“28 นิสัยน่ารังเกียจ” ของเพื่อนร่วมงานที่ไม่อยากให้มีในองค์กร

1.ขี้นินทา นินทาไดัทุกคน 2.จอมแขวะ -ดัน เสียดสี 3.ดีเข้าตัวชั่วให้คนอื่น 4.หักหลัง หน้าอย่างหลังอย่าง แทงข้างหลัง 5.ดูถูกการทำงานของทุกคนตัวเองทำถูกอยู่คนเดียว 6.ใส่ร้ายป้ายสี แต่งเรื่อง พูดเรื่องส่วนตัวคนอื่น 7.เสี้ยม ยุให้คนแตกกัน 8.ฟังไม่ได้สรรพจับไปกระเดียด 9.เอาเปรียบ กินแรง  มีหน้าที่รอได้หน้า 10.จับผิดทุกการการะทำคนอื่น 11.แบ่งพักแบ่งพวก หัวหน้าชั้น หัวหน้าเธอ 12.สรรหาตัวประหลาดตัวตลกในออฟฟิศ เพื่อให้ตัวเองจัดอยู่ในพวกปกติ 13.อยู่ในวงเวลาเม้าท์นาย เห็นด้วยร่วมด่า แต่อยู่ต่อหน้าทำตัวประจบสอพรอ 14.ไม่มีมิตรแท้ศัตรูถาวร ลับหลังเห็นมันนินทากันอยู่ดีๆต่อหน้าแทบจะจูบปากกันซะละ 15.จิ้งจกเปลี่ยนสี 16.ข่ม เขม่นเพื่อนร่วมงานใหม่ คิดว้าตัวเองเก๋า 17.ยกยอปอปั้นคนที่ชอบทำตัวเป็นเจ้าแม่ในออฟฟิศ 18.ในที่ประชุมพูดดีมีหลักการ แต่ถึงเวลาไม่ทำเอง 19.ดิสเครดิตเรื่องงานคนอื่น 20.ผู้ชายนิสัยผู้หญิง ขี้บ่น จุกจิก Read More …

งานวิจัยเผย “วิธีการพูดคุย” ที่ทำให้คนเรา “มีความสุข” มากยิ่งขึ้น

ไม่จำเป็นต้องมีงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์มาพิสูจน์ เราก็รู้กันดีว่าบทสนทนาซ้ำซากเกี่ยวกับดินฟ้าอากาศไม่ก็ทีมกีฬาท้องถิ่นเป็นเรื่องที่น่าเบื่อซะไม่มี แล้วการพูดคุยสัพเพเหระ (small talk) แบบนี้มีผลกระทบสำคัญต่อความสุขของคุณบ้างรึเปล่านะ? ล่าสุด มีงานวิจัยที่มาไขข้อสงสัยนี้แล้ว ผลชี้ชัดว่า การพูดเรื่องสัพเพเหระมากเกินไปทำให้ความสุขในชีวิตลดลงจริงๆ ซึ่งในทางกลับกัน การสนทนากันอย่างมีเนื้อหาสาระมากขึ้น ก็จะทำให้คุณมีความสุขมากขึ้น การพูดเรื่องสัพเพเหระเป็นตัวทำลายความสุข นักจิตวิทยา Matthias Mehl ได้คิดวิธีพิสูจน์ว่าบทสนทนามีผลต่ออารมณ์คนเราอย่างไร ด้วยการรับอาสาสมัครเพื่อติดตั้งเครื่องอัดเสียงไว้ที่ตัว โดยมันจะบันทึกบทสนทนาของพวกเขาทุกๆ 12.5 นาทีเป็นระยะเวลาสี่วัน จากนั้นก็ถอดเทปมาบันทึกว่าช่วงไหนที่เป็นการพูดกันเรื่อยเปื่อย ช่วงไหนเป็นการถกเกี่ยวกับประเด็นสำคัญๆ เช่น เหตุการณ์ปัจจุบัน และช่วงไหนที่เป็นการพูดคุยเรื่องจำเป็น เช่นว่า ใครจะเป็นคนเอาขยะไปทิ้ง เป็นต้น ระหว่างนั้น พวกเขาก็ติดตามบันทึกระดับมวลความสุขของผู้เข้าร่วมอย่างละเอียด และผลที่ออกมาก็คือ “Mehl และทีมงานวิจัยพบว่าอาสาสมัครที่มีความสุขมากที่สุดนั้นสนทนาเรื่องที่มีเนื้อหาสาระมากถึงสองเท่า และสนทนาสัพเพเหระเพียงแค่หนึ่งส่วนสามของอาสาสมัครที่มีความสุขน้อยที่สุด” Jenn Granneman กล่าวไว้ในเว็บไซต์ Psychology Today   คำถามคือ Read More …

เคยเจอไหม์?เพื่อนร่วมงานงี่เง่า! วิธีจัดการกับเพื่อนร่วมงานงี่เง่า!

น้อยคนนักที่จะเกิดมาบนโลกนี้แล้ว ไม่เคยถูกใครอิจฉาเลย การถูกอิจฉาริษยาจากคนในที่ทำงาน โรงเรียน มหาวิทยาลัย มักเกิดขึ้นได้เสมอ ซึ่งถ้าหากคุณโชคดีพอ คนที่อิจฉาคุณก็จะไม่สามารถทำอะไรคุณได้ ทำได้เพียงแค่แอบมองคุณจากมุมมืด พร้อมส่งสายตาอิจฉามายังคุณเท่านั้น แต่ถ้าคุณโชคร้าย คุณก็อาจโดนคนประเภทนี้ออกมาเล่นงานคุณจังๆ จนเจ็บหนัก เสื่อมเสียชื่อเสียงได้เช่นกัน อย่างไรก็ดี ไม่แน่ว่าความร้ายกาจของคนที่อิจฉาคุณอยู่นั้นอาจถูกสยบลงได้ หากคุณมีวิธีจัดการที่ดีกับปัญหาดังกล่าว ซึ่งวิธีจัดการจะมีอะไรบ้างนั้น ไปติดตามกันเลยค่ะ 1.หยิบยื่นความเป็นมิตร แม้ว่าคุณอาจได้ยิน หรือพอจะรู้สึกได้ว่า มีคนบางคนแอบอิจฉาคุณอยู่ แต่การเดินหน้าเข้าไปลุย หรือเข้าไปจัดการกับคู่กรณีอาจไม่ใช่ทางออกที่ดีนัก หากทำได้ ลองมีน้ำใจ ทำสิ่งดี ๆ กับเธอคนนั้นก่อนจะดีกว่า เช่น พูดกับเธอดี ๆ หรือมีขนมก็แบ่งกัน การลองทำสิ่งดีๆ แก่กันอาจช่วยเปิดโอกาสให้คุณและเธอคนนั้นได้รู้จักกันดียิ่งขึ้น และทำให้สถานการณ์ต่างๆ เปลี่ยนไปในทางที่ดีได้ แต่ถ้าหากลองทำแล้วยังไม่เป็นผล ก็อย่านำเรื่องนี้มาเก็บเป็นอารมณ์ให้กังวลใจไปเลย Read More …

วิธีรับมือกับเพื่อนร่วมงานทั้ง 9 ประเภท!

ในองค์กรหนึ่งๆ ย่อมมีพนักงานที่มีพื้นฐานชีวิตหลากหลายแตกต่างกัน การจะทำงานร่วมงานกันให้ได้อย่างราบรื่นจึงต้องอาศัยการปรับตัวเข้าหากัน ต่างคนต่างพยายามปรับตัวให้เข้ากับเพื่อนร่วมงาน ก็จะทำให้เข้าใจกันและลดปัญหาความขัดแย้งลงได้ มาดูวิธีปรับตัวให้เข้ากับเพื่อนร่วมงาน 9 ประเภทต่อไปนี้ 1. ยืนหยัดเป็นฝ่ายค้าน คนประเภทนี้กลัวการเปลี่ยนแปลง จึงต้องคัดค้านเอาไว้ก่อน เช่น เมื่อการเสนอความคิดใหม่ๆ ก็จะปฏิเสธและเลือกที่จะใช้รูปแบบเดิมมากว่า เช่น ให้พิมพ์งานด้วยคอมพิวเตอร์ก็มักจะบอกว่าเขียนเอาก็ได้ ให้ส่งอีเมลก็ยืนยันที่จะส่งทางไปรษณีย์ เป็นต้น วิธีรับมือ ให้เวลาเขาได้เรียนรู้ประโยชน์ของที่สิ่งเปลี่ยนแปลง เพื่อให้เขาค่อยๆ ยอมรับและเริ่มเปลี่ยนแปลงด้วยตัวของเขาเอง 2. เช้าชามเย็นชาม คนประเภทนี้ทำงานแบบย่ำอยู่กับที่ เรื่อยๆ ไปวันๆ อาจเป็นเพราะความเคยชินที่ทำงานแบบเดิมๆ แล้วรู้สึกว่าปลอดภัยดี จึงไม่คิดปรับปรุงหรือเปลี่ยนแปลงอะไร วิธีรับมือ เสนอหัวหน้าให้ส่งเขาไปอบรมสัมมนาหาความรู้ใหม่ๆ เพื่อเปิดโลกทัศน์ ผลงานจะได้ดีขึ้น ในขณะเดียวกันก็ต้องคอยให้กำลังใจเขาด้วย เพราะการเปลี่ยนแปลงในลักษณะนี้ค่อนข้างทำได้ยาก 3. แยกเรื่องงานกับเรื่องส่วนตัวไม่ออก คนบางคนอาจมีปัญหาที่บ้าน Read More …

วิธีรับมือกับเพื่อนร่วมงานทั้ง 5 ประเภท

1.เพื่อนร่วมงานที่เห็นแก่ตัว คนประเภทนี้จะเห็นแก่ตัวเป็นจริตติดจนเป็นนิสัยเลยก็ว่าได้ เช่นมักจะชอบฝากห้องให้เราสอนเป็นประจำ ในเวลาที่ผอ.ไม่อยู่โรงเรียนก็จะชอบออกไปทำธุระส่วนตัว ชอบโยนงานของตัวเองมาให้เรา ชอบเอารัดเอาเปรียบเวลาทำงานร่วมกัน ส่วนเวลาที่เราทำงานเสร็จก็มักจะพูดเอาดีใส่ตัวเองทั้งๆที่ไม่ได้ช่วยเหลืออะไรเราเลย เป็นต้น วิธีแก้ก็คือ บอกเขาไปตามตรงว่าเรากำลังติดงานเรื่องอื่นๆอยู่ ไม่ว่าง หรือติดธุระจำเป็นไม่สามารถทำให้ได้ และทุกครั้งที่ได้ร่วมงานกันก็ควรจะตกลงกันในที่ประชุมว่างานแต่ละส่วนๆใครเป็นคนทำ พร้อมกับกำหนดระยะเวลาให้กับเขา เพราะถ้าหากเขาไม่ทำงานในส่วนของเขา เราก็ควรจะแจ้งให้ผู้บริหารได้ทราบว่าว่าติดตรงไหน ขาดอะไรบ้าง เพื่อให้ผู้ที่มีอำนาจในการบริหารโดยตรงได้เข้ามาช่วยในการแก้ไขงาน และข้อควรระวังให้มากที่สุด หากเราไม่รู้จักที่จะกล่าวคำปฏิเสธกับคนประเภทนี้ และถ้าหากเราทำงานให้เขาไปเรื่อยๆ คนที่จะเป็นฝ่ายเหนื่อยและถูกเอารัดเอาเปรียบก็คือตัวเราเอง เพราะฉะนั้นรีบตัดไฟเสียแต่ต้นลมจะดีกว่า 2.เพื่อนร่วมงานที่ชอบนินทา คนประเภทนี้มักจะชอบยุ่งเรื่องของคนอื่นเป็นพิเศษ ชีวิตมักจะเสพสุขด้วยการนินทาชาวบ้าน และมักจะชอบนำเรื่องที่ไม่ดีของคนอื่นไปพูดในทางที่เสื่อมเสีย ทั้งจริงบ้างและไม่จริงบ้างก็จะพูด เพราะชีวิตของเขาอยู่ได้ด้วยการนินทา จิตใจลึกๆของเขานั้นล้วนแล้วแต่ซ่อนปมชองชีวิตที่เศร้าโศกเอาไว้ เพราะเขาจะชอบขุดเรื่องที่ไม่ดีของคนอื่น เพื่อมาฝังบาดแผลภายในใจของเขาเอง วิธีการแก้ก็คือ หลีกเลี่ยงที่จะพูดเรื่องส่วนตัวของเราให้เขาฟัง หรือแม้แต่คนใกล้ชิดเขา ถ้าหากจะต้องพูดเรื่องของคนอื่นๆกับเขา ก็ให้เราพูดแต่สิ่งที่ดีๆของคนอื่นให้เขาฟัง เพราะบางทีเขาอาจจะนำสิ่งที่เราพูดไปให้คนนั้นได้ฟังก็เป็นได้ 3.เพื่อนร่วมงานที่คิดว่าตัวเองเป็นผู้บริหาร คนประเภทนี้จะชอบสั่งงานคนอื่นให้ทำอย่างโน้นอย่างนี้ตามใจของตัวเอง Read More …