อัจฉริยะหรือขี้เกียจ!? ผลงานนักเรียนญี่ปุ่นทำโปสเตอร์ “รณรงค์ขับขี่ปลอดภัย” สร้างกระแสดัง

ถ้าพูดถึงกระแสไวรัลในเน็ตทางฝั่งญี่ปุ่นตอนนี้ คงหนีไม่พ้นเรื่องราวมือสีแดงอย่างแน่นอน เมื่อมีภาพการบ้านของเด็กชายคนหนึ่งถูกโพสต์ลงบนโลกออนไลน์ เรื่องราวนี้เกิดขึ้นที่โรงเรียนแห่งหนึ่งในญี่ปุ่น เมื่อคุณได้สั่งการบ้านภาคฤดูร้อนให้เด็กๆ กลับไปทำในหัวข้อว่า “โปสเตอร์ขับขี่ปลอดภัย” ซึ่งเมื่อคุณลองคิดภาพตาม คุณคิดว่าเด็กวัย 12 จะทำการบ้านนี้ออกมายังไงล่ะ? พวกคุณคงคิดว่ามันจะต้องเป็นภาพน่ารักๆ พากันข้ามถนน หรืออะไรที่เด็กปกติจะคิดกันขึ้นมา ทว่ากลับมีเด็กคนหนึ่งสามารถทำการบ้านนี้เสร็จได้ภายใน 5 นาที โดยการทาสีแดงลงไปทั่วทั้งแขน จากนั้นก็วางทับลงไปบนกระดาษ พร้อมเขียนคำว่า “ช่วยด้วย” ลงไป พร้อมกับได้บอกว่าโปสเตอร์นี้แหละที่จะทำให้คนตระหนักถึงจริงๆ ไม่ใช่ภาพน่ารักๆ ที่คนอื่นๆ ทำกัน     งานนี้เล่นเอาชาวเน็ตอึ้งกันเป็นแถบๆ เพราะถ้าเราไม่บอกว่าเด็กทำ ดุยังไงมันก็อิมแพคเหมือนคนที่โดนชนและเลือดอาบเต็มตัวล้มลงกับพื้น เด็กวัย 12 ที่สามารถคิดได้ขนาดนี้ โตขึ้นจะต้องเจ๋งมากแน่ๆ ความเห็นคนเราย่อมมีแตกต่างกันไป เพราะชาวเน็ตบางกลุ่มก็บอกว่าเด็กคนนี้จริงๆ ขี้เกียจต่างหาก เขาแค่ไม่อยากจะทำการบ้านเหนื่อยๆ แบบที่เด็กคนอื่นวาด ก็เลยใช้ภาพนี้แหละ งั้นเราลองมาดูคอมเม้นท์ชาวเน็ตที่ถกเถียงกัน Read More …

รัฐบาลญี่ปุ่นกังวล เด็กอนุบาลยังติดสมาร์ทโฟน!

รัฐบาลญี่ปุ่นกังวลต่อผลสำรวจที่พบว่า จำนวนเด็กที่ใช้โทรศัพท์สมาร์ทโฟนรวมทั้งคอมพิวเตอร์แท็บเล็ตเพิ่มมากขึ้น โดยเด็กบางคนใช้อินเตอร์เน็ตตั้งแต่อายุไม่ถึง 1 ขวบ ผลการสำรวจของกระทรวงมหาดไทยและการสื่อสารของญี่ปุ่น พบว่าเด็กญี่ปุ่น 1ใน10คนได้สัมผัสกับอุปกรณ์อิเลคทรอนิกส์ อย่างโทรศัพท์สมาร์ทโฟนและคอมพิวเตอร์แท็บเล็ต ตั้งแต่อายุไม่ถึง 1 ขวบ ซึ่งผู้เชี่ยวชาญระบุว่าส่งผลเสียอย่างมากต่อพัฒนาการของเด็ก ผลการสำรวจจากผู้ปกครองชาวญี่ปุ่น 1,350 คน พบว่าเด็กวัย 1 ขวบ 17% ใช้อุปกรณ์ที่เชื่อมต่อกับอินเตอร์เน็ต และเมื่อถึงอายุ 2 ขวบ อัตราการใช้อินเตอร์เน็ตของเด็กก็เพิ่มขึ้นถึง 31% โดยผู้ปกครองกว่า 70% ระบุว่าได้ให้ลูกหลานใช้อุปกรณ์ดังกล่าวเพื่อเล่นในยามว่าง และดูคลิปวีดีโอ โดยไม่คิดว่าจะมีผลเสียต่อพัฒนาการของเด็ก ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่า เด็กก่อนวัยเรียน หรือก่อนอายุ 6 ขวบไม่ควรใช้อินเตอร์เน็ต โดยเฉพาะจากโทรศัพท์สมาร์ทโฟนรวมทั้งคอมพิวเตอร์แท็บเล็ต เนื่องจากเป็นการสื่อสารทางเดียว ทำให้เด็กไม่มีปฏิสัมพันธ์กับผู้คนรอบข้าง นอกจากนี้เด็กยังอาจได้รับผลกระทบจากรังสีของเครื่องมืออิเล็คทรอนิกส์ด้วย Read More …

เหตุผลที่ควรฝึกลูกทำงานตั้งแต่เด็กๆ

ในยุคปัจจุบันการปล่อยให้ลูกเรียนหนังสือเพียงอย่างเดียว ตั้งแต่อนุบาลจนจบปริญญา มีความเสี่ยงที่เด็กจะไม่ค้นพบตัวเองอย่างมาก แอดมินได้พูดคุยกับคนที่พึ่งจบปริญญาตรีหลายคน และพบว่าพวกเขาไม่ชอบในสิ่งที่ตัวเองเรียนมา แต่ก็ไม่รู้ว่าตัวเองอยากทำอะไร รู้เพียงว่าจบมาอยากเป็นเจ้าของธุรกิจเอง ซึ่งกลุ่มนี้หากมีทุนทรัพย์ในชีวิตสูง ก็จะใช้เวลาในการหาตัวเอง อย่างไม่รีบร้อน แต่ถ้าไม่มีทุนทรัพย์ ก็จะอยู่ในสภาพจมปลัก และต้องเผชิญกับความเครียดอย่างต่อเนื่อง ส่วนอีกกลุ่มที่แอดมินเจอ คือ เด็กที่เริ่มทำงานตั้งแต่ช่วงยังเรียน ทั้งทำงานพิเศษ ทำธุรกิจของตัวเอง เด็กกลุ่มนี้จะมีความเป็นผู้ใหญ่มากกว่าเด็กกลุ่มแรก รู้ศักยภาพตัวเอง และรู้ว่าจบมาจะทำอะไร รู้ว่าตัวเองชอบ ไม่ชอบอะไร รู้ความสามารถ จุดเด่น จุดด้อยของตัวเองมาก่อน ทำให้ง่ายต่อการตัดสินใจลุยงาน หรือสร้างธุรกิจมากขึ้น ในส่วนนี้เราจะเห็นได้ว่าการให้ลูกได้ทำงานพิเศษ หรือกิจกรรมต่าง ๆ ช่วงวัยเรียนควบคู่ไปด้วย จะช่วยให้เด็กพบ และรู้จักตัวเองได้ง่ายขึ้น อย่ากลัวลูกลำบาก เพราะเด็กที่โตมากลายเป็นผู้ใหญ่งง ๆ นั้นลำบากกว่าเด็กที่ทำงานพิเศษมาก อย่ามองว่าการทำงานพิเศษก็แค่ทำแล้วได้เงินเล็ก ๆ Read More …

เด็กต้องการแก้แค้นผู้ใหญ่!บทความที่อยากจะให้ผู้ใหญ่ทุกคนได้อ่าน

เด็กที่ถูกพ่อแม่ทอดทิ้ง ไม่ได้รับความรัก อาจมีความโกรธแค้น เกลียดชังพ่อแม่ในส่วนลึก และจะหาวิธีแก้แค้นเป็นทางออกของความเจ็บปวด เช่น พูดโกหก ลักขโมยของ ทำผิดศีลธรรม เพื่อทำให้พ่อแม่เสียใจ เพราะจุดมุ่งหมายของเขาก็คือ ต้องการทำให้พ่อแม่เจ็บปวดบ้างเหมือนที่เขาเคยรู้สึก เด็กกลุ่มนี้ มักจะเป็นเด็กที่เคยถูกทำร้ายอย่างบอบช้ำ จึงต้องการทำร้ายบุคคลอื่นหรือผู้อื่น หรือสิ่งอื่นเป็นการตอบโต้ และถ้าสามารถทำได้รุนแรงมากเท่าใด ก็จะยิ่งรู้สึกสาแก่ใจเท่านั้น เด็กที่อยู่ในกลุ่มนี้ส่วนใหญ่เป็นเด็กที่มีปมด้อย รู้สึกหมดกำลังใจที่จะทำความดี ท้อแท้ และสิ้นหวังทีจะทำความดีอีกต่อไป แต่การแสดงออกจะไม่ออกมาในทางก้าวร้าว แต่จะเป็นไปในทางตรงข้ามคือ เงียบหงอย ถอนตัวออกมาจากกลุ่ม บางที่ก็จะดูเหมือนซึมเศร้าอยู่เสมอ ดังนั้นถ้าพ่อแม่ไม่เข้าใจเด็ก และใช้วิธีการลงโทษที่รุนแรง เด็กก็จะยิ่งรู้สึกสะใจว่าเขาทำในสิ่งที่ต้องการได้สำเร็จ (คือสร้างความทุกข์ให้พ่อแม่ได้สำเร็จ) ทางออกที่ถูก พ่อแม่ที่เข้าใจเด็ก รู้ว่าเด็กมีบาดแผลทางจิตใจจึงควรเปลี่ยนวิธีการจากการลงโทษที่รุนแรง มาเป็นความเข้าใจและยอมรับในตัวเด็ก ค่อยๆ ให้กำลังใจเขา เข้าใจความต้องการของเขา และสนองตอบความต้องการ ด้วยความรักและเมตตาเป็นที่ตั้ง Read More …

7 วิธีแก้ปัญหา ลูกติดโทรศัพท์มือถือ แท็บเล็ต คอมพิวเตอร์

ทุกวันนี้ อุปกรณ์เทคโนโลยี อย่าง สมาร์ทโฟน แท็บเล็ต คอมพิวเตอร์ รวมถึงเกม และสื่อออนไลน์ได้รับการพัฒนาให้น่าดึงดูดใจ และเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันของเด็กๆ มากขึ้น ซึ่งพ่อแม่ ผู้ปกครองควรสนใจว่าลูกใช้ประโยชน์หรือเล่นแอพพลิเคชั่นอะไรจากอุปกรณ์เหล่านี้บ้าง และควรมีเทคนิคในการควบคุมดูแลเด็กๆ ในยุคดิจิทัล ดังนี้ 1. กำหนดเวลาให้ชัดเจน พ่อแม่ ผู้ปกครองควรตั้งข้อกำหนดเรื่องเวลาในการใช้สื่อเทคโนโลยีให้กับลูกอย่างชัดเจน เพราะจะทำให้เด็กมีระเบียบวินัยในตนเอง ว่าควรเล่นระยะเวลาเท่าไรจึงจะเหมาะสม เช่น กำหนดให้เล่นได้วันละไม่เกิน 1 ชม. และวันหยุดอาจเพิ่มเป็น 2 ชม. เป็นต้น 2. สอดส่อง…ดูแล คอยดูว่าสิ่งที่ลูกเล่นอยู่คืออะไร มีความเหมาะสมมากน้อยแค่ไหนกับวัยของเขา อย่างเกมที่มีความรุนแรง เช่น เกมปล้น ยิง หรือฆ่าฟันกันก็ไม่เหมาะสมสำหรับเด็กเท่าไร ฉะนั้น พ่อแม่ Read More …