภาพด้านอื่นๆไปด้วย เพราะการพัฒนาศักยภาพด้านหนึ่งด้านใดเป็นพิเศษ จำเป็นต้องแลกมาด้วยการทำลายศักยภาพด้านอื่นๆบ้าง เช่น ถ้าเก่งเรื่องกีฬา การจดจำสิ่งต่างๆก็จะไม่ดี ถ้าฉะฉานด้านการพูด ก็อาจบกพร่องเรื่องการทำความเข้าใจเรื่องราวต่างๆ หรือถ้าการมองเห็นและได้ยินเป็นเลิศ ก็จะไม่เก่งเรื่องการคิดไตร่ตรอง โดยผลการวิจัยจากภาพถ่ายสมอง MRI ของคนที่เป็นอัจฉริยะ บ่งชี้ว่าพวกเขามีรหัสสมองที่ขาดการพัฒนามากกว่าคนปกติทั่วไป Read More …

ยกนิ้วให้เลย!! มาพบกับ 10 สุดยอดเด็กอัจฉริยะ ที่ฉลาดโคตรๆ จนคุณต้องอ้าปากค้าง

1.โช ยาโนะ   ไม่น่าเชื่อเลยว่า เด็กที่เห็นในภาพนี้จะได้เข้าเรียนในมหาวิทยาลัย Loyola ตั้งแต่เขาอายุเพียงแค่ 9 ขวบ และที่เด็ดไปกว่านั้นคือ ฮีสามารถคว้าเกียรตินิยมอันดับ 1 มาครองอีกด้วยนะ แถมไออิวยังสูงปรี๊ดถึง 200 แหนะ ยังไม่พอนะ เพราะเมื่อตอน 18 ก็ยังได้ปริญญาเอกมาอีก เฮ้อ..พ่อแม่เอาไรให้กินเนี่ยเมี๊ยว   2.อายัน คูเรชี่   ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อแล้วล่ะว่า เด็กคนนี้ได้รับใบรับรองระดับอาชีพจากไมโครซอฟต์ ที่มีอายุน้อยที่สุด เพราะเขาอายุเพียง 6 ปีเท่านั้น แถมยังฉลาดเป็นกรดในด้านคอมพิวเตอร์ ปัจจุบันเขายังเปิดเว็บไซต์ IT ด้วยนะ เหมียวละอายเบย!!   3.ทานิค ฮับราฮัม และ Read More …

อ่านเลย!!!พฤติกรรม 40 ข้อ ที่บ่งบอกว่าลูกคุณ คือ เด็กฉลาดและอัจฉริยะ!!!

จะทราบได้อย่างไรว่าลูกรักของเราจัดอยู่ในกลุ่มเด็กฉลาดหรือเปล่า และอย่างไรจึงจะเรียกว่าเด็กฉลาด ผลงานการศึกษา วิจัยในประเทศสหรัฐอเมริกาเกี่ยวกับ คุณลักษณะของเด็กฉลาด พบว่า เด็กที่จัดอยู่ในกลุ่มเด็กฉลาด มักมีลักษณะและพฤติกรรม ตาม 40 ข้อดังต่อไปนี้ 1. เป็นคนช่างสังเกต มีความรู้สึกไว และรับรู้ได้เร็ว 2. สามารถคิดได้อย่างมีความสุข 3. เรียนรู้ได้ดีและเร็ว 4. ใช้คำศัพท์ได้มากและถูกต้อง 5. ชอบตั้งคำถาม 6. มีความคิดเป็นของตัวเอง 7. มีใจจดจ่อเมื่อพบสิ่งแปลกใหม่ 8. มีความจำดี 9. ชอบอ่านหนังสือ 10. ชอบเป็นผู้นำเมื่อเล่นกับเพื่อน 11. เป็นผู้ออกความคิดเมื่อเล่นกัน 12. เป็นผู้ที่ครูชอบมอบหมายงานให้ทำ 13. ชอบการปั้นและวาดรูป 14. Read More …

(งานวิจัย)รู้หรือไม่?? อาการขี้หลงขี้ลืมนั้นเป็นผลดีต่อสมองและอาจทำให้คุณกลายเป็นอัจฉริยะก็เป็นได้

อาการขี้หลงขี้ลืมเป็นอาการที่เกิดขึ้นได้กับทุกคน ซึ่งหลายคนอาจจะมองว่าคนๆ นั้นมีสมองที่ไม่ดีเท่าไหร่นัก แต่รู้หรือไม่ว่าอาการขี้ลืมจริงๆ แล้วมันเป็นสัญญาณของคนฉลาดต่างหาก งานวิจัยหนึ่งที่ได้ตีพิมพ์ในนิตยสาร Neuron บอกไว้ว่าคนที่มีสมองสุขภาพแข็งแรงบางครั้งก็มีการทำงานที่หนักหน่วงเกินไปจนกลายเป็นอาการหลงลืมชั่วขณะนั่นเอง ซึ่งงานวิจัยชิ้นนั้นเขียนโดย นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยโทรอนโต ประเทศแคนาดาโดยได้ทิ้งข้อสรุปไว้ว่า การลืมสิ่งต่างๆ ไม่ใช่เรื่องธรรมดาแต่ว่ามันเป็นการพักสมองหลังจากใช้งานมาอย่างหนักและมันก็กำลังเพิ่มประสิทธิภาพให้แก่สมองของเราด้วย   Paul Frankland และ Blake Richards ได้บอกเอาไว้ว่าหน่วยความจำจริงๆ แล้วนั้นจะแบ่งออกเป็น 2 ส่วนคือจดจำเฉพาะข้อมูลที่มีความสำคัญและอีกส่วนหนึ่งคือสร้างพื้นที่สำหรับพักผ่อนสมองซึ่งนั่นจึงทำให้เราหลงลืมรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ในแต่ละวันไป การศึกษาหนึ่งของ Frankland พบว่าเมื่อเซลล์สมองใหม่ถูกสร้างขึ้นในสมองส่วนฮิปโปแคมปัส ความทรงจำเก่าๆ จะถูกเขียนทับเหมือนกับข้อมูลในคอมพิวเตอร์เลยล่ะ “มันเป็นเรื่องสำคัญมากที่สมองของเราจะลืมรายละเอียดสิ่งต่างๆ ที่ไม่สำคัญนักในชีวิตของเราและเพ่งเล็งไปในเรื่องที่สำคัญ เพราะจะทำให้เราสามารถตัดสินใจเรื่องสำคัญนั้นได้ดีขึ้นและยังสร้างพื้นที่ว่างเพื่อรองรับสิ่งใหม่ๆ อีกด้วย” Richard กล่าว ประโยชน์อย่างหนึ่งของโรคขี้หลงขี้ลืมนี้ก็คือ เมื่อเราลืมรายละเอียดในกิจกรรมต่างๆ ที่ผ่านไปแล้ว แต่ว่ายังคงจำภาพรวมของกิจกรรมนั้นได้ มันจะทำให้เราพยายามนึกย้อนไปในอดีตและทำให้เราสามารถซึมซับบรรยากาศในวันนั้นและให้ความรู้สึกเหมือนกับวันนั้นพึ่งผ่านมาเพียงไม่นาน   แต่ก็ใช่ว่าจะเป็นเรื่องดีเสมอไปสำหรับคนที่ลืมสิ่งสำคัญตลอดเวลา เพราะว่าการลืมสิ่งต่างๆ Read More …