ดีงาม!เด็กนักเรียนในประเทศฝรั่งเศส ถูกสั่งห้ามใช้สมาร์ทโฟนในเวลาเรียน

เด็กนักเรียนในประเทศฝรั่งเศส ถูกสั่งห้ามใช้สมาร์ทโฟนในเวลาเรียน เชื่อว่าจะเป็นการลดปัญหาอาการติดมือถือ นักเรียนที่อายุต่ำกว่า 15 ปี จะถูกสั่งห้ามไม่ให้ใช้สมาร์ทโฟนในระหว่างเรียน ห้ามไม่ให้นำสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตมาโรงเรียน หรือต้องปิดเครื่องตลอดเวลาเรียน ยกเว้นแต่มีเหตุจำเป็นทางการศึกษาและนักเรียนที่มีความพิการ Jean-Michel Blanquer รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาของประเทศฝรั่งเศส ประกาศใช้กฎนี้อย่างจริงจังหลังที่ประธานาธิบดี Emmanuel Macron เคยพูดถึงการแบนโทรศัพท์มือถือในโรงเรียนในช่วงปี 2017 ขอบพระคุณที่มา CatDumb News http://news.abs-cbn.com

“การเรียนรู้” ของผู้ที่ประสบความสำเร็จ มักเริ่มต้นจาก “การจดบันทึก”

“>การศึกษามิใช่อยู่ที่ว่าคุณจำได้เท่าไหร่ หรือคุณรู้มากแค่ไหน แต่อยู่ที่ว่าคุณสามารถแยกแยะข้อแตกต่างระหว่างสิ่งที่คุณรู้กับสิ่งที่คุณไม่รู้ได้ … อนาโตล ฟรองซ์< หนังสือที่ดูเป็นเรื่องของธรรมะ การนั่งสมาธิหาคำตอบให้กับชีวิตบางอย่าง กลับพบว่า มีบทที่พูดถึง “การเรียนรู้” แถมเป็นการเรียนรู้โดยใช้ “การจดบันทึก” เป็นอาวุธทางปัญญา เชิญชวนลองอ่านหาความรู้ดูครับ   เรียนรู้ … (คมสัน วิเศษธร) การศึกษาหาความรู้ ไม่จำเป็นต้องทำที่โรงเรียนหรือในมหาวิทยาลัยเท่านั้น การไปห้องสมุด ร้านหนังสือ ไปนั่งตามร้านอาหาร หรือพูดคุยกับคนอื่น ก็เพิ่มรอยหยักในสมองได้เหมือนกัน การเดินทาง ออกนอกบ้านไปพบเจอสิ่งแวดล้อมแปลก ๆ ทั้งผู้คนและสถานที่จะทำให้ได้รับความรู้ใหม่ ๆ ก่อเกิดเป็นฐานข้อมูลที่สามารถนำไปใช้ได้ภายหลัง หรือจะใช้วิธีเดินทางอีกรูปแบบหนึ่งคือ การชมภาพยนตร์ก็เก๋ไปอีกแบบ เพราะภาพยนตร์จะดึงให้เรารู้สึกร่วมไปกับเนื้อเรื่องและตัวละคร มุมมอง แง่คิด และความเห็นที่ได้เป็นเหมือนกระจกสะท้อนภาพของชีวิต แถมยังมีสัจธรรมดี ๆ ให้เราจดจำไม่ลืมเลือน แต่จะดียิ่งขึ้นหากขณะเดินทางได้พูดคุย แบ่งปัน หรือแลกเปลี่ยนประสบการณ์ส่วนตัวกับใคร แล้วลอง สังเกต บุคคลที่เรากำลังสนทนาอยู่ด้วยบ้าง Read More …

“เด็กไทยเรียนหนักที่สุดในโลก”

ากข่าวเดลิินิวส์ออนไลน์ …(แม้ว่าจะเป็นข้อมูลเก่าแต่ปัจจุบันก็ไม่ได้แตกต่างอะไรกันเลย) วันนี้ (23 เม.ย.) ดร.ปรีชา เมธาวัสรภาคย์ ผอ.สำนักวิจัยเอแบคโพล สถาบันวิจัยมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ เปิดเผยว่า เอแบคโพล ร่วมกับ สำนักงานส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้และคุณภาพเยาวชน (สสค.) ทำการสำรวจเรื่อง เด็กและเยาวชนไทยอยากเห็นอะไรที่เปลี่ยนแปลงจากการศึกษาไทย โดยสำรวจเด็กและเยาวชนอายุ 14-18 ปี ใน 17 จังหวัดทั่วประเทศ จำนวน 4,255 คน ระหว่างวันที่ 1-15 เม.ย.2557 ผลปรากฏว่า …   ร้อยละ 58.9 เห็นว่า โอกาสและมาตรฐานทางการศึกษาของไทยไม่เท่าเทียมกัน ร้อยละ 58.7 เห็นว่า เด็กไทยเรียนหนักมากที่สุดในโลก แต่ไม่สามารถนำความรู้ในห้องเรียนไปประยุกต์ใช้ได้ ร้อยละ 54.8 เด็กไทยไม่ได้เรียนในสิ่งที่อยากเรียน ร้อยละ 53.1 เห็นว่า การเรียนการสอนเริ่มต้นจากความรู้ในหนังสือและจบลงที่ข้อสอบ ร้อยละ 30.7 ระบุว่า ความรู้ที่ใช้สอบได้จากการเรียนกวดวิชา ร้อยละ 25.0 อยากถามครูเกี่ยวกับวิธีการสอนของครู เช่น ทำไมครูไม่หาวิธีการสอนที่สนุก Read More …

4 เทคนิคการสอนเรียนปนเล่น! ที่ครูไม่ควรพลาด…

เทคนิคการสอนเรียนปนเล่น  นี้ เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่เพื่อนครูจะนำไปเป็นแนวทาง  และปรับปรุงประยุกต์ใช้ให้เข้ากับเนื้อหาวิชาของแต่ละคน  ในการจัดการเรียนการสอนวิชาพิมพ์ดีดไทย  เทคนิคการสอนเรียนปนเล่นอย่าเพิ่งตกใจ  ว่าเรียนไปด้วยเล่นไปด้วยแล้วอย่างนี้เด็กจะได้รับความรู้หรือเปล่าขั้นตอนสำคัญๆ  มีดังนี้ เริ่มเข้าสู่บทเรียนด้วยเรื่องทั่วๆไป (เล่าเรื่องตลกๆ ) ซึ่งขั้นตอนนี้เป็นเทคนิคส่วนตัวของผู้สอนที่ต้องฝึกฝน  ซึ่งเป็นเรื่องไม่ยาก  เรียนรู้กันได้ เข้าสู่บทเรียนด้วยเนื้อหาตามแบบแผนการสอนและสังเกตบรรยากาศ พฤติกรรมผู้เรียนขั้นตอนนี้สำคัญมาก  เด็กจะได้รับเนื้อหามากน้อยแค่ไหนขึ้นอยู่กับครูผู้สอน  ที่จะต้องนำ EQ มาร่วมกับ IQ ให้ได้  มีมุขตลกมาสอดแทรก  และที่สำคัญครูต้องตามทันมุขต่างๆ  ที่นักเรียนนำมาพูดกัน ขณะจัดกิจกรรมการเรียนการสอน ครูจะต้องปล่อยให้นักเรียนมีการทำกิจกรรมร่วมกันแม้จะเป็นงานเดี่ยว  แต่นักเรียนก็สามารถที่จะมีปฏิสัมพันธ์ร่วมกับผู้อื่นได้  เด็กสามารถเคลื่อนที่ภายในห้อง  แต่ไม่ใช่สร้างความวุ่นวาย ขั้นสุดท้าย ซึ่งสามารถสรุปและตรวจสอบได้ว่าการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนในคาบนั้น  ประสบความสำเร็จมากน้อยเพียงใด  คือ  การตรวจสอบชิ้นงาน  โดยวิธีต่างๆ  เช่น  นำเสนอหน้าชั้นเรียน  การร่วมอภิปรายรายงานผล  การแชร์ความคิดเห็น Read More …

Harvard เผยเคล็ดลับ “เรียนเก่ง”แบบไม่ต้องเครียด!

บทความที่นำเสนอคือ Why Smart People Underperform จาก Harvard Business Review ฉบับเดือนมกราคม 2005 เขียนโดย Edward Hallowell บทความเรื่องนี้เป็นบทความอมตะที่ถูกตีพิมพ์ครั้งแล้วครั้งเล่า ภายในช่วงเวลาสี่ถึงห้าปีที่ผ่านมา ว่าด้วยเรื่องเกี่ยวกับบุคคลที่ชาญฉลาด มีความรู้ความสามารถ เหตุใดจึงทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพอย่างที่ควรจะเป็นหรืออย่างที่คาดหวังไว้ ผู้แต่งได้บรรยายลักษณะของบุคคลดังกล่าว ไว้ดังนี้ มีอาการเครียดและวิตกกังวลอยู่ตลอดเวลาเกี่ยวกับการงานที่ยังไม่ได้สะสาง มีงานยุ่งทั้งวัน ทำงานเช้าจรดเย็น แต่ผลงานที่ออกมากลับมีเพียงนิดเดียว แบ่งเวลาไม่เป็น งานท่วมหัวแต่ไม่รู้จะทำชิ้นไหนก่อนดี เลือกไม่ถูก หรือเลือกแล้วก็มักเลือกผิด อารมณ์แปรปรวน หน้านิ่วคิ้วขมวด ใส่อารมณ์กับคนรอบข้าง ทำงานร่วมกับผู้อื่นไม่ได้ หงุดหงิด อึดอัด ใจร้อน ไม่มีสมาธิ จิตใจวอกแวก มีความหวาดกลัวว่างานจะล้มเหลว กลัวจะเสียหน้า Read More …