อยู่กับเพื่อนร่วมงาน “จอมจับผิด” อย่างไรให้จิตไม่ป่วย

ใช้วรรณยุกต์ผิด กลายเป็นเรื่องใหญ่, ไม่สบายจริงหรือเปล่า เห็นเมื่อวานยังดีๆอยู่เลย, ชอบแก้ไขเราต่อหน้าเพื่อนร่วมงานคนอื่น สถานการณ์น่ากระอักกระอ่วนใจเหล่านี้ อาจทำให้คุณรู้สึกแย่เมื่อต้องเจอเพื่อนร่วมงานที่ชอบจับผิด  แล้วจะอยู่กับเพื่อนร่วมงานประเภทนี้ได้อย่างไรให้ราบรื่นและสุขภาพจิตไม่เสีย เข้าใจธรรมชาติของคนชอบจับผิด พวกเขามีความซื่อสัตย์ต่อความรู้สึก และยึดถือความถูกต้องเป็นที่หนึ่ง ทำให้ในบางครั้งพวกเขาก็แสดงออกผิดที่ ผิดเวลาไปบ้าง เช่น แก้คำผิดของเพื่อนร่วมงานกลางห้องประชุม ซีเรียสเรื่องการใช้คะ/ค่ะถึงขั้นเดินมาบอก แน่นอนว่าพฤติกรรมเหล่านี้อาจทำให้คุณรู้สึกไม่โอเค แต่เมื่อคุณมีความเข้าใจ คุณจะสามารถอยู่กับเพื่อนร่วมงานชอบจับผิดได้ดีมากขึ้น แสดงความขอบคุณอย่างจริงใจ วิธีบอกว่าคุณเข้าใจและรับรู้ถึงเจตนาดีของพวกเขาที่ดีที่สุด คือการแสดงความขอบคุณ แม้ในใจจะโมโหจนอยากกรี๊ดออกมาดังๆก็ตาม  ทั้งนี้เพื่อรักษาความสัมพันธ์ของคุณทั้งสองฝ่าย ไม่ให้สถานการณ์บานปลายและนำไปสู่การแก้แค้นอย่างไม่มีที่สิ้นสุด พูดคุยอย่างเปิดใจสิ ช่วยได้ ! การถูกจับผิดบ่อยๆ ก่อให้เกิดความรู้สึกเชิงลบได้  ดังนั้นถ้าคุณรู้สึกว่าไม่สามารถทนได้อีกต่อไป  การพูดคุยอย่างเปิดใจ และตรงไปตรงมา คือสิ่งที่คุณควรทำกับเพื่อนร่วมงานประเภทนี้    เพื่อให้พวกเขาได้รู้ถึงพฤติกรรมที่เป็นปัญหาว่ามีอะไรบ้าง ต้องปรับส่วนไหน อาจจะค่อยๆอธิบายให้ฟังทีละเรื่อง และอาจขอว่าถ้าเกิดเหตุการณ์แบบนี้อีก สามารถพูดคุยส่วนตัวแทนการพูดในที่สาธารณะได้หรือไม่ Read More …

มีไหมในองค์กรของคุณ…ได้ดีทั้งที่ไม่ทำงาน งานวิจัยชี้ คนพวกนี้ ถ่วงองค์กรโดยรวม

โดย ฌอห์ณ ค็อกแลน ผู้สื่อข่าวบีบีซี คุณอาจจะมีเพื่อนร่วมงานลักษณะนี้ ที่ชอบเขียนอีเมลที่พูดแต่เรื่องตัวเอง หรือชอบโอ้อวดในที่ประชุม วิทยาลัยธุรกิจทำการวิจัยซึ่งเผยว่า จะมีพนักงานประเภทหนึ่งที่สามารถทำตัวเองให้ดู “ยุ่งและประสบความสำเร็จ” โดยที่จริง ๆ แล้วไม่ได้ทำอะไรที่มีประโยชน์เลย งานวิจัยซึ่งศึกษาด้านความสามารถในการผลิต ได้เข้าไปเก็บข้อมูลในที่ทำงานในสหราชอาณาจักร 28 แห่ง และพบว่าในขณะที่พนักงานบางคนดู “จดจ่อกับงานมาก” แต่เมื่อดูดี ๆ แล้ว พวกเขาเป็นคนประเภทที่ชอบ “โปรโมต” ตัวเอง ซึ่งการไม่ตั้งใจทำงานของพวกเขาทำให้ผลผลิตโดยรวมเสียไปด้วย งานวิจัยจากสถาบันแอชริดช์ (Ashridge) ที่วิทยาลัยธุรกิจนานาชาติฮัลท์ (Hult International Business School) ศึกษาการมีส่วนร่วมในงานในองค์กรต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น ภาครัฐ สาธารณสุข การขนส่ง และองค์กรไม่หวังกำไร Read More …

6 เหตุผลง่ายๆ ว่าทำไมถึงควรหยุดนินทาคนอื่น!

เชื่อว่าทุกวงสนทนาของผู้หญิงเราต้องมักมีการนินทาเกิดขึ้นเสมอ แต่ถ้าหากเราหยุดนินทาคนอื่นได้ จะเกิดผลอะไรกับเราบ้างนะ วันนี้รักยิ้มจะพาไปดูผลลัพธ์นั้นกันค่ะ 1. มีความเชื่อมั่นในตนเองและนับถือผู้อื่นมากยิ่งขึ้น คนที่ชอบซุบซิบนินทานั้นเป็นเพราะเขาขาดความเชื่อมั่นในตนเอง พวกเขามักจะสร้างภาพลบให้กับคนอื่นที่เขานินทา เพื่อทำให้ตนเองรู้สึกดีขึ้น และมักเปรียบเทียบคนนั้นคนนี้อยู่ตลอดเวลา คุณอาจจะรู้สึกสนุกเมื่อได้นินทาคนอื่น แต่คุณรู้ไหมว่ายิ่งคุณไปนินทาว่าร้ายคนอื่นมากเท่าไหร่ กลายเป็นพาตัวเองสู่การขาดความเชื่อมั่น ขาดการนับถือตนเองลงไปทุกที 2. เป็นจุดเริ่มต้นการสนทนาที่มีคุณค่า เมื่อคุณลดการนินทาว่าร้ายผู้อื่น คุณจะได้พูดคุยแต่สิ่งที่เป็นประโยชน์กันมากขึ้นทั้งเรื่องงาน การใช้ชีวิต และเปลี่ยนทัศนคติที่ดีต่อกัน สร้างความเชื่อมั่นให้กับคนรอบข้าง มีแต่สิ่งดีๆแง่คิดบวก เกิดขึ้นรอบๆตัวคุณ 3. ความช่วยเหลือที่ดีๆจะเกิดขึ้นกับทุกคน เมื่อเรานินทาผู้อื่นเราอาจจะไม่มีมิตรแท้อยู่ในวงที่พูดคุยอยู่เลยก็ได้ หากเราคิดดีๆไม่พูดใส่ร้ายต่อกัน เวลาคุณเดือดร้อนหรือมีปัญหา ทุกคนจะคอยช่วยเหลือ รับมือสถานการณ์ที่เลวร้ายไปพร้อมๆกับคุณ 4. แสดงให้เห็นถึงข้อมูลที่ขาดหายไป หากคุณนินทาน้อยลง พูดแต่สิ่งที่สร้างสรรค์กับชีวิตมากขึ้น คุณจะได้รับสาร ข้อความสิ่งที่มีประโยชน์ต่อตัวคุณเองกลับคืนมาแน่นอน 5. ข้อความที่ผิดๆจะไม่แพร่กระจาย จริงอยู่ว่าการนินทามักจะมีเรื่องจริงหรือเรื่องไม่จริงอยู่ในนั้น แต่ที่แน่ๆเรื่องที่ไม่จริงเยอะอย่างแน่นอนคำพูดร้ายๆที่เรากล่าวหาคนอื่นแล้วแพร่กระจายออกไปคนต่อคน Read More …

5 วิธีง่าย ๆ อยู่ร่วมกับ “คนมองโลกในแง่ร้าย โดยไม่ต้องทะเลาะ”

ถ้าคุณเป็นคนที่คิดบวก การอยู่ร่วมกับคนคิดลบนั้นคือสิ่งที่อึดอัดที่สุด โดยเฉพาะถ้าคนคิดลบคนนั้นมีอิทธิพลกับชีวิตคุณ อย่างเช่น เพื่อนร่วมงานที่นั่งในห้องทำงานเดียวกัน แฟนของคุณ พ่อแม่ของคุณ มันจึงเป็นเรื่องยากที่จะหลีกหนี อย่างไรก็ตามคุณสามารถที่จะฝึกฝนตัวเองให้สามารถที่จะอยู่ร่วมกับคนเหล่านั้นได้ ลองคิดดูว่าคุณเป็นคิดบวก และสามารถเข้าใจคนคิดลบและอยู่ด้วยอย่างมีความสุขได้ ชีวิตคุณจะดีแค่ไหน 1. เตรียมใจ หากเห็นคนใกล้ชิดมีอาการต่อไปนี้บ่อย ๆ อย่างสม่ำเสมอ คุณอาจต้องเตรียมใจว่า จะได้ยินและได้เห็นการแสดงออกในรูปแบบลบ ๆ ตามมาก็เป็นได้ พยายามโน้มน้าวให้คุณเชื่อว่าสิ่งต่าง ๆ อาจไม่สำเร็จตามแผน แสดงความผิดหวังทุกครั้งเมื่อสิ่งต่าง ๆ ไม่เป็นดังใจ พยายามมองหาข้อเสียของทุกสิ่ง ค้นหาเหตุผลมากมายมาอธิบายว่าสิ่งที่คุณทำจะไม่เป็นผลสำเร็จแน่ ๆ โทษคนอื่นเสมอว่าเป็นต้นเหตุของความบกพร่อง ล้มเหลว 2. เข้าใจ - เห็นใจ หากคุณพยายามโน้มน้าวให้เขาเปลี่ยนมาคิดบวก คุณเองก็อาจถูกมองว่า ปฏิเสธ ไม่ยอมรับตัวตนของอีกฝ่ายหนึ่ง ตรงกันข้าม คุณต้องพยายามใช้ความเข้าใจและความเห็นใจ ยอมรับตัวตนของเขาให้เกิดความรู้สึกที่เป็นมิตรเสียก่อน ถึงจะคุยกันดี ๆ ได้ เข้าใจ เขากำลังมีความทุกข์ มีความกังวลใจ ไม่สบายใจ ไม่สงบและมั่นคงในตัวเองจึงแสดงออกมาเช่นนี้ เห็นใจ รับฟังอย่างเข้าใจ ใส่ใจกับสิ่งที่เขากำลังพูดอยู่อย่างเต็มที่ (โดยคุณเองไม่ต้องเปลี่ยนจุดยืน) แสดงความเห็นอกเห็นใจ เพื่อให้เขาคลายทุกข์ เช่น การกล่าวแสดงความเสียใจที่เขาต้องเจอเรื่องแย่ ๆ เห็นใจว่าเขาเองก็ต้องรับผลที่เกิดจากความคิดลบของเขา 3. อย่าใจดีเกินเหตุ ใจดีเกินกับคนคิดลบ…เรื่องจะไม่จบนะเออ! แม้ว่าคุณอาจมีธรรมชาติที่ชอบช่วยเหลือและปลอบใจคนที่กำลังมีความทุกข์ แต่คุณก็ต้องระวังว่าการแสดงออกบางอย่างกับคนคิดลบอาจยิ่งกลายเป็นโทษกับตัวเอง Read More …

4 เทคนิคปรับอารมณ์ รับมือมนุษย์ลุง-ป้าในที่ทำงาน

หลายคนคงเคยหงุดหงิดกับคนที่ชอบทำอะไรตามใจตนเองโดยไม่นึกถึงผู้อื่น (สมัยนี้อาจเรียกมนุษย์ลุง-ป้า) ซึ่งคนกลุ่มนี้จะสร้างมลภาวะทางอารมณ์และก่อความเครียดให้ผู้อื่น จนส่งผลต่อสุขภาพทางกายและใจ ดร.เทรวิส แบรตเบรี่ ผู้เชี่ยวชาญด้านการฝึกฝนทางอารมณ์สำหรับผู้นำทางธุรกิจและผู้เขียนหนังสือ Emotional Intelligence 2.0 ได้แนะนำวิธีการรับมือกับมนุษย์ลุง-ป้า โดยใช้เทคนิคปรับอารมณ์ดังนี้ 1. หาวิธีปลีกตัว ให้เปรียบการอยู่กับคนขี้บ่นเหมือนการยืนคุยกับคนสูบบุหรี่ และคิดเสียว่า เสียงบ่นเหมือนควันบุหรี่ที่มีแต่สารพิษ หากต้องสูดดมจะเกิดโทษต่อร่างกาย จึงไม่ควรยืนฟังเสียงบ่นนั้นจนทำให้รู้สึกแย่ แต่ควรหาวิธีปลีกตัวออกมา 2. รู้จักปล่อยวาง เป็นวิธีรับมือกับปัญหาทางอารมณ์ที่ดี ซึ่งจะช่วยให้เราสามารถให้อภัยผู้อื่นได้เร็ว จึงเป็นผลดีต่อตัวเอง ดังนั้นควรปล่อยวางให้เร็ว จะได้ไม่เกิดทุกข์ 3. สร้างเกราะป้องกันตนเอง ผู้ที่ประสบความสำเร็จจะไม่นำเสียงวิจารณ์ของคนอื่นมาทำลายความสุขของตนเองและไม่นำตัวเองไปเปรียบเทียบกับผู้อื่น จึงต้องหยุดฟังคำวิจารณ์ที่ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ของผู้อื่นและไม่เก็บคำพูดนั้นมาคิดมาก 4. หยุดตัวเองไม่ให้คิดลบ เมื่อผู้อื่นทำให้รู้สึกแย่ ตนเองก็ไม่ควรมีความคิดในแง่ลบ เพราะจะทำให้ความรู้สึกยิ่งเลวร้ายลงกว่าเดิม ดังนั้นต้องหลีกเลี่ยงการคิดลบ “>เราไม่สามารถเปลี่ยนผู้อื่นได้ แต่สามารถทำใจไม่ให้เป็นทุกข์เมื่อต้องเผชิญกับบุคคลที่ไม่พึงปรารถนาได้ค่ะ นิตยสารชีวจิต. ปีที่17 ฉบับที่ 392, 1 Read More …