เด็ก ป.4 ใช้พื้นที่ข้างบ้านปลูกผักปลอดสารพิษ ปลูก 7 วัน ตัดไปขายตลาดนัด เก็บเงินจ่ายค่าเทอม

เด็กยุค 90 อย่างเราหากย้อนไปตอนอายุ 8-9 ขวบ คงจะหนีไม่พ้น ดีดลูกแก้ว โดดยาง พับจรวด ใช่มั้ย แต่ก็ยังมีตัวอย่างให้เห็นอยู่บ้าง สำหรับเด็กๆ ที่ช่วยพ่อแม่ ทำงานขายของหารายได้เสริม และนี่ก็คือเรื่องที่เราจะพูดถึงกันวันนี้กับ เด็กชายป.4 วัยเพียง 8 ขวบคนนี้เลือกช่วยพ่อแม่หารายได้เสริม ด้วยการใช้ประโยชน์พื้นที่ข้างบ้านปลูกผักปลอดสารพิษสุดฮิต อาทิ ต้นอ่อนทานตะวัน ต้นอ่อนผักบุ้ง ต้นอ่อนหัวไชเท้า เบบี้คะน้า และผักโตเหมี่ยว ปลูก 7 วัน ตัดไปขายตลาดนัด หารายได้เสริมแต่ละเดือนหนึ่งหมื่นบาท ไว้เป็นทุนซื้อของเล่น และจ่ายค่าเทอม คุณอัญชลี หิรัณยรัชต์ หรือคุณแอน คุณแม่ “น้องภูริ” ทองป้อง ปัจจุบันเป็นนักเรียนประถมศึกษาชั้นปีที่ 4 โรงเรียนจันทศิริวิทยา คุณแม่แอน เล่าว่า เมื่อ Read More …

ยกนิ้วให้เลย!! มาพบกับ 10 สุดยอดเด็กอัจฉริยะ ที่ฉลาดโคตรๆ จนคุณต้องอ้าปากค้าง

1.โช ยาโนะ   ไม่น่าเชื่อเลยว่า เด็กที่เห็นในภาพนี้จะได้เข้าเรียนในมหาวิทยาลัย Loyola ตั้งแต่เขาอายุเพียงแค่ 9 ขวบ และที่เด็ดไปกว่านั้นคือ ฮีสามารถคว้าเกียรตินิยมอันดับ 1 มาครองอีกด้วยนะ แถมไออิวยังสูงปรี๊ดถึง 200 แหนะ ยังไม่พอนะ เพราะเมื่อตอน 18 ก็ยังได้ปริญญาเอกมาอีก เฮ้อ..พ่อแม่เอาไรให้กินเนี่ยเมี๊ยว   2.อายัน คูเรชี่   ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อแล้วล่ะว่า เด็กคนนี้ได้รับใบรับรองระดับอาชีพจากไมโครซอฟต์ ที่มีอายุน้อยที่สุด เพราะเขาอายุเพียง 6 ปีเท่านั้น แถมยังฉลาดเป็นกรดในด้านคอมพิวเตอร์ ปัจจุบันเขายังเปิดเว็บไซต์ IT ด้วยนะ เหมียวละอายเบย!!   3.ทานิค ฮับราฮัม และ Read More …

แพทย์แนะ!!! 6 ความต้องการพื้นฐานทางด้านจิตใจของเด็ก ที่พ่อแม่ต้องให้ลูก!

ความต้องการด้านจิตใจของเด็กนั้นมีความแตกต่างกันไปบ้างตามวัยของเด็ก แต่พอจะสรุปได้กว้างๆ ว่า สิ่งต่อไปนี้มีความจำเป็น และเป็นที่ต้องการสำหรับเด็กทุกคน คือ 1. ความรักความอบอุ่น เด็กรู้สึกอยากให้พ่อแม่หรือผู้เลี้ยงดูรักตน รู้สึกว่าตนเองเป็นที่ต้องการ มีค่าสำหรับพ่อแม่ รู้สึกว่าตนเองเป็นที่ยอมรับ เด็กไม่ควรรู้สึกว่าพ่อแม่รังเกียจตน ไม่ชอบ ลำเอียง ปฏิเสธหรือไม่เป็นที่ต้องการ เป็นส่วนเกิน จำใจต้องเลี้ยงดูตน และไม่ควรรู้สึกมีปมด้อยหรือน้อยเนื้อต่ำใจต่างๆ นาๆ เจตคติหรือท่าทีของผู้ใหญ่ที่กล่าวมาข้างต้นนี้มีอิทธิพลอย่างมากต่อจิตใจของเด็ก เกี่ยวกับเจตคติของพ่อแม่ต่อลูก สิ่งที่สำคัญที่จะต้องกล่าวถึง คือ เด็กต้องการความรักอย่างเหมาะสม ไม่ใช่รักมากอย่างไม่มีขอบเขต เช่น ตอมใจทุกอย่างโดยไม่มีเหตุผลจนทำให้กลายเป็นคนตามใจตัวเองตลอดเวลาไม่สามารถอดทนต่อภาวะที่คนปกติธรรมดาควรจะอดทนได้ จนกลายเป็นข้อบกพร่องทางบุคลิกภาพไป 2.การกระตุ้นอย่างเหมาะสม การกระตุ้นพัฒนาการที่เหมาะสมนั้นขึ้นกับวัยของเด็ก เช่น วัยทารกแรกเกิดก็ต้องการ การอุ้ม การสัมผัส การยิ้ม การพูดคุยด้วยเพื่อให้ได้ยินเสียง พอโตขึ้นก็ต้องการเพิ่มขึ้น เช่น การเล่น Read More …

เด็กขี้อายเกินไป เสี่ยงเป็นโรคกังวลต่อการเข้าสังคม และมีปัญหาเมื่อเติบโต

ลูกขี้อาย ผิดปกติหรือไม่  นิสัยขี้อายของเด็กๆถือเป็นภาวะปกติตามพัฒนาการ เมื่อต้องเผชิญกับคนที่ไม่คุ้นเคย แต่คุณแม่เอะใจสักนิดหากลูกมีอาการดังกล่าวตลอดเวลา ไม่กล้าแสดงออก แก้ไม่หายสักที  ลูกของคุณแม่อาจมีปัญหาเรื่องการเข้าสังคม จนกลายเป็นโรครคกังวลต่อการเข้าสังคม (Social Anxiety in Children & Adolescents)ได้ค่ะ โรคนี้พบได้ในเด็กวัยเรียนถึงวัยรุ่น หากลูกของคุณเป็นเด็กขี้อายคุณพ่อคุณแม่ต้องเรียนรู้ที่จะเข้าใจดังนี้ค่ะ อาการโรคกังวลต่อการเข้าสังคม เด็กจะมีความกลัวต่อการถูกเฝ้ามองหรือถูกประเมินจากคนรอบข้าง เด็กกลุ่มนี้จะมีความคิดว่า เขาอาจจะทำหรือพูดอะไรที่ดูไม่เข้าท่าในสายตาคนอื่นๆ หรือเเสดงอะไรที่ตลกๆ เปิ่นๆออกไป ทำให้ตัวเองอาย หรืออาจตกเป็นเป้าสายตาของการถูกการวิพากษ์วิจารณ์ของคนรอบข้าง  ความแตกต่างของโรคนี้จากความ “ ขี้อาย ” ทั่วไปก็คือ เด็กเหล่านี้จะแทบทำอะไร ต่อหน้าคนอื่นไม่ได้เลย เด็กขี้อายทั่วไป เด็กขี้อายทั่วไปอาการมักจะหายไปเมื่อโตขึ้น แต่ถ้าเป็นโรคกังวลต่อการเข้าสังคมต้องบำบัดถึงจะหายขาด เด็กบางคนกังวลต่อการเข้าสังคมมากจนส่งผลต่อระบบต่างๆของร่างกาย เช่น  อาเจียน เวียนศีรษะ มือสั่น Read More …

จริงๆลูกแค่ “ซนตามวัย”หรือเป็นเด็ก “สมาธิสั้น”? เช็คเลย!

ความซนกับเด็กมักเป็นของคู่กันจนอาจทำให้คุณพ่อคุณแม่มองเห็นเป็นเรื่องธรรมดา แต่ถ้าเด็กซนมากเกินไป ไม่อยู่นิ่ง ดูไม่มีสมาธิ หุนหันพลันแล่น จนกระทบต่อการเรียนและความสัมพันธ์กับคนรอบข้าง นั่นอาจเกิดจาก “โรคสมาธิสั้น” ที่จำเป็นต้องทำการรักษา โรคสมาธิสั้นเกิดจากความผิดปกติของสมองส่วนหน้า โดยปกติโรคสมาธิสั้นจะมี 3 องค์ประกอบ ได้แก่ ซนมาก สมาธิสั้น และหุนหันพลันแล่น แต่ไม่จำเป็นต้องมีครบทุกสามอย่างนี้ อาจจะมีเพียงอย่างใดอย่างหนึ่งหรืออาจมีครบทุกอย่างเลยก็ได้ โดยอาการเหล่านี้จะต้องเกิดก่อนอายุ 12 ปี ซนมาก – เด็กจะวิ่งเล่นในแต่ละวันแบบไม่หยุด ไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย มักชอบเล่นอะไรที่เสี่ยงๆ แผลงๆ เล่นแรง ไม่กลัวเจ็บ ยุกยิก อยู่นิ่งไม่ได้ ต้องขยับส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกายเสมอ นั่งนิ่งๆ ไม่ได้ ต้องผุดลุกผุดนั่ง ทำท่าจะลุกตลอดเวลา เมื่อเข้าโรงเรียนคุณครูมักจะบอกว่าเด็กไม่ยอมเรียน ลุกตลอดเวลา เดินวนในห้อง ในบางรายอาจลงไปนอนกลางห้อง เด็กมักเล่นกับเพื่อนที่โรงเรียนไม่ได้เพราะเล่นแรงมาก ทำให้ไม่มีใครเล่นด้วย Read More …