รวม 84 พฤติกรรม “ทำร้ายจิตใจลูก” สร้างบาดแผลในใจให้ลูกไปจนโต

การเอาใจใส่ลูกมากเกินไป การปล่อยปละละเลยลูก การคาดหวังมากเกินไป การลงโทษที่รุนแรงเกินกว่าเหตุ ฯลฯ สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็น “ยาพิษ” ที่ ทำร้ายจิตใจลูก ทำลายการเติบโตที่ดีงามของลูกทีละน้อย การเลี้ยงลูกต้องทำแบบค่อยเป็นค่อยไป เพราะพฤติกรรมบางอย่างของคุณพ่อคุณแม่อาจทำร้ายลูก ๆ โดยไม่รู้ตัว  บางทีพ่อแม่อาจไม่รู้ตัวหรอกว่าสิ่งที่พูด สิ่งที่ทำ หรือแสดงออกต่อลูกนั้น กลายเป็นพฤติกรรมทำร้ายจิตใจ เมื่อเกิดขึ้นบ่อยครั้งก็ส่งผลต่อบุคลิกภาพของลูกน้อย “พ่อแม่เป็นพิษ” (Toxic Parents) คือ พฤติกรรมหรือการกระทำบางสิ่งบางอย่างที่พ่อแม่ทำซ้ำแล้วซ้ำเล่า (บางครั้งก็ผิดธรรมชาติ) จนก่อให้เกิดบาดแผลในใจของลูก และบาดแผลนั้นก็ส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตของเขาตั้งแต่วัยเด็กไปจนถึงเติบโตเป็นผู้ใหญ่ พ่อแม่อาจคิดว่าลูกยังเด็ก คงไม่รับรู้เรื่องราวอะไรมากนัก แต่รู้ไหมว่าเด็กสามารถก็รับรู้และมีความรู้สึกได้ตั้งแต่ยังเป็นทารกน้อยๆ เลยทีเดียว และเมื่อเขาโตขึ้นพฤติกรรมบางอย่างที่พ่อแม่ทำก็อาจกระทบต่อจิตใจของเขามากขึ้นเช่นกัน และแน่นอนว่ามันคงไม่ดีต่อตัวลูกมากนัก รวม 84 พฤติกรรม ทำร้ายจิตใจลูก สร้างบาดแผลในใจให้ลูกไปจนโต ดังนั้นเรามาเลี่ยงพฤติกรรมที่อาจเป็นการทำร้ายลูกโดยไม่รู้ตัวกันดีกว่า เพื่อให้การเลี้ยงลูกเป็นไปอย่างมีคุณภาพและช่วยหล่อหลอมให้เขาเป็นคนดีในวันหน้า ซึ่งจะมีพฤติกรรมใดบ้างนั้นที่เรียกว่าเป็นการทำลาย ทำร้ายจิตใจลูก มาดูกันเลยค่ะ 1. ทอดทิ้งลูก 2. ก้าวร้าวรุนแรงตลอดเวลา 3. ทรยศลูก Read More …

ไม่อยากให้ลูกโง่ พ่อแม่ต้องไม่โกรธลูกบ่อย!

คุณพ่อคุณแม่หลาย ๆ ท่านอาจจะกำลังสงสัยอยู่ว่า ความโกรธของเรานั้น จะไปส่งผลกระทบกับลูกได้อย่างไร … เรื่องบางเรื่องเราก็ไม่สามารถหาข้อพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ได้ แต่เชื่อเถอะค่ะว่า อารมณ์นี่ละ ที่จะส่งผลให้ทุก ๆ อย่างนั้นแย่ลง หากเราควบคุมมันเอาไว้ไม่ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งอารมณ์โกรธ ทราบหรือไม่คะว่า การที่เราโกรธลูกนั้น ส่งผลกระทบโดยตรงกับสภาพจิตใจของลูกเลยละค่ะ บางทีเราอาจจะไม่ได้โกรธอะไรมาก แต่ด้วยอารมณ์ในตอนนั้น ทำให้เราเผลอตวาด ตะคอก หรือว่าลูกด้วยน้ำเสียงที่ดุดันเกินไป ซึ่งเจ้าสิ่งเหล่านี้นี่ละค่ะ ที่นอกจากจะส่งผลถึงจิตใจของพวกเขาแล้ว ยังส่งผลกับสมองของลูกอีกด้วย จะส่งผลอย่างไรนั้น วันนี้เราจะไปหาคำตอบพร้อม ๆ กันค่ะ ไม่ว่าจะด้วยความเครียดจากการทำงาน สถานภาพทางการเงิน เหน็ดเหนื่อยจากการเลี้ยงลูก หรือการพักผ่อนไม่เพียง ย่อมส่งผลให้กับอารมณ์ของคุณพ่อแม่ให้โกรธง่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อมาเจอพฤติกรรมบางอย่างของลูก ที่ทำให้คุณพ่อคุณแม่ไม่ได้ดังใจด้วยแล้ว ยิ่งทำให้อารมณ์นั้นโมโหได้ง่ายขึ้นไปใหญ่ จนเผลอพูดจาไม่ดีใส่ลูกไป คุณพ่อคุณแม่ทราบกันหรือไม่คะว่า Read More …

12 ข้อคิด “สอนลูกให้เก่ง กว่าพ่อแม่”

1. ‘สอนให้รับผิด’ คนที่จะเรียนรู้จากประสบการณ์ก็คือคนที่รู้ว่าตัวเองผิดแล้วคิดแก้ไข คนที่ไม่ยอมรับผิด คือ คนไร้ความรับผิดชอบในชีวิต และไม่เคยคิดแก้ไข 2. ‘สอนให้สร้างงาน’ คนส่วนใหญ่ส่งลูกเรียนเพื่อให้เขาโตขึ้นมาจะได้หางานทำได้ แต่ถ้าอยากให้ลูกมีชีวิตดีในโลกยุคใหม่ต้องให้เขาสร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างรายได้ขึ้นมาเอง อย่าสอนแค่หางาน สอนให้รู้วิธีสร้างงาน 3. ‘ฝึกให้ทำงานตั้งแต่ยังเด็ก’ คนที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงส่วนใหญ่ต้องเริ่มทำงานตั้งแต่อายุยังน้อย ไม่ใช่เพราะเขาแค่เก่งงาน แต่เพราะคนที่ทำงานตั้งแต่เด็ก จะรู้ค่าของเงินก่อนใครๆ 4. ‘สอนให้ลงทุนตั้งแต่อายุน้อย’ ถ้ายุคก่อนพ่อแม่มักสอนลูกออมเงิน ในยุคนี้ผมแนะนำให้พ่อแม่สอนลูกออมหุ้นตั้งแต่อยู่ประถม เพราะเมื่อเขาจบปริญญา เขาจะรวยกว่าเด็กที่ออมเงินปกติอย่างน้อย 10 เท่า 5. ‘ให้ลูกจัดการเงินของตัวเอง’ คนที่ชีวิตสบายคือคนที่รู้จักจัดการเงินของตัวเอง ไม่ควรมีเงินที่ได้มาโดยที่เขาไม่ต้องทำอะไร เหมือนจะโหด แต่ชีวิตจริงเราก็เป็นเช่นนั้นมิใช่หรือ 6. ‘ชมลูกให้เป็น’ อย่าเอาแต่เปรียบเทียบลูกเรากับลูกคนอื่น มันไม่มีอะไรดี นอกจากฝากปมชีวิต ลดการบ่น ลดการล้อ ลดการขู่ แต่ให้สอนด้วยเหตุและผล 7. ‘ลงโทษเมื่อทำผิด’ ถ้าพ่อแม่ไม่เคยลงโทษเมื่อลูกทำผิด Read More …

พ่อแม่ 7 ประเภท ที่ใช้ความรักเลี้ยงลูกแบบผิดๆ โตไปอ่อนแอ ขี้ขลาด ไม่เข้มแข็ง

พ่อกับแม่ที่รักลูกมากเกินไป หรือรักลูกน้อยเกินไป ทั้งสองอย่างล้วนสร้างปัญหาให้กับลูก เพราะการเลี้ยงลูกนอกจากจะใช้สัญชาตญาณของความเป็นพ่อแม่แล้ว ก็ต้องมีความรู้ควบคู่ด้วยจึงจะถูกวิธี มิเช่นนั้นแล้วอาจกลายเป็นทำร้ายลูกก็ได้ มาดูกันค่ะ ว่าคุณกำลังเป็นพ่อกับแม่แบบที่ใช้ความรักทำร้ายลูกหรือไม่ 1. พ่อกับแม่ที่กลัวลูกลำบาก  พ่อแม่ประเภทนี้มักจะทำทุกสิ่งอย่างให้ลูก เพราะกลัวว่าลูกจะลำบาก กลัวลูกอด กลัวลูกเจ็บ กลัวไปซะทุกเรื่อง ไม่ยอมให้ลูกลำบาก คอยทำให้ทุกอย่าง เมื่อมีปัญหาใดๆ ก็มักจะยื่นมือไปช่วยเหลือในทันที แทบจะไม่ปล่อยให้ลูกเผชิญกับปัญหาหรือความลำบากเลย 2. พ่อกับแม่ที่ทดแทนชีวิตวัยเด็ก พ่อแม่ประเภทนี้ต้องการให้ลูกทดแทนบางสิ่งบางอย่างที่ขาดหายไปของพ่อแม่เมื่อวัยเด็ก อะไรที่ไม่เคยมี ก็อยากให้ลูกได้มี อะไรที่ไม่เคยทำ ก็อยากให้ลูกได้ทำ พ่อแม่ประเภทนี้จะฝังใจอยู่กับอดีต เมื่อตัวเองประสบความสำเร็จก็พยายามชดเชยอะไรบางอย่างให้กับลูกตลอดเวลา 3. พ่อกับแม่ที่ขีดเส้นให้ลูกเดิน  พ่อแม่ประเภทนี้เชื่อว่าเส้นทางที่เลือกไว้ให้ลูกคือเส้นทางที่ดีที่สุดเสมอ และมักเชื่อว่าตัวเองได้เลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับลูก โดยที่จะพูดย้ำกับลูกอยู่เสมอว่าเพราะพ่อแม่รักลูกถึงเลือกเส้นทางชีวิตเช่นนี้ให้ลูก โดยไม่ฟังเสียงของลูกว่าลูกชอบอะไร 4. พ่อกับแม่ที่ปกป้องลูกตลอดเวลา พ่อแม่ประเภทนี้จะปกป้องลูกตลอดเวลา ไม่ว่าลูกจะมีปัญหาอะไรกับใคร หรือมีปัญหากับสมาชิกในครอบครัว Read More …

“จะรวยแค่ไหน ก็ต้องเลี้ยงลูกแบบคนจน” ข้อคิดดีดีที่อยากให้พ่อแม่ยุคใหม่ได้อ่าน

วันนั้น พาลูกไปร้านเครื่องเขียน ลูกอยากได้กล่องดินสอ เลือกแบบสุดหรู แต่ผมให้ซื้อแบบธรรมดาที่ใช้งานได้ดีเหมือนกัน หน้างอขึ้นมาทันที อยากได้ไม้บรรทัด ก็อยากได้แบบวิจิตรพิศดาร ผมให้เลือกแค่แบบพื้นฐานที่ใช้งานได้เหมือนมาตรฐานทั่วไป หน้าก็ยิ่งงอหนักเข้าไปอีก ผมไม่ได้ว่าอะไร ตั้งใจก่อนนอนคืนนี้ จะชี้แนะลูกด้วยการเล่านิทานเปรียบเปรยให้เข้าใจ หลังจากได้เป็นพ่อคนแล้ว ผมตั้งใจจะเลี้ยงลูกไม่ให้เหมือนแบบที่ชาวเอเชียเขานิยมทำกัน ที่มักไม่ยอมให้ลูกลำบาก ดูแลปกป้องแบบไข่ในหิน ประคบประหงมเกินพอดี หลายปีผ่านไป ผมรู้สึกว่าวิธีการเลี้ยงลูกของผมจะลำบากมากขึ้นทุกวัน จนกระทั้งวันหนึ่ง ผมได้อ่านจดหมายเปิดผนึกฉบับหนึ่งที่โพสต์ลงในบอร์ดของมหาวิทยาลัยนานกิง จดหมายจากผู้ใช้นานว่า “พ่อผู้ขมขื่น” เขียนถึงลูกเขาที่เป็นนักศึกษาในมหาวิทยาลัยนั้น แต่ไม่ได้เปิดเผยชื่อลูก จดหมายฉบับนี้มีคุณค่ามากในสายตาของผม ถึงลูกรักของพ่อ แม้ลูกจะทำให้พ่อทุกข์ใจเกินบรรยาย แต่ลูกก็ยังเป็นลูกของพ่ออยู่วันยังค่ำ หลังจากที่ลูกสามารถสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้แล้ว อาจเป็นเพียงคนเดียวของตระกูลเราในรอบหลายชั่วอายุคนที่ทำได้สำเร็จ หลังจากนั้น พ่อชักไม่แน่ใจว่าตกลงใครเป็นพ่อและใครเป็นลูกกันแน่ พ่อช่วยแบกสัมภาระไปส่งลูกถึงหอพัก ช่วยกางมุ้ง ปูที่นอน ซื้อกับข้าวกับปลา ต้องสอนแม้กระทั่งวิธีบีบยาสีฟันออกจากหลอด ทั้งหลายทั้งปวง ดูเหมือนว่ามันเป็นหน้าที่ที่พ่อสมควรต้องทำให้ Read More …