9 งานอดิเรก ยิ่งทำ…ยิ่งฉลาด

1.เล่นดนตรีแบบศิลปิน เมื่อนานมาแล้วขงจื๊อกล่าวไว้ว่า ‘ดนตรีมอบความพึงพอใจที่ธรรมชาติของมนุษย์ไม่สามารถทำได้ ‘ และจากผลการวิจัยก็ระบุว่าดนตรีหรือเสียงเพลงสามารถกระตุ้นสมองของมนุษย์ได้ดี และนักวิจัยหลายคนก็ได้แสดงผลงานวิจัยที่บ่งบอกว่า ผู้ที่ทั้งฟังดนตรีและเป็นผู้เล่นเองมีพื้นที่หน่วยความจำที่มากขึ้น นอกจากนี้การเล่นเครื่องดนตรียังเป็นการฝึกความอดทนและความพยายาม เพราะการที่จะเล่นดนตรีให้เชี่ยวชาญได้นั้น จำเป็นจะต้องทุ่มเทเวลาให้มันอย่างเต็มที่ ผลพลอยได้คือการมีสมาธิที่ดีขึ้น 2.อ่านหนังสือให้เหมือนเป็นโอกาสสุดท้ายที่จะได้แตะมัน เป็นความเชื่อมาตั้งแต่ไหนแต่ไรว่าการอ่านหนังสือจะช่วยเพิ่มระดับความฉลาดได้ แต่หมายถึงว่าต้องอ่านแบบไม่ลืมหูลืมตาและอ่านหลากหลายแนวตั้งแต่ นวนิยาย ชีวประวัติ ไปจนถึงบทประพันธ์ต่าง ๆการอ่านหนังสือช่วยลดความเครียด ช่วยให้คุณเผชิญหน้ากับอารมณ์ความรู้สึกที่หลากหลายและทำให้มีความรู้ในเรื่องต่าง ๆ เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการรับมือในสถานการณ์หลากหลาย และเข้าใกล้กับเป้าหมายชีวิตในอนาคตมากขึ้น ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะทำให้ผู้อ่านรู้สึกดีกับตัวเอง ไม่เพียงเท่านั้นการนั่งอ่านหนังสือเงียบ ๆ ด้วยความรู้สึกสงบเป็นหัวใจสำคัญของการมีสุขภาพกายและสุขภาพจิตที่แข็งแรง 3.ฝึกสมาธิเป็นกิจวัตร ประโยชน์ที่สำคัญที่สุดของการฝึกสมาธิ คือ การช่วยให้มีโฟกัสและรู้จักเนื้อแท้ของตัวเอง ช่วยลดระดับความเครียดและขจัดความกังวลทั้งหลาย การฝึกสมาธิเป็นประจำทุกวัน ผู้ฝึกจะมีจิตใจที่สงบ รู้จักควบคุมตัวเอง มีความหยั่งรู้ ทำให้สามารถเรียนรู้ คิด และวางแผนสิ่งต่าง ๆ ได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น Read More …

ทำอย่างไรเมื่อเด็กอ่านไม่ออก-เขียนไม่ได้?

คุณจะทำยังไงถ้าลูกอยู่ป. 2 หรือป. 3 แล้วยังอ่านไม่ออก เขียนไม่ได้ และยังสอบตกแทบทุกวิชา? อย่าเอาลูกไปเปรียบเทียบกับคนอื่น ก่อนจะอ่านต่อ เรามาทำความรู้จักกับโรคดิสเล็กเซีย (Dyslexia) หรือโรคความบกพร่องทางทักษะการเรียนรู้กันสักนิด ปัญหาเกิดจากเด็กมีพัฒนาการด้านการพูดช้า เรียนรู้คำศัพท์ใหม่ ๆ ได้ช้า มีปัญหาในการจดจำและเขียนตัวอักษร หากปัญหาเหล่านี้ไม่ได้รับการแก้ไขตั้งแต่เนิ่น ๆ อาการอาจหนักขึ้น ถึงขั้นอ่านไม่ได้ เขียนไม่ถูก สะกดคำศัพท์ผิด อ่านและเขียนตกๆ หล่น ๆ  นอกจากนี้เด็กจะไม่สามารถบอกเวลาและความหมายของคำได้ เมื่อเด็กวัยประถมมีปัญหาเรื่องการอ่านเขียน เขาก็จะไม่สามารถเข้าใจบทเรียนในวิชาต่าง ๆ ได้ และเมื่อเด็กเครียดและไม่มีใครเข้าใจ ก็มีแนวโน้มที่เขาจะกลายเป็นเด็กมีปัญหา ดังนั้นคุณควรจะเอาใจใส่ตั้งแต่เนิ่น ๆ ก่อนที่จะสายเกินไป แล้วเราควรจะทำอย่างไรเมื่อลูกอ่านไม่ออก เขียนไม่ได้? เรามีข้อแนะนำมาฝากค่ะ อย่าลงโทษจนกว่าจะรู้สาเหตุ การลงโทษเด็กเพราะเขาอ่านเขียนไม่ได้โดยไม่รู้สาเหตุที่แน่ชัดไม่ช่วยแก้ปัญหา Read More …

สิ่งที่พ่อแม่ไม่ควรทำเมื่อสอนลูกอ่านหนังสือ!

การสอนลูกอ่านหนังสืออาจเป็นช่วงเวลาที่ทั้งเครียดและน่าภูมิใจในเวลาเดียวกันสำหรับคุณพ่อคุณแม่ แต่บ่อยครั้งที่ความพยายามของผู้ปกครองกลับส่งผลเสียต่อพัฒนาการของเด็ก นี่เป็นสิ่งที่คุณควรระวังเวลาที่สอนลูกอ่านหนังสือ อย่าให้เด็กอ่านหนังสือเกินอายุ เรารู้ว่าคุณอยากท้าทายความสามารถของลูก แต่หารู้ไม่ว่านี่เป็นการ “ช่วย” ชะลอพัฒนาการด้านการอ่านของเด็ก เพราะเด็กจะรู้สึกว่าหนังสือนั้นยากเกินไปและอ่านช้าลง ซึ่งจะทำให้เด็กเสียความมั่นใจไปในที่สุด อย่าอ่านเวลาโกรธหรือเครียด เมื่อเด็กกำลังโกรธหรือเครียด พวกเขาจะไม่มีสมาธิ ถ้าคุณยิ่งกดดันให้เขาอ่าน ก็มีแต่จะทำให้ทั้งตัวคุณและลูกเครียดยิ่งขึ้น และอาจทำให้เด็กเกิดความรู้สึกไม่ดีต่อการอ่าน คุณควรพูดทำนองว่า “แม่รู้ว่าหนูกำลังอารมณ์ไม่ดี ไปหาอะไรมาดื่มก่อน รอให้อารมณ์ดีขึ้นแล้วบอกแม่นะ” ไม่ให้เวลาอ่านหนังสือกับลูก สุดท้าย แต่ไม่ท้ายสุด คือให้เวลาอ่านหนังสือกับลูกในแต่ละวัน ผู้ปกครองส่วนใหญ่มักมองข้ามความสำคัญของช่วงเวลานี้ อาจด้วยความเหน็ดเหนื่อยจากการทำงาน แต่การนั่งอ่านหนังสือกับลูก แม้จะเป็นช่วงสั้น ๆ เพียงวันละ 10 นาที ก็สามารถช่วยเสริมพัฒนาการให้เด็กได้อย่างมาก โดยเฉพาะกับเด็กที่มีปัญหาด้านการอ่าน ไม่มีพ่อแม่คนไหนจะทำถูกต้องไปเสียทุกอย่างเมื่อสอนลูกอ่านหนังสือ แต่สิ่งสำคัญที่คุณควรจำคือคุณควรทำให้ช่วงเวลาการอ่านเป็นช่วงเวลาที่สนุกสนานและเป็นประสบการณ์ที่ดีสำหรับเด็ก คุณสามารถแบ่งปันเรื่องราวและประสบการณ์ในการสอนลูกอ่านหนังสือของคุณให้เราฟัง อาจจะเป็นเคล็ดลับหรือข้อพึงระวังที่คุณเคยประสบมาก็ได้ ขอบพระคุณบทความจาก th.theasianparent.com

เผย 8 เคล็ดลับอ่านหนังสือให้แม่นจดจำได้อย่างรวดเร็ว!!!

1. อ่านหน้าสรุปก่อน อ่านตอนจบก่อนเลย ผู้เขียนหนังสือส่วนใหญ่ชอบเขียนให้ดูลึกลับ ชักแม่น้ำทั้งห้า เขียนอธิบายอย่างละเอียดยิบ ใช้ประโยคที่ต้องอ่านซ้ำสองสามรอบถึงจะเข้าใจ โดยเฉพาะในหน้าแรก ๆ ของบท เราไม่จำเป็นต้องรู้ประวัติชีวิตของผู้เขียน บทนำ ซึ่งจะเป็นการเขียนเกริ่นแนะนำให้อ่านต่อไปเรื่อย ๆ ซะเป็นส่วนใหญ่ 2. ใช้ปากกาไฮไลต์เพื่อนเน้นใจความสำคัญ การไฮไลต์ข้อความนั้นมีประโยชน์มาก “หากใช้อย่างถูกวิธี” ไม่ควรไฮไลต์ทุกอย่างในหน้า และไม่ควรไฮไลต์น้อยจนเกินไป สิ่งที่ควรทำคือการไฮไลต์ข้อความที่ผู้เขียนกล่าวสรุป โดยปกติแล้วผู้เขียนมักจะกล่าวประเด็นซ้ำไปมาหลายหน้าและให้ข้อมูลสรุปประเด็นที่ย่อหน้าสุดท้าย ให้ไฮไลต์บริเวณนั้น เมื่อเราเปิดหนังสือมาอ่านอีกครั้ง เราจะสามารถทราบทุกอย่างที่จำเป็นต้องรู้ด้วยการมองเพียงแวบเดียว 3. ดูสารบรรณและหัวข้อย่อย นักศึกษาที่เรียนในมหาวิทยาลัยมักประหลาดใจเมื่อทราบข้อนี้ว่า อาจารย์ส่วนใหญ่ในมหาวิทยาลัยนั้น ไม่ได้อ่านหนังสือจนจบเล่ม แต่สิ่งที่พวกท่านทำนั้น คือการดูสารบรรณและอ่านหัวข้อที่น่าสนใจหรือเกี่ยวข้องกับงานวิจัยที่จะทำเท่านั้น หรือไม่ก็ใช้วิธีการ อ่านผ่านๆอย่างรวดเร็ว (skimming) จนเมื่อเจอหัวข้อที่น่าสนใจจึงค่อยหยุดอ่านอย่างตั้งใจ ทำให้การอ่านั้นไม่น่าเบื่อ เพราะว่าเราจะได้อ่านสิ่งที่เราสนใจจริง ๆ Read More …

5 วิธีการอ่านเร็วและจำได้อย่างเทพ!

  1. ห้าม! อ่านออกเสียง เพราะการอ่านออกเสียงนั้นทำให้สมองต้องทำงานหลายขั้นตอนซึ่งจะส่งผลให้อ่านล่าช้าขึ้น แต่ถ้าเราอ่านด้วยตาและสมอง จะช่วยลดการทำงานของสมองจากหลายขั้นตอนให้เหลือเพียงไม่กี่ขั้นตอน ซึ่งจะช่วยให้เราอ่านได้เร็วขึ้น 2. ใช้อุปกรณ์ช่วยชี้ในขณะอ่าน ในขณะที่อ่านนั้นอาจใช้นิ้วมือหรือปากกาช่วยชี้ตัวหนังสือไปด้วย เพราะนั่นจะช่วยให้มีสมาธิ ไม่วอกแวกในขณะที่อ่าน ซึ่งจะช่วยทำให้อ่านหนังสือได้เร็วขึ้น 3. สมาธิเป็นสิ่งสำคัญ การอ่านหนังสือให้ได้เร็วนั้น สมาธิเป็นสิ่งที่สำคัญมาก เพราะถ้าหากไม่มีสมาธิหรือสมาธิไม่ดีแล้วนั้น จะทำให้อ่านไม่รู้เรื่องในบางช่วง แล้วก็ต้องอ่านซ้ำเนื้อหาช่วงนั้น ซึ่งจะทำให้อ่านช้าลง 4. อ่านให้เข้าใจภาพรวม ในบางครั้งการอ่านเนื้อหาบางประเภทอาจะมีรายละเอียดข้อมูลที่มาก ถ้าหากต้องการอ่านให้เร็วนั้น ไม่ควรโฟกัสที่รายละเอียดมากนัก แต่ให้เน้นอ่านเพื่อให้เข้าใจภาพรวมของเนื้อหามากกว่า เช่น “…….การผลิตน้ำดื่มของบริษัท ABC นั้นมีกระบวนการผลิตตั้งแต่การกลั่นโดยใช้สารละลาย…..” จากประโยคนี้อาจจับใจความไว้เพียงว่าบริษัทนี้มีการผลิตน้ำดื่มโดยใช้หลายกระบวนการ (ไม่จำเป็นต้องจำชื่อบริษัท หรือรายละเอียดกระบวนการ) 5. ขยับเฉพาะตา แต่ไม่ขยับหัว ในขณะที่อ่านนั้นควรขยับเฉพาะตา โดยให้กึ่งกลางการมองอยู่ที่กึ่งกลางบรรทัดแล้วกวาดลูกตาไปทางซ้าย-ขวา แทนการส่ายหัวไปด้วยในขณะอ่าน การอ่านในลักษณะนี้จะช่วยให้เราสามารถอ่านรวดเร็วขึ้นอย่างแน่นอนถ้าหากฝึกจนชำนาญ Read More …