เลี้ยงลูกอย่างไรไม่ให้เป็นเด็กก้าวร้าว!(เหมือนในข่าว)

เป็นข่าวที่ดังมากสำหรับชั่วโมงนี้กับคลิปที่เด็กท้าตีท้าต่อยกับตำรวจเพราะไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ วันนี้แอดมินจึงอยากจะนำเสนอบทความดีดีเกี่ยวกับการควบคุมอารมณ์ของลลูก วิธีการจัดการกับ อารมณ์ของลูกๆเพื่อเป็นวิทยาทานกันต่อไป ก่อนคิดปรับปรุงลูก อันดับแรกพ่อแม่ อย่างเราควรพิจารณาตัวเองก่อน คือทำให้ลูกเห็นว่าพ่อแม่ สามารถแก้ปัญหาโดยใช้เหตุผล มีความอดทนใจเย็น ไม่ใช้กำลัง ไม่มีท่าทีหงุดหงิดฟึดฟัดใส่ลูกหรือเด็ก พ่อแม่ไม่ทะเลาะกันให้ลูกเห็น หากพ่อแม่ไม่ได้เป็นอย่างที่ว่ามา ก็จะเป็นเรื่องง่ายที่จะทำให้ลูกลดความก้าวร้าวลงไป หากลูกก้าวร้าวมาก ต้องอดทนใจเย็น สอนและอบรมอย่างต่อเนื่อง ความก้าวร้าวของลูก มีระดับแตกต่างกัน ถ้าเด็กวัยเล็ก อายุช่วง 2-6 ขวบยังไม่ได้เข้าโรงเรียน บางทีบอกเหตุผลอาจจะไม่ได้ผลมากนัก ขั้นต้นพ่อแม่ควร เข้าไปหยุดพฤติกรรมนั้นก่อน โดยจับมือลูกเอาไว้ แต่ถ้ายังไม่หยุดเข้าไปสวมกอด ไม่ให้เอาอาละวาด เพื่อให้ลูกสงบลง แล้วค่อยๆพูดชี้แจงอธิบาย ว่าอะไรควรไม่ควร ถ้าลูกโต้แย้งก็อธิบายเหตุผลตามความถูกต้อง ถ้าเด็กยังมีพฤติกรรมก้าวร้าวหลายๆครั้ง อาจต้องมีการตักเตือน กำหนดโทษ สิ่งที่ไม่ควรทำ ไม่ควรใช้ความรุนแรงในการแก้ปัญหา ถ้าเด็กพูดไม่เชื่อฟังไม่ควรตีกันเลย Read More …

รักลูกให้ถูกทาง!

1.อย่าลงโทษเด็กในเมื่อความผิดนั้นไม่ได้ปรากฏต่อหน้า หรือไม่มีพยานหลักฐานว่าเป็นความผิดของเขา 2.อย่าทำโทษเด็กเพื่อประชดประชันอีกคนหนึ่ง เช่น โกรธพ่อทุบลูกเสียบอบช้ำ อย่างนี้นับว่าไม่เป็นธรรมแก่เด็ก 3.อย่าผลัดเพี้ยนการทำโทษในเมื่อความผิดนั้นได้ปรากฏต่อหน้า หรือมีพยานหลักฐานแล้ว เช่น ผลัดว่า “รอให้พ่อกลับมาก่อนนะ จะให้พ่อเฆี่ยน” 4.อย่าเอาสิ่งที่ไม่เกี่ยวกับโทษของเด็กมาเป็นการลงโทษเด็ก เช่น สัญญาว่าคืนนี้จะพาเด็กไปดูละคร พอเด็กกระทำผิดก็เลยงดการดูละครเสีย การงดไปดูละครเป็นการลงโทษเด็กซึ่งไม่เกี่ยวกันและไม่สมควรทำเช่นนั้น 5.อย่าเอาชนะเด็กภายหลังที่ทำโทษเด็กแล้ว จะทำให้เด็กคิดเห็นไปว่าการทำโทษเป็นการบรรเทาโทสะของตน หรือทำให้เด็กมองเห็นว่าท่านเป็นคนอ่อนแอ เด็กจะไม่เกรงกลัวในกาลต่อไป 6.อย่าลงโทษเด็กที่ได้รับโทษตามความผิดของเขาแล้ว เช่น เด็กซนไปล้มลงท่านก็โกรธไปตีซ้ำ พร้อมกับพูดหยาบสำทับเขา ย่อมเป็นการไม่เหมะสม เพราะการหกล้มสอนเขาให้รู้ว่า เจ็บปวดขนาดไหนอยู่แล้ว อย่าเพิ่มความปวดร้าวทางจิตใจเขาอีกเลย และหากว่าเด็กยังไม่เดียงสา ท่านก็ควรให้ความระมัดระวังแก่เขา 7.อย่าทำโทษเด็กด้วยลิ้นของตน การด่าว่าบ่นจู้จี้เด็กเป็นสิ่งไม่เป็นประโยชน์ เป็นการถ่ายทอดนิสัยให้เด็กเปล่าๆ คนปากจัดจึงควรระวังสักหน่อย 8.สิ่งใดที่ท่านบอกว่าผิด ก็ให้ถือว่าเป็นความผิดตลอดไป เช่นเด็กของท่านตบหน้าท่าน ท่านก็ตีเขาในฐานะที่ความประพฤติไม่ดี แต่ต่อมาเขาตบหน้าท่านอีก Read More …

เลี้ยงลูกอย่างไรไม่ให้เป็นฆาตกร?

1. เป็นตัวอย่างที่ดี ความเสี่ยงหนึ่งของเด็กที่กลายเป็นอาชญากร ก็คือ พ่อแม่ทำในเรื่องผิดๆ ให้ลูกเห็นบ่อยๆ หรือเด็กเห็นตัวอย่าง อยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีอาชญากรรม มีคนไข้เด็กวัยรุ่นที่มาด้วยเรื่องขโมยของเพื่อน ไม่ได้คิดว่าเป็นเรื่องใหญ่อะไร เมื่อซักประวัติไป ก็พบว่าพ่อของเด็กก็เป็นคนที่มีนิสัยชอบลักขโมยและคดโกง เมื่อเด็กเห็นตัวอย่างที่ไม่ดีมาตั้งแต่เล็ก ก็มีแนวโน้มที่จะมองว่าเรื่องไม่ดีเช่นนั้นเป็นเรื่องปกติที่คนทำกัน   2. พ่อแม่ต้องมีความใกล้ชิดผูกพัน ให้ความอบอุ่น เด็กจะรู้สึกมั่นคง ปลอดภัย ไว้วางใจพ่อแม่ เป็นพื้นฐานจิตใจที่จะนำไปสู่ “ความเห็นอกเห็นใจคนอื่น” ไม่ทำอะไรให้คนอื่นเสียใจ เริ่มที่เห็นใจพ่อแม่ เพราะไม่อยากให้พ่อแม่เป็นทุกข์หรือเสียใจ และตรงนี้จะกลายเป็นพื้นฐานที่จะนำไปสู่การเห็นอกเห็นใจคนอื่นๆ ต่อไป   3. รักลูกให้ถูกทาง พ่อแม่ทุกคนรักลูก แต่ความรักแบบมีสติเป็นเรื่องจำเป็น บางคนรักลูกมาก ตามใจทุกอย่าง อยากให้อะไรก็ให้ ลูกก็จะกลายเป็นเด็กเอาแต่ใจ ยึดตัวเองเป็นศูนย์กลาง ไม่สนใจถ้าทำในเรื่องที่คนอื่นเดือดร้อน   Read More …

สอนลูกคบเพื่อนอย่างไรไม่ให้เป็นภัยในภายหลัง!

สอนลูกคบเพื่อนอย่างไรสบายใจทั้งครอบครัว เด็ก ๆ อาจจะไม่รู้จักที่จะแยกแยะว่าใครดี ใครไม่ดี การสอนลูกเรื่องการคบเพื่อน ไม่ใช่การสอนให้เลือกคบคน  เช่น คบแต่คนเก่ง  คบแต่คนรวย  คบแต่คนที่มีฐานะเท่าตนเอง แต่เป็นสอนให้อยู่ร่วมกับคนอื่นได้อย่างมีความสุข ไม่ให้ใครมาเบียดเบียนเราและเราก็ไม่เบียดเบียน หรือสร้างความเดือดร้อนให้ใคร ที่สำคัญพ่อแม่ควรเคารพในการตัดสินใจคบเพื่อนของลูกด้วย เทคนิคการสอนลูกคบเพื่อน  มีดังนี้ 1. อย่าควบคุมเรื่องการคบเพื่อนของลูก ข้อนี้หมายถึง พ่อแม่ไม่ควรเข้าไปยุ่งหรือควบคุมการคบเพื่อนของลูก  หรือดุว่าลูกหากพ่อแม่คิดว่า เพื่อนลูกที่คบอยู่นั้นเป็นเพื่อนไม่ดี  เพราะการควบคุมหรือออกคำสั่งจะทำให้ลูกต่อต้าน  และอาจเกิดความคิดที่ว่า  เขาเองมีความคิดเป็นของตนเองแล้ว  พ่อแม่ทำไมไม่เข้าใจ จะก่อให้เกิดปัญหากับลูกมากกว่าแก้ปัญหา 2. แทรกซึมไม่ใช่แทรกแซง แทรกซึม  หมายถึง   คุณพ่อคุณแม่ต้องคอยดูลูกอยู่ห่าง ๆ  เพื่อดูว่าเพราะอะไรลูกถึงเลือกคบเพื่อนคนนี้  ทั้ง ๆ ที่พ่อแม่มองว่าไม่น่าคบ ถือเป็นการเรียนรู้ลูกของเราไปด้วย  การไม่เข้าไปยุ่งกับการคบเพื่อน Read More …

กลวิธีปราบเด็กดื้อ เด็กแสบ เด็กก้าวร้าว (ครู/ผู้ปกครองควรอ่าน)

โดย…ธิดา พิทักษ์สินสุข “ครูหวาน” ใครๆ ก็คงอยากได้ลูกที่ว่าง่าย น่ารัก น่าเอ็นดู กันทุกคน แต่เหตุไฉนลูกของเราจึงไม่ไดดั่งใจ ไม่ดื้อก็ซน ไม่ซนก็ก้าวร้าว อ่อนอกอ่อนใจจริงไม่รู้จะทำอย่างไร เห็นทีต้องปล่อยให้ครูเขาจัดการเสียแล้ว เรื่องราวคงไม่ง่ายอย่างที่คิด เพราะที่สุดคุณครูก็จะย้ำทุกครั้งไม่ว่าทางบ้านต้องช่วยปรับพฤติกรรมด้วย ไม่เช่นนั้นก็ไม่มีทางสำเร็จ เพราะอย่างไรเสีย เราคงหลีกเลี่ยงความเป็นจริงไม่ได้ว่า พ่อแม่นั่นแหละเป็นผู้ที่มีอิทธิพลสูงสุดต่อการปรับพฤติกรรมของลูก “เมื่อใดที่คุณเปลี่ยน ลูกจะเปลี่ยนตาม” สาเหตุและวิธีปราบเด็กดื้อ เด็กซน เด็กก้าวร้าว 1.ใส่ใจและเพิ่มปริมาณการชื่นชมพฤติกรรมที่ดี ลดการตำหนิติเตียน เด็กมีจุดอ่อนอยู่ 2 เรื่อง คือ ต้องการคนชม และต้องการคนสนใจ ถ้าเราสนใจและชมเขาในสิ่งดีที่เขาทำบ่อยๆ ให้มากเท่าที่ทำได้ ทุกครั้งที่ชมจะเป็นเครื่องยืนยันว่า หนูทำถูกต้องแล้ว ทำต่อไปนะแม้แต่เด็กที่ดื้อ ซน ก้าวร้าว พฤติกรรมก็จะดีขึ้นๆ Read More …