เปลี่ยนชื่อ รร.นิติบุคคล เป็น รร.ในกำกับของรัฐ

บอร์ด กอปศ.ถกผลวิจับโรงเรียนนิติบุคคล เปลี่ยนชื่อคำนิยามใหม่เป็น “โรงเรียนในกำกับของรัฐ” ให้มีอิสระในการบริหารจัดการทั้งงบประมาณ วิชาการ งานบุคคล ชี้ ไม่ต้องกังวลค่าเรียนจะแพง ต้องมีมาตรการควบคุม เพราะการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานเป็นหน้าที่รัฐบริการให้ประชาชน วันนี้ (6 ก.พ.) ศ.นพ.จรัส สุวรรณเวลา ประธานคณะกรรมการอิสระเพื่อปฎิรูปการศึกษา (กอปศ.) เปิดเผยภายหลังการประชุม กอปศ.ว่า ดร.สมหวัง พิธิยานุวัฒน์ ได้เสนอรายงานการวิจัยโรงเรียนนิติบุคคล โดย ดร.สมหวัง ในฐานะราชบัณฑิต ได้วิเคราะห์การใช้คำนิยามโรงเรียนนิติบุคล ใหม่ ให้เป็นโรงเรียนในกำกับของรัฐ ตามที่ราชบัณฑิตกำหนดไว้ ซึ่งที่ประชุมจึงได้เห็นชอบตามที่ ดร.สมหวังเสนอให้เปลี่ยนคำนิยามชื่อโรงเรียนนิติบุคคลใหม่ นอกจากนี้ยังได้มีข้อคิดเห็นสำคัญด้วยว่า เมื่อมีโรงเรียนในกำกับของรัฐเกิดขึ้นจะต้องมีการบริหารจัดการของโรงเรียนที่ยั่งยืนทั้งการจัดการคุณภาพครู ความเป็นผู้นำของผู้อำนวยการโรงเรียน ซึ่งโรงเรียนในกำกับของรัฐจะต้องมีความรับผิดชอบต่อสังคมไม่ใช่มุ่งแต่คุณภาพเพียงอย่างเดียว ทั้งนี้หลักเกณฑ์การพิจารณาคัดเลือกโรงเรียนในกำกับของรัฐนั้น อาจดูตัวอย่างจากต่างประเทศก่อน เช่น ประเทศสิงคโปร์ Read More …

เกิดทันไหม?ย้อนไปดูอดีตโรงเรียนปีค.ศ.1800 จะต่างกับยุคปัจจุบันยังไง?

โรงเรียนหรือสถานศึกษา แหล่งรวมความรู้ที่เด็กๆ ทุกคนต้องเดินทางไปเรียน แต่จะมีใครรู้บ้างว่า การเรียนการสอนในโรงเรียนสมัยก่อนแตกต่างกับสมัยนี้มากน้อยแค่ไหน ยิ่งโลกในปัจจุบันเปลี่ยนแปลงไปเร็วมาก ดังนั้นวันนี้เราจะมา ย้อนอดีตโรงเรียนปีค.ศ.1800 จะต่างกับยุคปัจจุบันยังไง แต่รับประกันได้ว่า เด็กๆ สมัยนี้โชคดี และสบายกว่าเยอะ เรียบเรียงโดย teen.mthai.com ย้อนอดีตโรงเรียนปีค.ศ.1800 ย้อนอดีตโรงเรียนปีค.ศ.1800 จะต่างกับยุคปัจจุบันยังไง 1. ในช่วงศตวรรษที่ 19 และต้นศตวรรษที่ 20 เป็นจุดเริ่มต้นของการก่อตั้งโรงเรียน ซึ่งโรงเรียนในสมัยนั้นยังเป็นบ้านหลังเล็กๆ อยู่ มีห้องเรียนอยู่ 1 ห้องภายในบ้าน สอนโดยครูคนเดียว ซึ่งจะมีนักเรียนหลายเกรดเรียนร่วมกันในห้องนั้น เด็กชั้นน้อยสุดจะอยู่หน้าห้อง ส่วนเด็กที่โตๆ หน่อยก็จะอยู่หลังห้อง การเดินทางไปโรงเรียน 2. สมัยก่อนไม่มีรถรับส่งไปโรงเรียนเหมือนสมัยนี้ วิธีเดียวที่จะไปถึงโรงเรียนได้ก็คือ การเดิน ซึ่งโรงเรียนจะตั้งอยู่ห่างจากบ้านของนักเรียนประมาณ 4 ถึง 5 Read More …

ตามไปดู ‘ดิจิทัล สคูล’ ที่โปแลนด์

ไม่รู้ว่าเป็นเหตุบังเอิญหรืออย่างไร ที่ช่วงปิดเทอมใหญ่ของเด็กไทยปีนี้ มีข่าวคราวความเคลื่อนไหวในแวดวงการศึกษาที่หวือหวาทั้งของไทยและเทศ ตามกันออกมาเป็นระลอกๆ ประเดิมตั้งแต่รัฐบาลไทยเตรียมแจกแท็บเล็ตให้เด็ก ป.1 ต่อด้วยกลุ่มนักการเมืองและนักการศึกษาชาวดัตช์ เสนอให้รัฐบาลตั้งโรงเรียนสตีฟ จ็อบส์ ที่จะใช้ไอแพดเป็นสื่อการเรียนการสอนแทนสมุด-หนังสือเรียน (มีการเสนอเข้าสภาไปเมื่อต้นสัปดาห์นี้ แต่ยังไม่มีการเปิดเผยความคืบหน้าใดๆ ออกมาสู่สาธารณะ) แต่ระหว่างที่หลายคนรอลุ้นผลโรงเรียนสตีฟ จ็อบส์ ของเนเธอร์แลนด์ ประเทศที่อยู่ไม่ไกลกันเท่าไรนัก คือโปแลนด์ ก็สร้างเสียงเกรียวกราวให้นักการศึกษาในหลายประเทศ (ที่นำหน้าการพัฒนาไปก่อนนับสิบปี) ด้วยการที่รัฐบาลอนุมัติโครงการโรงเรียนดิจิตอล (ดิจิตอล สคูล โปรแกรม) ที่มีการนำระบบคอมพิวเตอร์มาใช้ในการเรียนการสอน และมุ่งหวังให้เกิดการเพิ่มขีดความสามารถด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ (ไอซีที) ให้แก่เยาวชนโปแลนด์   จากที่ตามไปดูบล็อกของชาวโปแลนด์หลายคน ทำให้ทราบว่าโครงการนี้ใช้เวลาผลักดันมาประมาณ 1 ปีกว่ารัฐบาลจะเปิดไฟเขียวอนุมัติโครงการ พร้อมงบประมาณ 45 ล้านซวอตี (PLN) หรือราว 14 ล้านดอลลาร์สหรัฐ Read More …

อีกหนึ่งความภูมิใจ..!! โรงเรียนชนบทดีกรีรองแชมป์โลก วงโยธวาทิต ได้รับเชิญเป็นวงโยธวาทิตขบวนอัญเชิญถ้วยพระราชทานในหลวง ร.10

วันที่ 8 ธ.ค. 60 ที่สนามกีฬาโรงเรียนคำม่วง  อ.คำม่วง จ.กาฬสินธุ์  รท.ธวัชชัย  เห็มวัง  นายอำเภอคำม่วง  เป็นประธานเปิดการแข่งขันกีฬาสีประจำปีการศึกษา 2560  โดยคณะครู ผู้ปกครอง ได้ร่วมให้กำลังใจบุตรหลานที่ระดมพลังสติปัญญา และพลกำลังร่วมกันจัดขึ้น  โดยเฉพาะริ้วขบวนพาเหรดที่ใช้ผ้าไหมแพรวามาประกอบในขบวนทั้งชุดเครื่องแต่งกายและการเล่าผ่านเรื่องราวเชิงอัตลักษณ์  ที่มีความสวยงาม อลังการ  ท่ามกลางความฮือฮาของผู้ร่วมชมริ้วขบวนพาเหรด  โดยนางจารุวรรณ  รัตนมาลี  ผอ.โรงเรียนคำม่วง พร้อมผู้บริหารสถานศึกษาเครือข่าย สพม. 24 ร่วมให้กำลังใจ นอกจากริ้วขบวนพาเหรดที่สวยงามแล้ว  ยังมีการแสดงวงโยธวาทิต ที่นำโดยนายปัญญา  มีฤทธิ์  ครูชำนาญการพิเศษ ผู้ควบคุมวงฯ ที่ใช้นักดนตรีและผู้ร่วมวงฯกว่า 100 คน โดยแฝงเอาการแสดงพื้นบ้านเอามาผสมผสานได้อย่างลงตัว   มีผลงานน่าภูมิใจตลอดหลายปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะรางวัลเหรียญเงิน  และรางวัลเหรียญทอง Read More …

ที่เดียวในไทย!! “โรงเรียน ที่ไม่ต้องใส่ชุดนักเรียน ไม่มีเกรด” ต้องบอกเลยว่า…อิจฉาเด็กสมัยนี้สุดๆ!!

นี่ึืคือสถานศึกษาที่มีชื่อว่า “โรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์” เป็นโรงเรียนอินเตอร์สุดๆ ทั้งการแต่งกายของนักเรียนและเรื่องระบบการให้ความรู้ ซึ่งเปิดทำการเรียนการสอนเป็นครั้งแรกไปเมื่อวันที่ 29 กันยายน 2559 ที่ผ่านมา นอกจากจะมีชื่อมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำของไทยการันตีแล้ว ที่นี่ยังได้เปิดตัวระบบการสอนพร้อมกับหลักสูตรการเรียนการสอนที่ไม่เหมือนโรงเรียนใดในประเทศ จะเป็นอย่างไรบ้างไปชมกันเลย โรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ตั้งอยู่ภายในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต โดยตั้งอยู่ติดกับคณะวิทยาการเรียนรู้และศึกษาศาสตร์ ซึ่งเป็นคณะน้องใหม่ที่เพิ่งเปิดรับนักศึกษาได้ 2 รุ่น หลายคนเข้าใจว่าคณะวิทยาการเรียนรู้และศึกษาศาสตร์มุ่งเน้นผลิตครู ซึ่งก็ไม่ผิด แต่จริงๆ แล้ว คณะนี้เน้นสร้างบุคลากรที่สามารถเข้าใจความหมายของการเรียนรู้และการศึกษาจากหลากหลายสาขา แน่นอนว่าหลักสูตรของคณะวิทยาการเรียนรู้และศึกษาศาสตร์ และ หลักสูตรมัธยมของสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ย่อมมีความเชื่อมโยงกัน นักเรียนในโรงเรียนจึงถูกคาดหวังให้เข้าใจความหมายของการเรียนรู้และการศึกษาจากหลากหลายสาขา จึงก่อให้เกิดหลักสูตรที่เน้น การบูรณาการ นั่นเอง ว่าแต่ที่กำลังพูดถึงจะเป็นยังไงนั้น ต้องลองอ่านต่อเรื่อยๆ ตารางแต่ละวันในโรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ไม่ได้เริ่มต้นด้วยการเข้าแถวเคารพธงชาติ เพราะที่นี่ไม่มีการเข้าแถวตอนเช้า แต่ในทุกวันจันทร์ตอนเช้า จะมีกิจกรรมให้นักเรียนร้องเพลงก่อนเริ่มเรียนในคาบแรก เช่น เพลงยูงทอง หลักสูตรบูรณาการที่ไม่เหมือนที่ไหน อาจารย์ศิริรัตน์ ศิริชีพชัยอนันต์ ผู้อำนวยการโรงเรียน และ อาจารย์สิทธิโชค Read More …