“การเรียนรู้” ของผู้ที่ประสบความสำเร็จ มักเริ่มต้นจาก “การจดบันทึก”

“>การศึกษามิใช่อยู่ที่ว่าคุณจำได้เท่าไหร่ หรือคุณรู้มากแค่ไหน แต่อยู่ที่ว่าคุณสามารถแยกแยะข้อแตกต่างระหว่างสิ่งที่คุณรู้กับสิ่งที่คุณไม่รู้ได้ … อนาโตล ฟรองซ์< หนังสือที่ดูเป็นเรื่องของธรรมะ การนั่งสมาธิหาคำตอบให้กับชีวิตบางอย่าง กลับพบว่า มีบทที่พูดถึง “การเรียนรู้” แถมเป็นการเรียนรู้โดยใช้ “การจดบันทึก” เป็นอาวุธทางปัญญา เชิญชวนลองอ่านหาความรู้ดูครับ   เรียนรู้ … (คมสัน วิเศษธร) การศึกษาหาความรู้ ไม่จำเป็นต้องทำที่โรงเรียนหรือในมหาวิทยาลัยเท่านั้น การไปห้องสมุด ร้านหนังสือ ไปนั่งตามร้านอาหาร หรือพูดคุยกับคนอื่น ก็เพิ่มรอยหยักในสมองได้เหมือนกัน การเดินทาง ออกนอกบ้านไปพบเจอสิ่งแวดล้อมแปลก ๆ ทั้งผู้คนและสถานที่จะทำให้ได้รับความรู้ใหม่ ๆ ก่อเกิดเป็นฐานข้อมูลที่สามารถนำไปใช้ได้ภายหลัง หรือจะใช้วิธีเดินทางอีกรูปแบบหนึ่งคือ การชมภาพยนตร์ก็เก๋ไปอีกแบบ เพราะภาพยนตร์จะดึงให้เรารู้สึกร่วมไปกับเนื้อเรื่องและตัวละคร มุมมอง แง่คิด และความเห็นที่ได้เป็นเหมือนกระจกสะท้อนภาพของชีวิต แถมยังมีสัจธรรมดี ๆ ให้เราจดจำไม่ลืมเลือน แต่จะดียิ่งขึ้นหากขณะเดินทางได้พูดคุย แบ่งปัน หรือแลกเปลี่ยนประสบการณ์ส่วนตัวกับใคร แล้วลอง สังเกต บุคคลที่เรากำลังสนทนาอยู่ด้วยบ้าง Read More …

7 วิธี “เรียนรู้” ของเด็ก

พวกเราแต่ละคนล้วนมีวิธีการเรียนรู้ ทำความเข้าใจ และจดจำสิ่งที่เราเรียนของเราเอง วิธีการเรียนรู้หลัก ๆ มีอยู่ด้วยกันสามแบบ ประกอบด้วย ทางการมอง การฟัง และทางร่างกายร่วมกับความรู้สึก ซึ่งสามารถแบ่งแยกย่อยได้อีกเป็น 7 รูปแบบด้วยกัน เด็ก ๆ มีวิธีการเรียนรู้และเข้าใจสิ่งรอบตัวที่แตกต่างกัน บางคนฟังครั้งเดียวรู้เรื่อง แต่กลับไม่มีสมาธิอ่านหนังสือ บางคนชอบอ่านชอบมอง ชอบสังเกตแต่ไม่ชอบฟัง พ่อแม่ต้องหาวิธีการเรียนรู้ที่เข้ากับลูกให้ได้นะคะ แล้วคุณจะรู้ว่าควรสอนลูกอย่างไรให้ได้ประสิทธิภาพที่สุด ผู้เรียนรู้ทางสายตาชอบเรียนรู้ผ่านการมองเห็น ผู้เรียนกลุ่มนี้จะทำความเข้าใจได้ดีจากรูปภาพ ภาพถ่าย แผนผัง และอื่น ๆ ที่ใช้ในการแสดง และอธิบายกรอบความคิด คุณสามารถใช้วีดีโอ และแผ่นป้ายสื่อการสอน ตกแต่งห้องด้วยแผ่นป้าย หรือภาพพิมพ์การศึกษาต่าง ๆ เช่นระบบสุริยะ หรือเรื่องทั่ว ๆ ไปเช่น อาหารของเรามาจากไหน สิ่งมีชีวิตใต้น้ำ Read More …

3 เทคนิคฝึกสมองให้คิดเก่ง

โดย……นิตยสารชีวจิต, ปีที่ 15, ฉบับที่ 351. เมื่อนั่งทำงานนานๆ สมองถูกใช้งานอย่างหนัก คงต้องมีบ้างที่เราจะเจอกับภาวะ “คิดอะไรก็คิดไม่ออก” หนังสือเรื่อง “ศาสตร์ชีวิต” เขียนไว้ว่า สมองของมนุษย์มีระบบการทำงานที่เชื่อมโยงซับซ้อน ซึ่งการเรียนรู้ของมนุษย์เกิดจากการรับข้อมูล และการนำข้อมูลเหล่านั้นผ่านเข้าสู่กระบวนการจดจำ ดังนั้น การที่เราคิดอะไรไม่ค่อยออก จึงอาจแปลว่าสมองไม่ได้ทำงานเชื่อมโยงกันอย่างเต็มที่ หรือข้อมูลที่ได้รับการบันทึก มีแต่ข้อมูลเดิมๆ ถ้าอย่างนั้น คงถึงเวลาที่เราต้องมาลับสมองกันสักหน่อย โดยใช้ 3 เทคนิคดังนี้ค่ะ 1. คิดแล้วทำการลงมือทำเป็นผลลัพธ์ของการคิด หากคิดแล้วทำอย่างต่อเนื่อง จะทำให้สมองได้จดจำวิธีการที่เป็นรูปธรรมจากการลงมือทำ และสามารถหาแนวทางพัฒนากระบวนการคิดและการทำของตัวเองให้ดียิ่งขึ้นต่อไปได้ 2. ลองทำในสิ่งที่ไม่เคยทำ หลังจากทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งจนชำนาญแล้ว ลองออกไปทำในสิ่งที่ไม่เคยทำบ้าง เพื่อเปิดมุมมอง และฝึกสมองให้ได้เรียนรู้ทักษะใหม่ๆ 3. บริหารสมอง 2 ซีก ตามปกติ สมองซีกซ้ายและซีกขวาซึ่งมีหน้าที่ต่างกัน Read More …

9 งานอดิเรก ยิ่งทำ…ยิ่งฉลาด

1.เล่นดนตรีแบบศิลปิน เมื่อนานมาแล้วขงจื๊อกล่าวไว้ว่า ‘ดนตรีมอบความพึงพอใจที่ธรรมชาติของมนุษย์ไม่สามารถทำได้ ‘ และจากผลการวิจัยก็ระบุว่าดนตรีหรือเสียงเพลงสามารถกระตุ้นสมองของมนุษย์ได้ดี และนักวิจัยหลายคนก็ได้แสดงผลงานวิจัยที่บ่งบอกว่า ผู้ที่ทั้งฟังดนตรีและเป็นผู้เล่นเองมีพื้นที่หน่วยความจำที่มากขึ้น นอกจากนี้การเล่นเครื่องดนตรียังเป็นการฝึกความอดทนและความพยายาม เพราะการที่จะเล่นดนตรีให้เชี่ยวชาญได้นั้น จำเป็นจะต้องทุ่มเทเวลาให้มันอย่างเต็มที่ ผลพลอยได้คือการมีสมาธิที่ดีขึ้น 2.อ่านหนังสือให้เหมือนเป็นโอกาสสุดท้ายที่จะได้แตะมัน เป็นความเชื่อมาตั้งแต่ไหนแต่ไรว่าการอ่านหนังสือจะช่วยเพิ่มระดับความฉลาดได้ แต่หมายถึงว่าต้องอ่านแบบไม่ลืมหูลืมตาและอ่านหลากหลายแนวตั้งแต่ นวนิยาย ชีวประวัติ ไปจนถึงบทประพันธ์ต่าง ๆการอ่านหนังสือช่วยลดความเครียด ช่วยให้คุณเผชิญหน้ากับอารมณ์ความรู้สึกที่หลากหลายและทำให้มีความรู้ในเรื่องต่าง ๆ เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการรับมือในสถานการณ์หลากหลาย และเข้าใกล้กับเป้าหมายชีวิตในอนาคตมากขึ้น ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะทำให้ผู้อ่านรู้สึกดีกับตัวเอง ไม่เพียงเท่านั้นการนั่งอ่านหนังสือเงียบ ๆ ด้วยความรู้สึกสงบเป็นหัวใจสำคัญของการมีสุขภาพกายและสุขภาพจิตที่แข็งแรง 3.ฝึกสมาธิเป็นกิจวัตร ประโยชน์ที่สำคัญที่สุดของการฝึกสมาธิ คือ การช่วยให้มีโฟกัสและรู้จักเนื้อแท้ของตัวเอง ช่วยลดระดับความเครียดและขจัดความกังวลทั้งหลาย การฝึกสมาธิเป็นประจำทุกวัน ผู้ฝึกจะมีจิตใจที่สงบ รู้จักควบคุมตัวเอง มีความหยั่งรู้ ทำให้สามารถเรียนรู้ คิด และวางแผนสิ่งต่าง ๆ ได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น Read More …

การจัดการเรียนรู้ตามหลักการพัฒนาสมองอนุบาล Brain-Based Learning

หลักการเรียนรู้ของสมอง สมองเป็นอวัยวะ พิเศษ ของร่างกาย ต้องการทั้ง อาหารกาย และ อาหารใจในสัดส่วนที่ ถูกต้อง เหมาะสม ตลอดช่วงอายุ ตั้งแต่ อยู่ในครรภ์มารดา ถึง วัยชราสมองต้องการ อาหารใจทั้งใน การเจริญเติบโต การเรียนรู้และพัฒนาศักยภาพการเรียนรู้/การทำงาน ให้เต็มที่ สมองเรียนรู้ได้ดีเมื่อมีความพร้อมครบทั้ง 3 ด้าน คือ 1) ความพร้อมด้านอารมณ์…เด็กเล็กต้อง เปิดสมอง/limbic ก่อนทุกครั้ง 2) ความพร้อมด้านองค์ความรู้…ความรู้ยาก/สูง เกินสมองเด็ก 3) ความพร้อมด้านพัฒนาการของสมอง…สมองส่วนหน้ายังเจริญเติบโตไม่เต็มที่ สมองเรียนรู้เต็มที่ เมื่อ สมองเปิด…limbic system เปิด วิธีการเปิดสมองทำได้หลายวิธี เช่น นั่งสมาธิ Read More …