4 เทคนิคการสอนเรียนปนเล่น! ที่ครูไม่ควรพลาด…

เทคนิคการสอนเรียนปนเล่น  นี้ เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่เพื่อนครูจะนำไปเป็นแนวทาง  และปรับปรุงประยุกต์ใช้ให้เข้ากับเนื้อหาวิชาของแต่ละคน  ในการจัดการเรียนการสอนวิชาพิมพ์ดีดไทย  เทคนิคการสอนเรียนปนเล่นอย่าเพิ่งตกใจ  ว่าเรียนไปด้วยเล่นไปด้วยแล้วอย่างนี้เด็กจะได้รับความรู้หรือเปล่าขั้นตอนสำคัญๆ  มีดังนี้ เริ่มเข้าสู่บทเรียนด้วยเรื่องทั่วๆไป (เล่าเรื่องตลกๆ ) ซึ่งขั้นตอนนี้เป็นเทคนิคส่วนตัวของผู้สอนที่ต้องฝึกฝน  ซึ่งเป็นเรื่องไม่ยาก  เรียนรู้กันได้ เข้าสู่บทเรียนด้วยเนื้อหาตามแบบแผนการสอนและสังเกตบรรยากาศ พฤติกรรมผู้เรียนขั้นตอนนี้สำคัญมาก  เด็กจะได้รับเนื้อหามากน้อยแค่ไหนขึ้นอยู่กับครูผู้สอน  ที่จะต้องนำ EQ มาร่วมกับ IQ ให้ได้  มีมุขตลกมาสอดแทรก  และที่สำคัญครูต้องตามทันมุขต่างๆ  ที่นักเรียนนำมาพูดกัน ขณะจัดกิจกรรมการเรียนการสอน ครูจะต้องปล่อยให้นักเรียนมีการทำกิจกรรมร่วมกันแม้จะเป็นงานเดี่ยว  แต่นักเรียนก็สามารถที่จะมีปฏิสัมพันธ์ร่วมกับผู้อื่นได้  เด็กสามารถเคลื่อนที่ภายในห้อง  แต่ไม่ใช่สร้างความวุ่นวาย ขั้นสุดท้าย ซึ่งสามารถสรุปและตรวจสอบได้ว่าการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนในคาบนั้น  ประสบความสำเร็จมากน้อยเพียงใด  คือ  การตรวจสอบชิ้นงาน  โดยวิธีต่างๆ  เช่น  นำเสนอหน้าชั้นเรียน  การร่วมอภิปรายรายงานผล  การแชร์ความคิดเห็น Read More …

Harvard เผยเคล็ดลับ “เรียนเก่ง”แบบไม่ต้องเครียด!

บทความที่นำเสนอคือ Why Smart People Underperform จาก Harvard Business Review ฉบับเดือนมกราคม 2005 เขียนโดย Edward Hallowell บทความเรื่องนี้เป็นบทความอมตะที่ถูกตีพิมพ์ครั้งแล้วครั้งเล่า ภายในช่วงเวลาสี่ถึงห้าปีที่ผ่านมา ว่าด้วยเรื่องเกี่ยวกับบุคคลที่ชาญฉลาด มีความรู้ความสามารถ เหตุใดจึงทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพอย่างที่ควรจะเป็นหรืออย่างที่คาดหวังไว้ ผู้แต่งได้บรรยายลักษณะของบุคคลดังกล่าว ไว้ดังนี้ มีอาการเครียดและวิตกกังวลอยู่ตลอดเวลาเกี่ยวกับการงานที่ยังไม่ได้สะสาง มีงานยุ่งทั้งวัน ทำงานเช้าจรดเย็น แต่ผลงานที่ออกมากลับมีเพียงนิดเดียว แบ่งเวลาไม่เป็น งานท่วมหัวแต่ไม่รู้จะทำชิ้นไหนก่อนดี เลือกไม่ถูก หรือเลือกแล้วก็มักเลือกผิด อารมณ์แปรปรวน หน้านิ่วคิ้วขมวด ใส่อารมณ์กับคนรอบข้าง ทำงานร่วมกับผู้อื่นไม่ได้ หงุดหงิด อึดอัด ใจร้อน ไม่มีสมาธิ จิตใจวอกแวก มีความหวาดกลัวว่างานจะล้มเหลว กลัวจะเสียหน้า Read More …

รู้ยัง?เลี้ยงลูกตั้งแต่เกิดจนจบ “ป.โท” ต้องใช้เงินเท่าไหร่!

บทความนี้สำหรับคุณพ่อคุณแม่ทุกคนที่ต้องการวางแผนการเงินการลงทุนเพื่อรองรับค่าใช้จ่ายโดยเฉพาะค่าเล่าเรียนตั้งแต่เด็กจนโตของลูกน้อยที่เป็นดวงใจของคุณ หรือท่านที่ฝันอยากสร้างครอบครัวอยากมีลูกในอนาคต และอยากเตรียมตัวสำหรับวันนั้น ผมอยากจะขอแชร์ในฐานะหัวอกคนเป็นพ่อคนนึงเหมือนกันครับ สืบเนื่องจากกระทู้พันทิพย์ “เลี้ยงลูกตั้งแต่เกิดจนจบ ป.ตรี ต้องใช้เงินเท่าไหร่ รู้ยัง?“ บวกกับตัวผมเองมีลูก 3 คน เลยขอลองมาคำนวณกันหน่อยว่าต้องเตรียมเงินประมาณเท่าไหร่กันแน่สำหรับการจะเลี้ยงลูกหนึ่งคน โดยผมจะขอแบ่งเป็น 3 ทางเลือก คือ แบบประหยัด แบบปานกลาง และแบบแพงสุด ๆ ครับ แบบประหยัด หมายถึง เรียนโรงเรียนรัฐ มหาลัยรัฐ และใช้จ่ายอย่างพอเพียง แบบปานกลาง หมายถึง ส่งเรียนโรงเรียนแคทอลิค ต่อด้วยมหาลัยเอกชน และใช้จ่ายด้านอื่น ๆ อีกในระดับปานกลางค่อนข้างดี แบบจัดเต็ม หมายถึง ส่งเรียนโรงเรียนนานาชาติ ไปต่อปริญญาตรีที่ต่างประเทศ และเลี้ยงดูปูเสื่อแบบจัดเต็ม ออกจะเวอร์นิด ๆ รูปที่ 1. Read More …

อ่านแล้วน้ำตาไหล…เด็ก ม.2 หัวใจแกร่ง ชีวิตบ้านแตก หาเงินส่งเสียตัวเองเรียน

เด็กชายวัย 14 ปี ต้องหาเลี้ยงตัวเองด้วยลำแข้ง หลังกลายเป็นเด็กบ้านแตก พ่อแม่แยกทาง พ่อมักจะหายตัวไป อาศัยอยู่กระท่อมพังๆ กลางทุ่งนา ครูตามไปเห็นน้ำตาแทบไหล ชีวิตแสนลำบาก ขอบพระคุณภาพประกอบจาก http://news.sanook.com (18 ก.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีข้อความจากเฟซบุ๊กคุณ นิติศักดิ์ สิงห์มณี ได้โพสต์ข้อความว่า “วอนผู้ใจบุญ เด็กคนนี้ชื่อ เด็กชายสรชัย สามารถ อายุ 14 ปี กำลังศึกษาอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2/2 ซึ่งครูนิติศักดิ์ สิงห์มณี และคณะครูอีก 2 ท่านคือ ครูวาสนา กองอุนนท์ ครูอังคณา สังคมณี เป็นครูที่ปรึกษา สถานภาพทางครอบครัว ผู้ปกครองหย่าร้างกัน สภาพบ้านดังปรากฏดังภาพ น้ำ-ไฟไม่มี Read More …

9 เรื่องที่เราควรรู้เกี่ยวกับ “สมอง”ของเรา

ปัจจุบันนี้มีงานวิจัยเกี่ยวกับ ‘สมอง’ มามากมาย จนบางครั้งเราก็ไม่แน่ใจว่ารู้เรื่องเกี่ยวกับสมองหมดหรือไม่  วันนี้เราจึงนำสิ่งที่ควรรู้เกี่ยวกับสมองมาฝากกัน เอาละมีอะไรบ้าง ตามมาเลย! 1. สมองชอบสีสัน  ไม่ว่าจะเป็นปากกา กระดาษ หากมีสีสันที่สดใส ก็จะทำให้ช่วยให้เราจดจำได้มากและดียิ่งขึ้น ทั้งยังทำให้สมองเกิดการกระตือรือร้นได้อีกด้วย โดยเฉพาะ สีส้ม ที่สามารถช่วยกระตุ้นความตื่นตัวของสมอง   ได้มากกว่าสีอื่น ดังนั้นหากต้องอ่านหนังสือหรือทำงาน การใช้ปากกาหรือไฮไลท์สีสดใสก็ถือเป็นตัวช่วยที่ดี 2. สมองต้องการพักผ่อน ไม่ว่าเราจะคอยกล่อมตัวเองบอกว่า ‘ยังไหว’ อย่างไรก็ตาม แต่ต้องอย่าลืมว่าสมองไม่ได้ไหวกับเราด้วย ดังนั้นหากเริ่มรู้สึกเหนื่อยล้า ให้งีบพักสัก 20 นาที แล้วจึงค่อยกลับมาลุยสิ่งที่กำลังทำอยู่ใหม่อีกครั้งจะดีกว่า ควรหาพื้นที่ที่สามารถทอดสายตาไปไกลๆ ได้ เพื่อความผ่อนคลายของสมอง และนอกจากนั้นสมองยังรักในความเรียบร้อยและสะอาด เคยมีการทดลองให้เด็กดูแลบ้านช่องให้สะอาด ปรากฎว่าทำให้เด็กเรียนเก่งขึ้นอย่างน่าอัศจรรย์ เริ่มทำความสะอาดและเก็บของกันได้แล้วพวกเรา! 3. สมองต้องการพลังงาน  สมองของคนเราหากเปรียบเทียบคงจะคล้ายกับเครื่องจักรที่ต้องการเชื้อเพลิงในการหล่อเลี้ยง Read More …