ข้อดีของการพาลูกเข้านอนไว ช่วยลูกฉลาดขึ้นไหม?

ข้อดีของการพาลูกเข้านอนไว ข้อดีของการพาลูกเข้านอนไว ช่วยลูกฉลาดขึ้นไหม วิธีพาลูกเข้านอนไวทำอย่างไร เราไปหาคำตอบกันเลย จากการสำรวจของ National Sleep Foundation ในอเมริกา พบว่า 30% ของเด็กอายุต่ำกว่า 11 ปี และกว่าครึ่งของวัยรุ่นนอนน้อยกว่าที่ทางการแพทย์แนะนำ และแม้ว่าผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้เด็กเข้านอนระหว่าง 6 โมงเย็นถึงสองทุ่ม แต่พบว่า 50% ของวัยเตาะแตะและก่อนวัยเรียน และ 64% ของเด็กเกรด 1-5 เข้านอนหลัง 3 ทุ่ม แม้จะเป็นผลสำรวจจากทางฝั่งอเมริกา แต่ในสภาพสังคมไทยปัจจุบัน ยิ่งในเมืองด้วยแล้ว เด็กไทยจำนวนมากก็เข้านอนหลัง 3 ทุ่มเช่นกัน มาดูกันว่า งานวิจัยต่างๆ ได้เผยถึงข้อดีของการพาลูกเข้านอนไวอย่างไรบ้าง การเข้านอนไวเร็วไม่เพียงแต่จะทำให้ลูกมีแนวโน้มที่จะนอนหลับได้นานขึ้น แต่ยังเป็นการนอนหลับที่มีคุณภาพ (Restorative sleep) Read More …

ระวัง! ลูกเป็นโรคโตเกินวัย เป็นหนุ่มสาวเร็ว ภัยร้ายท่ี่พ่อแม่สร้าง

ลูกเป็นโรคโตเกินวัย เกิดจากภาวะเป็นหนุ่มสาวก่อนวัย มักจะพบมากกับเด็กในยุคปัจจุบัน โดยที่เด็กที่โตเร็วกว่าเพื่อนรุ่นเดียวกัน และจะหยุดโตหรือเตี้ยกว่า เพราะกระดูกปิดเร็วกว่าเด็กในวันเดียวกันนั่นเอง ซึ่งส่งผลต่อการคุกคามทางเพศได้ สาเหตุหลักมาจากพ่อแม่   ศ.นพ.พัฒน์ มหาโชคเลิศวัฒนา หัวหน้าหน่วยต่อมไร้ท่อและเมตาโบลิซึม คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี ได้ศึกษาเรื่อง “โรคเป็นสาวก่อนวัย…ภัยที่ไม่ควรมองข้าม” ทำให้เห็นข้อมูลที่น่าสนใจคือ  การเป็นหนุ่มสาวในคนทั่วไป เกิดจากฮอร์โมนที่ไปกระตุ้นต่อมใต้สมองให้สร้างฮอร์โมนโกนาโดโทรปิน (Gonadotropin) เพื่อกระตุ้นต่อมเพศให้สร้างฮอร์โมนเพศเพิ่มขึ้น     รู้ได้ไงว่าเด็กเป็นหนุ่มสาวก่อนวัย การที่เด็กเริ่มเข้าสู่วัยหนุ่มสาวเร็ว อาจเกิดขึ้นจากหลายปัจจัย ทั้งเรื่องพันธุกรรม หรืออาหารการกิน ในทางการแพทย์รู้แค่ว่าเป็นผลมาจากสารเคมีในสมอง ซึ่งในครอบครัวเดียวกันก็จะมีช่วงที่เข้าสู่วัยหนุ่มสาวต่างกัน ปกติแล้วเด็กหญิงจะมีประจำเดือนในช่วงอายุ 11-15 ปี อายุมากหรือน้อยกว่านี้ถือว่าเป็นเรื่องธรรมชาติมาก และเริ่มมีหน้าอกในช่วงอายุ 9-10 ขวบ คุณหมอยังบอกอีกว่า การที่เด็กมีประจำเดือน เป็นสัญญาณบอกว่า Read More …

สุดยอดเทคนิคให้ลูกอ่านออกเขียนได้ ไม่ติดขัด ต้องเริ่มจากสิ่งนี้!

จากงานบรรยายของสมาคมไทสร้างสรรค์ โดยคุณระพีพรรณ พัฒนาเวช และอาจารย์พรอนงค์ นิยมค้า ได้แนะว่า เทคนิคให้ลูกอ่านออกเขียนได้ ต้องเริ่มจากที่พ่อแม่อ่านหนังสือให้ลูกฟัง อ่านวันล่ะ 5-10 นาที โดยการเอาลูกมานั่งบนตักและกอดไว้ เพราะเด็กจะค่อยๆ เรียนรู้ ซึมซับคำพูดต่างๆ ทั้งที่พ่อแม่ไม่ได้สอน หากเด็กชอบเรื่องไหนมากๆ แล้าวล่ะก็ เขาก็จะให้เราอ่านให้ฟังซ้ำๆ จนสามารถจำเนื้อเรื่องได้ทั้งเล่ม ฉะนั้นหนังสือภาพถ้าเราสามารถให้เด็กได้สัมผัสตั้งแต่ตอนเล็กๆ เด็กจะเรียนรู้ได้เร็ว ถึงแม่ว่าช่วงแรกๆ ลูกจะชอบเอาหนังสือมาอมก็ตาม แต่นานๆ ไปเด็กจะเริ่มจ้องภาพในหนังสือ และจะเริ่มสนใจมันมากขึ้นด้วย มาเริ่มต้นฝึกให้ลูกอ่านกันเถอะ สำหรับเด็กที่โตขึ้นมาหน่อยที่อ่านหนังสือไม่คล่อง สะกดไม่ค่อยจะถูก คุณบุญเสริม แก้วพรหม ผู้ใช้ภาษาไทยดีเด่น เนื่องในวันภาษาไทยแห่งชาติ ประจำปี 2556 ได้อธิบายวิธีการที่จะช่วยให้เด็กอ่านออกเขียนได้ ดังนี้ วิธีที่ดีที่สุดในการสอนภาษาไทยให้อ่านออกเขียนได้ คือ การสอนสะกดคำ แจกลูก Read More …

นักวิจัยชี้ อิทธิพลของพ่อต่อลูกสาว ตัวพ่อดีลูกมีแนวโน้มประสบความสำเร็จสูง

สำหรับคุณพ่อบ้านไหนที่มีลูกสาวเชิญอ่านทางนี้ รู้ไหมค่ะว่า อิทธิพลของพ่อต่อลูกสาว มีมากขนาดไหน ไม่ใช่คุณแม่เท่านั้นที่จะมีบทบาทเลี้ยงดูลูกสาวเพียงคนเดียว ตัวพ่อนั้นแหละที่มีความสำคัญต่อลูกสาวไม่น้อยทีเดียวเชียว นักวิจัยชี้ อิทธิพลของพ่อต่อลูกสาว แบบอย่างที่ดีจะมีแนวโน้มประสบความสำเร็จสูง ผลการศึกษาวิจัยใหม่ล่าสุดของมหาวิทยาลัยอิลินอยส์ (University of Illinois) สหรัฐอเมริกา ได้พบข้อมูลเชิงลึกว่า บทบาทและหน้าที่ของพ่อที่มีต่อลูกสาวนั้นถือเป็นตัวแปรสำคัญ ลูกสาวที่มีความสัมพันธ์ที่ดีกับพ่อจะเป็นคนที่มีความมั่นใจในตัวเองสูง ผลจากการที่ลูกสาวเรียนรู้สิ่งหลากหลายจากบทบาทของพ่อที่ประพฤติปฏิบัติตัวในบ้าน หนึ่งในนั้นก็คือ การรู้จักเคารพตัวเอง เพราะเมื่อพ่อแสดงให้เห็นว่าได้ให้ความสำคัญกับแม่และลูกสาวเพียงใด เด็กก็จะเรียนรู้ถึงบทเรียนเกี่ยวกับการมีคุณค่าของตัวเองด้วย นอกจากนั้นยังสามารถที่จะพึ่งพาตัวเองได้ มีแนวโน้มประสบความสำเร็จในการเรียนและการทำงาน ได้มากกว่าลูกสาวที่ห่างเหินกับพ่อหรือไม่มีพ่ออยู่ด้วย   บทบาทของพ่อที่สามารถทำได้ต่อลูกสาวนั้น ไม่ใช่ให้ความสนิทสนมจนทำตัวให้กลายเป็นเพื่อนสนิท แต่สามารถสร้างความสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดด้วยการตั้งกฎ ระเบียบปฏิบัติ และดูแลให้ลูกสาวปฏิบัติตามกฎนั้น โดยสอนให้ลูกรับรู้ถึงความห่วงใย และความปลอดภัยที่จะเกิดกับตัวลูกเมื่อทำตามที่พ่อสอน   การที่ลูกไว้ใจในตัวพ่อ ทำให้คุณพ่อสามารถชวนลูกคุยถึงเรื่องความฝัน เป้าหมายชีวิตในอนาคตกับลูกได้ การเปิดโอกาสรับฟังนั้นทำให้ลูกลดโอกาสการหันไปหาเพื่อนที่มีปัญหา หรือลดพฤติกรรมเสี่ยงลงได้อีกทางหนึ่ง โดยเฉพาะลูกสาวที่เริ่มเข้าสู่ช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ ซึ่งผลการวิจัยพบว่า เด็กสาววัยรุ่นที่มีปฏิสัมพันธ์ในเชิงบวกกับพ่อแม่ จะมีความสนใจในกิจกรรมทางเพศน้อยกว่าเด็กที่พ่อแม่มีปฏิสัมพันธ์ในแง่ลบ Read More …

การเลี้ยงลูกให้เป็นคนมีความยืดหยุ่นและมั่นคงทางอารมณ์

สิ่งเหล่านี้ไม่สามารถสอนกันได้ข้ามคืน แต่มาจากการเลี้ยงดูที่ถูกต้อง และมีหลักการ การที่คนคนหนึ่งจะสามารถมี ความยืดหยุ่นและมั่นคงทางอารมณ์ จะต้องมาจากประสบการณ์ที่เข้าใจว่าความผิดหวัง การไม่ได้อย่างใจ ล้วนแล้วแต่เป็นกระบวนการของธรรมชาติ และไม่ใช่เรื่องที่ผิดปกติแต่อย่างใด เด็กควรจะได้รู้ว่าความรู้สึกโกรธ โมโห วิตกกังวล หรือเสียใจ เป็นความรู้สึกที่เราสามารถจัดการได้ และจะไม่อยู่กับเรานาน ถ้าเราสามารถอธิบาย และให้กำลังใจกับเด็กในเวลาที่เขาได้เจอกับเหตุการณ์เหล่านี้ลูกของเราก็จะได้เรียนรู้ไปในตัวว่า สิ่งเหล่านี้สามารถเกิดขึ้นได้ไม่ว่าเราจะชอบหรือไม่ และก็ไม่ได้แปลว่า สิ่งเหล่านี้จะทำลายความสุขของเราได้ในระยะยาว ถ้าคุณสามารถเป็นตัวอย่างในการจัดการทางอารมณ์ และชี้แนะลูกได้ ลูกของคุณจะเติบโตมาด้วยสุขภาพจิตที่ดีและอารมณ์ที่มั่นคง และลดโอกาสเป็นโรคผิดหวังไม่เป็น และโรคซึมเศร้า   เราลองมาดูกันว่า เราควรทำอย่างไร   1.ฟังลูกพูด ถามเรื่องราวแต่ละวัน เรื่องที่ทำให้ลูกโกรธและเสียใจเช่น เรื่องลูกทะเลาะกับเพื่อน โดยเราฟังมากกว่า ที่จะบอกว่าใครผิดใครถูก ฟังด้วยความตั้งใจ การฟังของคุณ เป็นการสื่อให้ลูกรับรู้ว่า คุณรับฟัง คุณเข้าใจและไม่ตัดสิน และคุณยังสามารถแชร์ประสบการณ์ตัวเองได้ด้วย Read More …