เช็ก ๑๕ สัญญาณส่อซึมเศร้า

หากสงสัยว่าตัวเองหรือคนใกล้ชิดอาจมีอาการโรคซึมเศร้า ลองทำแบบทดสอบจากกรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข ต่อไปนี้ ที่จะช่วยให้คุณวินิจฉัยได้เบื้องต้นว่ากำลังป่วยเป็นโรคซึมเศร้าอยู่หรือไม่ โดยให้ตอบคำถามว่า ในช่วง ๒ สัปดาห์ที่ผ่านมา คุณมีอาการหรือความคิดในลักษณะนี้บ้างหรือไม่ ๑. รู้สึกจิตใจหม่นหมอง (เกือบตลอดทั้งวัน) ๒. รู้สึกเป็นทุกข์จนอยากร้องไห้ ๓. รู้สึกหมดอาลัยตายอยาก ๔. รู้สึกไม่มีความสุข หมดสนุก กับสิ่งที่เคยชอบและเคยทำ ๕. รู้สึกผิดหวังในตนเอง และโทษสิ่งที่เกิดขึ้น ๖. รู้สึกสูญเสียความเชื่อมั่นในตนเอง ๗. รู้สึกอยากอยู่คนเดียวไม่อยากสุงสิงกับใคร ๘. รู้สึกตนเองไม่มีคุณค่า ๙. คิดอะไรไม่ออก ๑๐. หลงลืมง่าย ๑๑. คิดอะไรได้ช้ากว่าปกติ ๑๒. ทำอะไรอืดอาด เชื่องช้ากว่าปกติ ๑๓. Read More …

“โรคซึมเศร้าในเด็ก” ภัยเงียบที่พ่อแม่ไม่ควรมองข้าม

พ่อแม่หลายท่านมักจะกังวลว่าเมื่อลูกเราโตขึ้นจนกระทั่งเริ่มเข้าสู่วัยเรียน อาจมีการปรับตัวเข้าสู่สังคม การใช้ชีวิตของลูกเราจะเป็นอย่างไรบ้าง บางครั้งลูกๆ อาจพบความเครียดจนกระทั่งความเครียดสะสม มีพฤติกรรมที่เปลี่ยนไป เริ่มเก็บตัว ไม่ค่อยพูด ก็ทำให้พ่อแม่กังวลใจไม่น้อย ด้วยความเข้าใจในความวิตกนี้ พญ. กมลวิสาข์  เตชะพูลผล แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านจิตเวชศาสตร์ สาขาจิตเวชเด็กและวัยรุ่น โรงพยาบาลพญาไท 2 จึงอยากบอกถึงเรื่องโรคซึมเศร้า เพื่อให้พ่อแม่สามารถสังเกตลูกตัวเองได้ เป็นการรับมือให้ทันกับอารมณ์ที่เปลี่ยนไปของลูก ลูกแค่เศร้า…หรือเข้าข่ายเป็น “โรคซึมเศร้า” กันแน่! โรคซึมเศร้า (depression)   เป็นโรคทางอารมณ์ชนิดหนึ่ง ที่อารมณ์ซึมเศร้าจะมีมากกว่าปกติ คือมีอารมณ์เศร้าติดต่อกันเกือบทั้งวัน ติดต่อกันทุกวันนานเกิน  2 สัปดาห์ โดยเมื่อลูกเป็นโรคซึมเศร้า…จะมีอาการดังต่อไปนี้ มีอารมณ์ที่ซึมเศร้าลง เบื่อหน่ายมากขึ้น หรือบางรายอาจมีอารมณ์หงุดหงิด ไม่มีความสุขความเพลิดเพลินเมื่อทำกิจกรรมที่ชอบ ไม่อยากอาหาร น้ำหนักลดลง หรือในขณะที่บางรายก็ทานอาหารมากเกินไป นอนไม่หลับ หลับๆตื่นๆ หรือตื่นเร็วกว่าปกติ ในขณะที่บางรายนอนทั้งวัน เฉื่อยชา ไม่มีสมาธิในการเรียน ความจำแย่ลง รู้สึกผิด Read More …

29 ข้อคิดดีๆ จำเอาไว้ใช้ต่อสู้กับชีวิตในช่วงที่รู้สึกแย่…

อ่านแล้วชอบมากเลยส่งมาให้อ่านค่ะ น่าคิด…นะ 1. อะไรก็ตาม ถ้าได้มาแล้ว รู้จักรักษา เชื่อว่าสิ่งนั้นๆ จะอยู่กับเราได้นานเสมอ 2. “คนเก็บขยะ” คือ คนที่เสียสละ เอาตัวเข้าไปแลกกับของเหม็นเน่า เพื่อเอาไปทิ้ง โลกนี้น่าอยู่ ก็เพราะพวกเขานะ 3. ถ้ายังไม่ปล่อยมือจากอดีต แล้วจะเอามือไหนไปคว้าอนาคต 4. อย่าใช้เวลาทั้งชีวิตหาเงิน จงใช้เวลาส่วนหนึ่งของชีวิตหาเงิน เพื่อใช้ตลอดชีวิต 5. จงอย่าอิจฉาคนอื่น แต่จงใช้ชีวิตให้คนอื่นอิจฉา 6. บางครั้ง สิ่งที่เราเห็นอาจจะไม่เป็นอย่างที่เราคิด ฉะนั้น อย่าตัดสินคนอื่นจากความรู้สึกส่วนตัว 7. ถ้าคุณตกหลุมรักคนสองคนในเวลาเดียวกัน จงเลือกคนที่สอง เพราะถ้าคุณรักคนแรก คุณจะไม่มีคนที่สองอย่างแน่นอน 8. อย่าตกเป็นทาสของกฏเกณฑ์ นั่นคือ การใช้ชีวิตตามความคิดของคนอื่น อย่าปล่อยให้เสียงของคนอื่น ดังกลบเสียงหัวใจของเราเอง Read More …

ความเหงาคือโรคร้ายแรง?ยังไม่มีวิธีการรักษาให้หายขาด!!! แล้วความเหงาทำร้ายจิตใจเราถึงระดับเซลล์ได้จริงหรือเปล่า?

คนที่รู้สึกเหงาจนถึงขั้นเรื้อรังอาจนำไปสู่การเจ็บไข้ได้ป่วยมากกว่าคนปกติทั่วไป อาการเหงาเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติและยังไม่มีวิธีการรักษาให้หายขาด แต่การเปิดใจออกไปเจอสังคม เริ่มจากการเจอเพื่อน คุยกับครอบครัว เป็นวิธีลดอาการเหงา ก่อนที่มันจะมาทำร้ายตัวเราได้ ‘มนุษย์เป็นสัตว์สังคม’ คือวลียอดนิยมที่นักจิตวิทยามักจะหยิบยกมาประกอบเหตุผลว่าทำไมเราจึงประสบความสำเร็จมากกว่าสิ่งมีชีวิตชนิดอื่น ทั้งความสามารถในการมีชีวิตอยู่ การทำงาน และการอยู่ร่วมกันในสังคม ล้วนเป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้คนดำรงอยู่ได้ อย่างไรก็ตาม มิตรภาพ และการอยู่ร่วมกันอาจกลายเป็นภัยต่อคนเราโดยไม่รู้ตัว หากพบเจอกับสังคมที่คนคนหนึ่งจะรับไม่ได้ ไม่ไว้ใจกัน ตีตัวออกห่าง จนนำไปสู่ความเหงา ถึงขั้นเหงาเรื้อรัง และแม้จะมีคำกล่าวที่ว่า ‘ความเหงาไม่เคยฆ่าใคร’ แต่ทำไมบางคนถึงคิดว่าความโดดเดี่ยวเปลี่ยวเหงาร้ายกาจกับตนจนเจียนตายได้ วิทยาศาสตร์อาจมีคำตอบสำหรับเรื่องนี้ เมื่อความเหงาคุกคามชีวิต เพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและความดันโลหิตสูง ปัจจุบัน นักวิจัยกำลังพยายามหาคำตอบที่แน่ชัดว่าความเหงาก่อให้เกิดโรคในระดับของเซลล์ได้อย่างไร แต่ที่แน่ๆ พวกเขาพบว่าความเหงาเป็นมากกว่าความเจ็บปวดทางจิตใจ จากการศึกษาวิเคราะห์อภิมาน (meta-analytic) ‘Loneliness and Social Isolation as Risk Factors Read More …

หากันเจอหรือยัง? เมื่อนักวิทยาศาสตร์เผย ‘ผัวสูง&เมียเตี้ย’ เป็นคู่ชีวิตที่สมบูรณ์แบบ และมีความสุขมากกว่า

ปี 2007 ที่ประเทศอินโดนีเซียได้มีการศึกษาเกี่ยวกับเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างความสูงของสามีกับความสุขของภรรยา ซึ่งถือว่าเป็นประเด็นที่น่าสนใจมากสำหรับคู่รักที่กำลังคบหาดูใจกัน โดยมีผู้เข้าร่วมในการให้ข้อมูลในครั้งนี้จำนวน 8,000 ราย     หัวข้อในการศึกษาจะมุ่งเน้นไปที่ประเด็นของความรู้สึกของภรรยาที่มีต่อสามี ที่มีเกณฑ์ระดับความสูงของสามีมาเป็นเกณฑ์วัดอีกด้วย     และผลการศึกษาก็พบว่าผู้หญิงรู้สึกสบายใจมากที่คู่ชีวิตมีส่วนสูงมากกว่า เพราะมันจะรู้สึกว่าเหมือนถูกปกป้อง แถมผู้ชายที่สูงก็ดูมีเสน่ห์มากๆ นะ       แต่นี่ไม่สามารถนำมาเป็นเกณฑ์วัดได้ทั้งหมดว่าผู้ชายสูงกับผู้หญิงเตี้ยจะมีความสัมพันธ์ที่ยืนยาวนาน มันขึ้นอยู่กับปัจจัยด้านอื่นๆ เช่น ความเอาอกเอาใจ ความรัก ความผูกพัน รายได้ หรือความน่าเชื่อถือ เป็นต้น   การที่คนสองคนจะรักกันความแตกต่างด้านความสูงมันอาจจะไม่ใช่ประเด็นที่ต้องมาคิดหนักว่าจะเข้ากันได้หรือไม่ เพียงแค่คนสองคนคบหากันด้วยความรักและดูแลกันดีๆ เพียงแค่นี้ชีวิตคู่ก็มีความสุขได้แล้ว ที่มา providr catdumb.com