เผยเทคนิคการเรียนของ น้องอ๊อด โอเน็ตคณิตเต็ม 100 ติดแพทย์ 5 มหาลัยดัง

ขอชื่นชมเด็กเก่ง น้องอ๊อด หรือ นายรจิต รจิตบูรณะกุล นักเรียนชั้น ม.6/1 จากโรงเรียนบุรีรัมย์พิทยาคม ที่สามารถทำคะแนนสอบโอเน็ตวิชาคณิตศาสตร์ ได้เต็ม 100 คะแนน อีกทั้งยังสอบติดแพทย์ศาสตร์มหาวิทยาลัยชื่อดังอีก 5 แห่งด้วย น่าชื่นชม น้องอ๊อด สอบโอเน็ตเต็มร้อย แถมสอบติดแพทย์ สำหรับน้องๆ ที่กำลังเตรียมตัวสอบเข้ามหาลัย สามารถดูน้องอ๊อด เด็กเก่งจากโรงเรียนบุรีรัมย์พิทยาคมนี้กันได้เลยนะคะ หลังจากสอบโอเน็ตวิชาคณิตศาสตร์ ได้เต็ม 100 คะแนน และสอบติดคณะแพทย์ติดอีก 5 แห่ง ได้แก่  คณะแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น, ทันตแพทย์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น, ทันตแพทย์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี, ทันตแพทย์ มหาวิทยาลัยมหิดล และเภสัชกร มหาวิทยาลัยมหาสารคาม  สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 32 Read More …

คะแนนสอบโอเน็ตต่ำ โรงเรียนจึงมีคุณภาพต่ำด้วย ???

สายพิน  แก้วงามประเสริฐ ผู้อำนวยการสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (ผอ.สทศ.)   ตกใจผลคะแนนสอบโอเน็ตของนักเรียนต่ำลง   จึงเตรียมจัดทำโครงการพัฒนาคุณภาพโรงเรียนในระดับชั้นมัธยมศึกษา   ที่มีผลคะแนนทดสอบทางการศึกษาขั้นพื้นฐาน  หรือ โอเน็ตต่ำ   โดยมีแผนนำร่องพัฒนา  ๑๐๐  โรงเรียนทั่วประเทศ   ซึ่งจะใช้งบประมาณราว ๆ ๑๐๐  ล้านบาท   แบ่งเป็นค่าใช้จ่ายในการพัฒนาระบบซอฟต์แวร์  และจัดอบรมครู  จำนวน  ๘๐  ล้านบาท  ส่วนอีก  ๒๐  ล้านบาท  เป็นค่าใช้จ่ายในการติดตามประเมินผลโรงเรียนในรูปแบบเชิงวิจัย หากมองผิวเผินแล้ว   ทำให้เห็นว่ามีหน่วยงานที่ให้ความสำคัญกับการศึกษา   เป็นเรื่องที่น่าดีใจ  แต่หากมองอีกทีจะพบว่า  สังคมยังให้ความสำคัญกับคะแนนการสอบค่อนข้างมาก   ถึงขั้นเห็นว่าโรงเรียนที่  นักเรียนสอบได้คะแนนโอเน็ตต่ำ   เป็นโรงเรียนที่ด้อยคุณภาพ  จึงต้องมีโครงการพัฒนา  หรือสำนวนของ ผอ.สทศ. บอกว่า  “สทศ. อยากกระโดดลงไปให้ความช่วยเหลือโรงเรียนที่มีคุณภาพต่ำ” อาการอยากกระโดดลงมาช่วยเหลือ   เป็นอาการทนเห็นโรงเรียนเหล่านี้มีคุณภาพต่ำต่อไปไม่ได้   และเชื่อว่าการกระโดดลงไปช่วยเหลือครั้งนี้จะทำให้โรงเรียนมีคุณภาพสูงขึ้นจริง   โดย สทศ. มีความเชื่อว่า  การที่เด็กสอบได้คะแนนโอเน็ตต่ำ  น่าจะเป็นเพราะ  ประการแรกครูมีคุณภาพไม่ดี  จึงต้องฝึกอบรมครู  ประการที่สองโรงเรียนเหล่านี้น่าจะขาดซอฟต์แวร์   ประการที่สามต้องปรับปรุงแผนการสอนในรายวิชาที่นักเรียนสอบได้คะแนนน้อย  โดยภาพรวม สทศ. มองเห็นว่าโรงเรียนใดได้คะแนนโอเน็ตน้อย   เป็นผลมาจากคุณภาพการสอนของครูไม่ดีเป็นประการหลัก   รองลงมาคือการขาดแคลนสื่ออุปกรณ์ที่ทันสมัย   และยังเห็นว่าการที่เด็กได้คะแนนน้อยสะท้อนความด้อยคุณภาพของโรงเรียน  ทำให้เกิดข้อสงสัยว่า  คะแนนสอบโอเน็ตคือตัวชี้วัดคุณภาพการศึกษาของโรงเรียน  คุณภาพของครูจริง ?   ถ้าปัจจัยอยู่ที่ครูเพียงประการเดียว   แสดงว่าถ้าให้ครูในโรงเรียนที่มีคะแนนโอเน็ตสูง ๆ มาสอนเด็กในโรงเรียนที่มีคะแนนโอเน็ตต่ำ  ย่อมทำให้เด็กมีคะแนนเพิ่มขึ้นจริง ? ประการต่อมา หากเชื่อว่าคะแนนโอเน็ตสามารถแสดงความมีคุณภาพ  หรือด้อยคุณภาพของโรงเรียนได้  จะมีผลทำให้โอกาสทางการศึกษาของเด็กยิ่งน้อยลงไป   เพราะโรงเรียนมีชื่อเสียง หรือโรงเรียนที่มีคะแนนโอเน็ตอยู่ในระดับสูงและระดับ กลาง ๆ  ยิ่งปฏิเสธนักเรียนที่มีผลการเรียนที่ไม่ดี  ทำให้ระบบการสอบแข่งขันเข้าเรียนชั้นมัธยมศึกษาเข้มข้นขึ้น   แต่ละโรงเรียนจะใช้ระบบการสอบเข้า  เพื่อให้ได้เด็ก เก่ง ๆ เข้าเรียน  โดยอาจจะไม่พิจารณาเด็กบ้านใกล้  หรือพื้นที่บริการ   เพราะการแข่งขันโดยการสอบทำให้โรงเรียนที่มีชื่อเสียงได้เด็กเก่ง ๆ  เป็นหน้าเป็นตาของโรงเรียน  และของครู  ส่วนเด็กที่คะแนนไม่ดีก็ต้องเรียนในโรงเรียนที่ถูกตราหน้าว่าด้อยคุณภาพ นอกจากนี้การพิจารณาว่าคะแนนโอเน็ต   เป็นตัวชี้วัดความมีคุณภาพของโรงเรียน  ย่อมทำให้เด็กที่ทำให้โรงเรียนมีคะแนนต่ำ  รู้สึกด้อยค่ามากขึ้นไปอีก  หากเด็กไม่มีความภาคภูมิใจในตนเอง  จะมีผลดีอะไรต่อสังคม ? อีกทั้งการใช้คะแนนเป็นตัวชี้วัดความมีคุณภาพของโรงเรียนหรือของครู   ย่อมก่อให้เกิดความไม่ยุติธรรมต่อครูผู้สอน   นอกจากถูกประนามกลาย ๆ ว่าสอนอย่างไรเด็กถึงได้คะแนนน้อย   แล้วยังมีความคิดจากผู้ที่ควรจะร่วมรับผิดชอบกับครู  หากแม้การศึกษาจะไม่มีคุณภาพ   แต่กลับเห็นว่าหากคะแนนสอบของเด็กต่ำ  ไม่ว่าจะเป็นคะแนนโอเน็ต  เอเน็ต  หรือ เอ็นที  ควรให้มีผลต่อการต่อใบประกอบวิชาชีพครูบ้าง   หรือการประเมินวิทยฐานะเกณฑ์ใหม่  ก็จะใช้คะแนนสอบเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งในการตัดสินการผ่าน หรือไม่ผ่านการประเมินวิทยฐานะ   เสมือนว่าการที่เด็กได้คะแนนน้อย  ควรที่จะจัดการกับความด้อยคุณภาพของครูเป็นสำคัญหรืออย่างไร ทั้งที่การมองว่าโรงเรียนที่มีคะแนนสอบโอเน็ตต่ำ   เพราะครูมีคุณภาพไม่ดี   น่าจะไม่ถูกต้อง  เพราะโรงเรียนเล็ก ๆ ไม่มีชื่อเสียง  อยู่ในชนบท ไม่มีโอกาสเลือกเด็ก  ซึ่งมักจะได้เด็กที่เรียนอ่อนเป็นส่วนใหญ่  อุปกรณ์การเรียนการสอนไม่เพียงพอ  แต่หากพิจารณาความยากง่ายในการสอนแล้ว  เป็นที่รับรู้กันอยู่ว่าเด็กที่มีคะแนนดี ๆ  ครูสอนได้ง่าย พัฒนาได้ง่าย และบางทีเรียนกวดวิชาจนล้ำหน้ากว่าที่ครูจะสอนด้วยซ้ำ จึงมีความพร้อมในการเรียนมากกว่าเด็กที่มีพื้นฐานการเรียนด้อย หรือสติปัญญาไม่ค่อยดี และครอบครัวไม่มีความพร้อมที่จะสนับสนุนเท่าใดนัก  แต่เรากลับชื่นชมโรงเรียนดัง Read More …

ตะลึง!!!นักเรียนชั้น ป.6 ในโรงเรียนถิ่นทุรกันดารไม่เคยติวที่ไหน สอบโอเน็ตอันดับ 1 ของประเทศ ในวิชาคณิตศาสตร์เต็ม 100 คะแนน

นักเรียนชั้น ป.6 ในโรงเรียนถิ่นทุรกันดารของจังหวัดพัทลุง สุดเก่ง แม้ไม่ได้เรียนพิเศษหรือไปกวดวิชา ก็สามารถสอบโอเน็ตอันดับ 1 ของประเทศ ในวิชาคณิตศาสตร์เต็ม 100 คะแนน ถึงครอบครัวอยู่ในฐานะลำบาก พ่อแม่มีอาชีพรับจ้างทั่วไปและเป็นชาวประมง ตนเองเป็นนักเรียนในโรงเรียนถิ่นทุรกันดารและยังตั้งอยู่ในพื้นที่น้ำท่วมซ้ำซากของจังหวัดพัทลุง แต่เด็กหญิงคนเก่งรายนี้ก็สามารถทำผลการสอบโอเน็ตเป็นอันดับ 1 ในวิชาคณิตศาสตร์ได้คะแนนเต็ม 100 ด.ญ.อโรชา บัวเพชร นักเรียนชั้น ป.6 โรงเรียนบ้านหัวป่าเขียว จังหวัดพัทลุง มีผลการสอบโอเน็ต ในวิชาคณิตศาสตร์ 100 คะแนนเต็ม ด.ญ.อโรชา บัวเพชร นักเรียนคนเก่งได้บอกว่า “ตนไม่เคยไปเรียนพิเศษหรือเรียนซ่อมเสริมจากที่ไหน เนื่องจากครอบครัวของตนมีปัญหาทางการเงิน” แต่สิ่งที่ผลักดันเรื่องการศึกษาให้นั้น ก็คือ “คุณครูนงเยาว์” ที่เปรียบเสมือนแม่คนที่ 2 ซึ่งเป็นครูผู้สอนวิชาคณิตศาสตร์ให้กับตนและเพื่อน ๆ พร้อมทั้งนำข้อทดสอบมาให้พวกตนได้ทำสอบอย่างจริงจังสม่ำเสมอ Read More …

ตัวอย่างโรงเรียนไทยที่ไม่เคยสนไม่แคร์ O-NET!

“โรงเรียนบ้านจันทร์” ต้นแบบดี จัดการศึกษาสร้างสุขภาวะ ไม่แคร์โอเน็ตปลื้มนวัตกรรม “PLC”เหมาะสมกับเด็กไทย “สิ่งที่ชุมชนวัดจันทร์ต้องการ แม้เป็นชนเผ่าแต่ก็คาดหวังให้ลูกเป็นเจ้าคนนายคน ด้วยความหวังของพ่อแม่ไม่ผิดแต่เด็กเรียนจบออกมาส่วนมากก็กลับมาว่างงานอยู่แถวบ้านเพราะทักษะชีวิตไม่เกิดก็ไม่รู้จะทำอะไร ทั้งที่กิจการค้าขายมีมาก แต่คิดไม่เป็น” นางสาวสมจิต ตาคำแสง ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านจันทร์กล่าวต่อว่าโรงเรียนบ้านจันทร์ อ.กัลยาณิวัฒนา จ.เชียงใหม่ เปิดสอนระดับอนุบาลถึงม.3มีครู 24 คน นักเรียน 265 คน จัดการเรียนรู้ในบริบทของพหุวัฒนธรรม (ชาติพันธุ์)เป็นโรงเรียนบนยอดดอยโอบล้อมด้วยขุนเขาใกล้ชิดกับธรรมชาติ ชุมชน และวัด จุดเปลี่ยนของการจัดการเรียนการสอนที่เหมาะสมกับวิถีของโรงเรียนเน้นเด็กเป็นสำคัญให้เรียนรู้อย่างมีความสุขเริ่มต้นด้วยการปรับเปลี่ยนเป้าหมายของโรงเรียนโดยมีการสำรวจและสอบถามความสมัครใจของพ่อแม่ ผู้ปกครองและชุมชนว่าถ้าโรงเรียนบ้านจันทร์จะจัดการศึกษาในรูปแบบการจัดการศึกษาที่สร้างสุขภาวะในโรงเรียนจะพอใจหรือไม่ แต่ทั้งนี้จะไม่ทิ้งทักษะพื้นฐานอ่านออก เขียนได้แต่จะเพิ่มทักษะชีวิต ทักษะอาชีพ ผลปรากฏว่าทุกคนเห็นดีเห็นงามโดยการหันกลับมามองเนื้องานที่เกิดขึ้นจริงจนบอกว่าให้ลูกทำเกษตรทำอาชีพอะไรก็ได้ที่มีความรู้ เพื่อให้เขาสามารถอยู่รอดได้ ดังนั้น เมื่อทัศนคติเปลี่ยนไปความร่วมมือก็กลับมา การจัดการศึกษาที่สร้างสุขภาวะในโรงเรียนคือการพัฒนากระบวนการบริหารจัดการและการจัดการเรียนรู้ในโรงเรียนที่มุ่งเสริมสร้างสุขภาวะผู้เรียนที่สอดคล้องกับบริบทเฉพาะของแต่ละโรงเรียนซึ่งในขณะนั้นได้เข้าร่วมโครงการเสริมสร้างพลังอำนาจการจัดการศึกษาที่สร้างสุขภาวะในโรงเรียน โดยมูลนิธิสถาบันวิจัยระบบการศึกษา(IRES)เป็นผู้ดำเนินโครงการ จากการสนับสนุนของสำนักสนับสนุนสุขภาวะเด็กเยาวชนและครอบครัว สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) โดยการพัฒนาโรงเรียนภายใต้แนวคิดการเสริมสร้างสุขภาวะโดยใช้ฐานโรงเรียนมีองค์ประกอบ5 องค์ประกอบคือ (1) ผู้เรียนเป็นสุข (2) Read More …